อันนี้เข้าไปสุ่มฟังมาช่วงหนึ่ง สนุกมาก
ใครไม่ได้เข้าก็พลาดล่ะ
วันนี้อยากท็อกสิก เห็นคน #Zapathon น่ารักไปหมด
Feeling toxic today, might delete never •
#Bitcoin #Siamstr


อะไรดันให้เสร็จได้วันนี้ ดันทันที ดันอย่างบ้าคลั่ง ฉลอง100k
SiamstrTOONหน้าที่6 พร้อมเสริฟแล้น
ปล คืนนี้ลงในไดร์ฟให้น้า หนมน้าหนมน้า
https://drive.google.com/file/d/1Lz2o_r4gQkTLvdZ2-7z95XtKjFolx8wU
#siamstr
#SiamstrTOON
แต่ละตัวพีคมาก ๆ ครับ ดูไม่ซ้ำตา
หนึ่งแสนแล้ว !! ไม่ใช่ราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลบิทคอยน์ที่อยู่บนระบบกระจายศูนย์ตัวเดียวของโลกหรอกนะ แต่เป็นจำนวนเหตุผลที่เราต้องเรียนรู้ถึงความสามารถของการโปรแกรมสัญญาอิเล็คโทรนิกอัตโนมัติ
หลายคนถามว่าทำไมเราถึงไม่มีวงการ DeFi อยู่ "บน" บิทคอยน์บ้าง ทั้ง ๆ ที่เรากำลังเป็นพยานการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเกิดการ financing ของโลกที่สาม ผ่านระบบเงินกระจายศูนย์ที่ไม่สร้างหนี้ จับอนาคตของประเทศกำลังพัฒนาเป็นตัวประกัน
DeFi (Decentralized Finance) หรือระบอบกองทุนไร้ศูนย์กลาง เป็นนิยามที่เด็ฟเวล็อปเปอร์ตั้งให้กับ กลุ่มโปรแกรมสลากกระจายทิพย์ ที่โคจรรอบตัวเหรียญสเตเบิ้ลคอยน์ และกองสลากข้างเคียงที่ใช้การพิมพ์กองสลาก โทเค่น ในการแทนที่บัญชีหนี้ (aave, compound), สร้างกลจักรตอบโจทย์ตัณหาไม่ปรีกษาผู้ใช้ (...), แตกตัวสร้างระบบนิเวศน์แข่ง (bsc, tron), รวมตัวสร้างระบบนิเวศน์รอง (base, polygon), แจกจ่ายหนี้รัฐบาลโลกตะวันตกให้แรงงานคนรุ่นใหม่จากตะวันออก (blackrock buidl) เรียกร้องความสนใจ (meme, pump) หรือกระตุ้นสภาพคล่องให้กับสินทรัพย์ขึ้นคาน (rwa) โดยใช้โปรแกรม automated market maker ในการหมุนเวียนทุนกลางที่ ทำให้กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า สถุล (degen) ได้ถือสลากจากหลากหลายกอง แล้วเห็นเงินทุนที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อละลายหายไปเหมือนก้อนน้ำแข็ง เนื่องจากกลไกของตลาดที่ป้อนข้อมูลมากล้น เอื้ออำนวยกับผู้ขายฝันมากกว่าผู้สร้างฝัน
มากกว่านั้นเอง หลายการพัฒนาที่เราเห็นกันในดีไฟหรือเว็บสาม สามารถถูกตีกรอบได้ว่าเป็นการซ่อมแซมระบบนิเวศน์รอบตัวเอง ให้คงความยุติธรรมที่ไม่สามารถพึ่งพา stakeholders ได้ เนื่องจากเทคโนโลยีกระจายศูนย์ถูกต้อนกลับ ให้เอื้ออำนวยการหมุนเวียนดอลล่าร์สหรัฐได้ดีขี้น
ผลงานวิจัยของ Human Rights Foundation เมื่อไม่กี่ปีก่อนได้สอดส่องเข้าไปดูการใช้งานของสเตเบิ้ลคอยน์ และการเติบโตของดีไฟก่อนและหลังการหนุนหลังจากนายทุนเช่นกลุ่ม Alameda Research ได้พบว่า สเตเบิ้ลคอยน์จำนวนมาก ไม่ได้เป็นการลงทุนใด ๆ ให้กับนักพัฒนา ผู้ก่อตั้ง หรือมูลนิธิที่จับต้องช่องโหว่ของตลาดในหลาย ๆ ประเทศ เราเห็นบิทคอยเน่อร์อุดปิดช่องโหว่เหล่านี้ ด้วยการนำเงินกระจายศูนย์แจกจ่ายผู้ประสบภัยทางการเงินทั่วโลกที่ปัญหาหลักคือการเสื่อมสลายของเงินรัฐบาลแบกหนี้ไม่มีขีดจำกัด เราเห็นการใช้สเตเบิ้ลคอยน์มากกว่าบิทคอยน์ในบางประเทศ บนระบบนิเวศน์ที่ไร้ค่าธรรมเนียมอย่างเช่น tron ที่เศรษฐีกินกล้วย และ... มีวิสัยทรรศน์โคจรรอบสังคมเฟียต
คำถามที่สำคัญที่อยากทิ้งไว้ ความโกลาหลที่เราเห็นในดีไฟ สามารถกระตุ้นผู้ประกอบการ entrepreneur ให้ทำดีได้ดีในระบอบการเงินแบบไหนมากกว่ากัน ??
#Bitcoin #Siamstr #DeFi #DecentralizedFinance #TokenFi

ปล่อยเวอร์ชั่นใหม่ของคอมมานด์ไลน์อินเทอร์เฟส aesir นะครับ
ในเวอร์ชั่น v0.4.9 มีคอมมานด์ใหม่ชื่อว่า invoice ที่สามารถสร้าง
#BOLT11 เร็กเทสท์อินวอยส์ตามจำนวนและเม็มโมที่กำหนดนะครับ
#Aesir #Bitcoin #PyPI #Python #Siamstr
คิดหรือว่าการพัฒนา BOLT12 จบลงไปแล้ว ??
BOLT12 ได้ถูกนำมารวมเข้ากับ Lightning Network ⚡️ ซึ่งเป็นการปรับปรุงที่สำคัญที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและประสิทธิภาพในการทำธุรกรรม โดยอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถสร้างใบแจ้งหนี้ที่ใช้ซ้ำได้ (reusable payment codes) ซึ่งมีประโยชน์สำหรับการชำระเงินที่เกิดขึ้นซ้ำ เช่น การเปิดบัญชีรับบริจาค และการรับสมัครสมาชิกหรือ subscriptions นอกจากนี้ BOLT12 ยังมีฟีเจอร์ที่เรียกว่า "ข้อเสนอ" (offers) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้าง QR โค้ดที่สามารถใช้งานได้หลายครั้ง
ในบทความล่าสุดของ Andy Schroder นักบุกเบิกพัฒนาระบบสภาพคล่องขั้นสูงของบิทคอย์ Lightning เราได้รับบทสรุปการปรับปรุง BOLT12 เพิ่มเติม เช่น การเพิ่มฟิลด์ใหม่ในใบแจ้งหนี้เพื่อรองรับการคืนเงินอัตโนมัติ และการกำหนดจำนวนเงินสูงสุดในคำขอใบแจ้งหนี้ นอกจากนี้ยังมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการหมดอายุของคำขอใบแจ้งหนี้ ซึ่งยังไม่มีการกำหนดไว้ใน BOLT12
แอนดี้เสนอให้มีฟิลด์ boolean สำหรับระบุว่าต้องการใบแจ้งหนี้คืนเงินหรือไม่ โดยถ้ามีการตั้งค่าเป็นจริง ผู้เขียนข้อเสนอจะต้องรวมฟิลด์ใบแจ้งหนี้คืนเงินในคำขอใบแจ้งหนี้ด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้กำหนดจำนวนเงินสูงสุดที่จะอนุญาตในการทำธุรกรรม เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ค้าเกินจำนวนสินค้าที่มีอยู่ สุดท้าย ผู้เขียนได้ตั้งข้อสังเกตว่า BOLT12 ยังไม่มีการกำหนดวันหมดอายุสำหรับคำขอใบแจ้งหนี้ ซึ่งควรจะมีเพื่อให้สามารถจัดการกับคำขอได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุปแล้ว มีสามข้อพัฒนาเพิ่มเติมบน BOLT12 ดังต่อไปนี้
1. Automatic Refunds
2. Maximum invoice_request amount
3. invoice_request expiration
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้บนลิงก์ข้างล่างนะครับ
#Bitcoin #BOLT12 #Siamstr
Expanding BOLT12 by andyschroder - https://delvingbitcoin.org/t/expanding-on-bolt12/1167
Offers by RustyRussel - https://github.com/lightning/bolts/pull/798
Automatic Refunds Proposal - https://github.com/lightning/bolts/blob/247e83d528a2a380e533e89f31918d7b0ce6a0c1/12-offer-encoding.md?plain=1#L73
Maximum invoice_request amount Proposal - https://github.com/lightning/bolts/blob/247e83d528a2a380e533e89f31918d7b0ce6a0c1/12-offer-encoding.md?plain=1#L241

99 problems and a Bitcoin ain't one •

มีมาต่อกันที่ ColliderScript กันเลยดีกว่า เพราะหลังจากเพื่อน ๆ กลับมาจาก #East102 กันแล้ว ก็ต้องอยากรู้เป็นแน่ว่า หัวหอก Covenants บนบิทคอยน์ทำงานก้าวหน้าไปถึงไหนกันแล้ว
เมื่อโพสท์ที่แล้วเราได้กล่าวถึงการทำงาน ของอ๊อพโค้ดสามตัวที่หลายฝ่ายนักพัฒนาอยากให้อยู่ในซอฟท์ฟอร์กถัดไปของบิทคอยน์ และจำนวนการใช้ที่เห็นชัดของ OP_CAT อย่างล้ำหน้าบนบิทคอยน์ซิกเน็ต แต่ทีมงานที่ StarkWare กลับออกมาออกผลงานใหม่แทนที่ชื่อว่า ColliderScript ด้วยเปเปอร์ที่อ่านง่ายยิ่งกว่า BitVM ของทีม ZeroSync
เราลองมาวาดภาพในหัวแบบผังการเขียนสคริปท์ของบิทคอยน์กันก่อน เป็นการประเมินตรรกะแบบ stack บนอ๊อพโค้ดหลาย ๆ ตัวซ้อนกัน เหมือนใส่น้ำลงแก้ว ตัวที่อยู่เหนือสุดของแก้ว ก็จะเป็นน้ำที่ไหลเทออกมาก่อน แต่ว่าสคริปท์ของบิทคอยน์ถูกเว้นการใช้งานอ๊อพโค้ดบางตัวในปีคศ. 2010 เช่นการคูณหาร และใช้ตัวเลขใหญ่ ๆ เกินควรในระบบคอมพิวเตอร์กระจายศูนย์แบบ trustless ป้องกันไม่ให้โหนดโจมตีกันได้ หากเราใช้ความไว้ใจระหว่างคอมพิวเตอร์ บิทคอยน์ก็จะไม่ใช่เงิน หรือเป็น trusted PoS ไปนั้นเอง.
คล้อยมาถึงปัจจุบันหลังการอัพเกรดโปรโตคอล taproot ที่ส่งเสริมการพัฒนามากกว่า stack แล้วกลายเป็น tree นักพัฒนาในโลกปัจจุบันสามารถเขียนตรรกะ logic แบบกะทัดรัดมากขึ้น แล้วแขวนไว้บนกิ่งไม้ของต้นไม้เมอร์เคิ่ล merkle tree เพื่อสำแดงการแลกเปลี่ยนมูลค่าได้หลากหลายรูปแบบ
เวทมนต์ที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อหลากหลายทีมไซเฟอร์พังก์ต้องการจะใช้ตรรกะที่ถูกเว้นออก เหมือนจินตนาการที่เกิดขึ้นจากข้อจำกัด อยากสร้าง covenants ขึ้นมาบนบิทคอยน์โดยไม่จำเป็นต้องซอฟท์ฟอร์ก โดยใช้ความสามารถสมาร์ทคอนแทร็กท์อย่างแท้ทรู หรือการเข้ารหัส-ถอดรหัสแทนที่ตรรกะโบราณที่คอมพิวเตอร์ หรือ vm มาก reentrancy ใช้กัน เกิดเหตุชิงทรัพย์กันไม่หยุดหย่อน
คอลไลเดอร์สคริปท์ จากหัวหอกบริษัท starkware ได้เข้ามาเสนอความเพ้อฝันใหม่ของตรรกะชั้นสูงบนบิทคอยน์ที่หากใครในโลกต้องการโจมตีถอดรหัสเพื่อชิงทรัพย์ จำเป็นต้องใช้เวลา 450,000 ปีแบบใช้แฮชเรทของบิทคอยน์เน็ตเวิร์กทั้งหมด เรียกได้ว่าเป็นเกราะป้องกันชั้นสูงสุดของโลกนี้ที่เราเคยเห็นบนระบบเปิดกระจายศูนย์ก็เป็นได้ Ethan Heilman, Avihu Levy, Victor Kobolov และ Andrew Poelstra เขียนถึงการใช้ 160-bit hash functions เช่น SHA1 และ RIPEMD160 (แพร่หลายด้วยไลท์นิ่ง) ในการสร้าง covenant ด้วยบิทคอยน์เน็ตเวิร์กปัจจุบัน แต่ว่าใช้เวลาในการสร้าง 30 ชั่วโมง และจำนวนเงินประมาณ 50,000,000 ดอลล่าร์สหรัฐด้วยมูลค่าบิทคอยน์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นมูลค่าที่ถูกลงมาจากหกเดือนที่แล้ว จากผลวิจัยของ Andrew Poelstra ที่กล่าวถึงความเป็นไปไม่ได้ ในการสร้างตรรกะชั้นสูงแบบไม่มีข้อจำกัดการทำงานเม็มโมรี่เช่นนี้
"If we imagine that SHA1 and RIPEMD160 can be computed as efficiently as Bitcoin ASICs compute SHA256, then the cost of such a computation would be about the same as 200 blocks, or around 625 BTC (46 million dollars). This is a lot of money, but many people have access to such a sum, so this is possible." Andrew Poelstra.
น่าสนใจยิ่งกว่า คือหัวข้อ 7.2 บน ColliderScript เปเปอร์ที่ใช้ Lamport Signature หรือการเข้ารหัสใช้แล้วทิ้ง one-time signature ที่สามารถเพิ่ม state ให้กับบิทคอยน์ขั้นสูงได้ เป็นความรังสรรค์ที่ได้รับมาจากกลุ่มนักพัฒนา BitVM ใกล้ตัวเรา ทีม Bitlayer ที่สิงคโปร์ได้เคยกล่าวไว้
"None of this shit ever goes anywhere," nvk ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ทเจ้าดังของโลก และเจ้าของพอดแคสท์บิทคอยน์รีวิว ได้ตักเตือนนักพัฒนาทุกคนไว้ว่า จะไม่มีใครที่โง่พอนำเงินมาวางเทคโนโลยีที่ยากต่อการใช้จริงเช่นนี้
ใกล้ความเป็นจริงมากกว่าการทำตรรกะล้อมรอบอ๊อพโค้ดที่หายไป คือการซัพพอร์ท Great Script Restoration Project ที่ต้องการนำอ๊อพโค้ดเหล่านี้คืนมาด้วยซอฟท์ฟอร์ก ด้วยเหตุผลที่โค้ดของบิทคอยน์คอร์ในปี 2024 ต่างจากโค้ดที่เขียนเมื่อปี 2010 มาก ด้วยจำนวนนักพัฒนาที่มากขึ้น การป้องกันลอจิกบอมบ์หาใช่เรื่องยากอีกต่อไป
#Bitcoin #Siamstr #ColliderScript #Verifier #GSR #LNHANCE

GM GM, finally found you on Nostr
เราพูดถึงการเสกลลิ่งบิทคอยน์มาหลายปีล่ะ โดยเฉพาะการเพิ่มอ๊อพโค้ด (OP_CODE) บางตัวเช่น OP_CHECKTEMPLATEVERIFY (CTV) OP_ANYPREVOUT (APO) และ OP_CAT (CAT) ที่ถูกซาโตชิ นาคาโมโตะเลิกใช้ไปเมื่อปีคส. 2010 เมื่อ 14 ปีที่แล้ว เราลองมาดูกันบ้างมั้ยว่าสามอ๊อพโค้ดที่เราพูดถึงการ "อัพเกรด" ซอฟท์ฟอร์กครั้งต่อไปของบิทคอยน์ มีใครใช้จริงหรือลวงหลอกอย่างไรบ้างบทเทสท์เน็ตของบิทคอยน์ ที่ได้เพิ่มอ๊อพโค้ดสามตัวนี้แล้ว (signet).
จากผลการสำรวจของ ajtowns ที่ได้นำมาเผยแพร่บน delvingbitcoin จุดศูนย์กลางของนักพัฒนาบิทคอยน์มากมาย เราเห็นการใช้งาน CTV แค่ 16 ครั้งเท่านั้นเองบนซิ๊กเน็ต ซึ่งน่าฉงนใจที่สุดจากการโต้แย้งที่เกิดขึ้นในการนำเสนอฮาร์ดฟอร์กเมื่อสองปีที่แล้ว ให้รีบเพิ่ม CTV บนเมนเน็ตของบิทคอยน์ นอกจากนั้นการใช้ CTV บนซิกเน็ต ยังเป็นการทดลองสร้าง simple-ctv-vault ตามด้วย unvault ทันที เหมือนการแลกเปลี่ยน Unspent Transaction Output (utxo) จากสองฝ่ายคล้ายไลท์นิ่ง และไม่ได้มีการสำรวจใช้ vault pattern แบบอื่น ๆ ของ kanzune หรือต่อเติม spacechain บนบิทคอยน์ที่มีการเกริ่นไว้ในบทสนทนาเกี่ยวกับอ๊อพโค้ดนี้สองปีที่แล้ว
อาจจะเป็นเพราะว่าการออกแบบ vault และ spacechain ถูกนักพัฒนาหลายคนภายใต้ธง APO นำไปพัฒนาต่อยอด เนื่องจากความคล้ายเคียงกันกับ CTV จนนักพัฒนาหลายคนเปรียบเปรย APO ว่า overridable CTV. การใช้งาน APO บนซิกเน็ตเกิดขึ้นมากกว่า 1,000 ครั้ง เรายังไม่เห็นการพัฒนาทางด้าน ln-symmetry (3 ครั้ง) มากนักบนซิกเน็ตเนื่องจากการพัฒนา tx relay เพิ่งได้รับการเมิร์จเข้ามา และค่าธรรมเนียมในการอันล็อก APO สคริปท์ ไม่เหมาะสมการใช้จริงบนเมนเน็ตมากนัก
สูงสุดในแดนซิกเน็ตคงเป็นใครไม่ได้นอกจากน้องแมว CAT ที่มีการใช้งานมากกว่า 74,000 ครั้ง และการใช้งานเหล่านี้เป็นการเพิ่มความสามารถ STARK verification ให้กับบิทคอยน์ และ introspection สำหรับ covenants ที่ถูกออกแบบเพื่อการใช้งานระดับสูง อาจเป็นการทดลองของกลุ่ม taproot wizards หรือ citrea ที่ระดมทุนมาทำงานในด้านนี้ก็เป็นได้
การสำรวจของ ajtowns ครั้งนี้ เริ่มต้นจาก PoW Faucet บนซิกเน็ตแล้วไล่ตามการใช้งาน แต่ไม่สามารถไล่ไปถึงแอดเดรสแรกเริ่มได้ เราจึงต้องเพิ่มการคาดคะเนตาม utxo แทน อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้
อ่านเพิ่มเติมได้บนบทความของ ajtowns บน delvingbitcoin: https://delvingbitcoin.org/t/ctv-apo-cat-activity-on-signet/1257
BIP0118: https://bitcoinops.org/en/topics/sighash_anyprevout
BIP0119: https://bitcoinops.org/en/topics/op_checktemplateverify
เซียมซียังหนีไม่พ้นเลข 21
อ่านไปอ่านมายิ่งพีคสำหรับบิทคอยเน่อร์
เชิญทุกคนไปเทศกาลงานภูเขาทองนะครับ
#Bitcoin #Siamstr #GoldenMount

Gm Gm
#Coffeestr #Siamstr

สารภาพอายุมาซะ ใครจำโลโก้นี้ได้บ้าง ?
You're an OG Lightning Developer if you remember this logo
#Bitcoin #AtomicSwap #Lightning #Siamstr

You make a lot more than memes 😉 You make magic happen !!
Working on an Atomic Swap implementation on rBPF. First I thought it's more like a document-database but implementing validation logic alongside is real handy.
#AtomicSwap #Bitcoin #rBPF #eBPF

ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าบิทคอยน์เน็ตเวิร์กเป็นบล็อกเชนตัวเดียวของโลกที่ซัพพอร์ท Zero-Knowledge Proof ซิกเนเจอร์ที่ชื่อว่า Schnorr ตั้งแต่ Taproot Upgrade เมื่อหลายปีก่อน ไม่เหมือนเหรียญย้อมแมวหลายตัวที่เลิกใช้นามธรรมว่า Rollup แล้วหันหาโซลูชั่นมักง่ายเช่น Permissioned Bridges แทนแม้กระทั่งในวอลเล็ทเจ้าใหญ่
แต่ทุกคนอาจจะคาดไม่ถึงว่าระบบสภาพคล่องกระจายศูนย์ Lightning ⚡ ยังอาจเป็นตลาดซื้อ-ขาย NP-Complete Computation Market ให้กับ Pre-Image ที่ถูกพิสูจน์ด้วย Zero-Knowledge Proof ก็ยังได้
ขอภาษามนุษย์หน่อยไอ้น้อง ••• ในโลกของนักวิจัยไซเบอร์เซคิวริตี้, ผู้ศึกษารหัส DNA sequencing, ระบอบโมเดลลิ่ง Large Language Model, ฝ่ายทหารนักถอดรหัสโค้ด Enigma และอื่น ๆ นานา ไม่มีใครต้องการใช้ Centralized VM ต่อแถวยาวรอบล็อกว่าง แต่มีความต้องการซื้อ-ขาย Decentralized Computation แบบพิสูจน์ได้จากสองฝ่ายว่า Proof ที่ได้รับคืน มาจากโปรแกรมที่ถูกรันตามระบอบถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่ไม่มีการแอบส่องมองกลไก สิ่งนี้แหล่ะเรียกว่า Zero-Knowledge Proof และระบอบที่สามารถตอบโจทย์การหมุนเวียนของ ZKP แนวกว้างหาใช่ที่ไหนไปนอกจากบน Bitcoin 🟠
จากบทความของ nostr:npub1l6uy9chxyn943cmylrmukd3uqdq8h623nt2gxfh4rruhdv64zpvsx6zvtg นักวิจัยช่องโหว่ของระบบกระจายศูนย์โดยกว้าง ได้ระบุไว้ว่า เราอาจจะเห็นกลไกซื้อ-ขาย NP Completeness Proof นี้บนเกมปริศนาบนกระดาษอย่างเช่น Sudoku ก่อนก็เป็นได้ คงไม่นานนักก่อนจะมีเกมเสี่ยงโชคอื่น ๆ ที่หันมาใช้ระบบ Zero-Knowledge Proof ตัวนี้ที่มีแอคติวิตี้กราฟเหมือนสถานีรถไฟญี่ปุ่นทั่ว ๆ ไป
Caveat มีข้อแม้อยู่ที่ว่า
𝖠𝗏𝗈𝗂𝖽𝗂𝗇𝗀 𝖹𝖪𝖯𝗌 𝗂𝗌 𝗍𝗁𝖾 𝖻𝖾𝗌𝗍 𝗀𝖾𝗇𝖾𝗋𝖺𝗅 𝖺𝖽𝗏𝗂𝖼𝖾 𝖿𝗈𝗋 𝖡𝗂𝗍𝖼𝗈𝗂𝗇 𝗉𝗋𝗈𝗍𝗈𝖼𝗈𝗅 𝖽𝖾𝗌𝗂𝗀𝗇, 𝖻𝖾𝖼𝖺𝗎𝗌𝖾 𝖹𝖪𝖯𝗌 𝗂𝗇𝗍𝗋𝗈𝖽𝗎𝖼𝖾 𝗆𝗈𝗋𝖾 𝗉𝗋𝗈𝖻𝗅𝖾𝗆𝗌 𝗍𝗁𝖺𝗇 𝗍𝗁𝖾𝗒 𝗌𝗈𝗅𝗏𝖾 𝗂𝗇 𝗆𝗈𝗌𝗍 𝖼𝖺𝗌𝖾𝗌. 𝖡𝗎𝗍 𝖡𝗂𝗍𝖼𝗈𝗂𝗇𝖾𝗋𝗌 𝗌𝗁𝗈𝗎𝗅𝖽 𝗄𝖾𝖾𝗉 𝗍𝗁𝗂𝗌 𝗂𝖽𝖾𝖺 𝗂𝗇 𝗍𝗁𝖾𝗂𝗋 𝗉𝗈𝖼𝗄𝖾𝗍 𝗍𝗁𝗈𝗎𝗀𝗁, 𝖺𝗇𝖽 𝖻𝖾 𝖺𝗐𝖺𝗋𝖾 𝗈𝖿 𝗍𝗁𝖾 𝗇𝖾𝗐 𝗉𝗈𝗌𝗌𝗂𝖻𝗂𝗅𝗂𝗍𝗂𝖾𝗌 𝗐𝖾 𝗌𝖾𝖾 𝗐𝗁𝖾𝗇 𝗐𝖾 𝗐𝗂𝖽𝖾𝗇 𝗈𝗎𝗋 𝗉𝖾𝗋𝗌𝗉𝖾𝖼𝗍𝗂𝗏𝖾.
#Bitcoin #Siamstr #ZeroKnowledgeProofs #Lightning

อโวคาโดโทสท์ 🥑
#Foodstr #Siamstr

GM #Siamstr

