Wealth และ Liquidity
**Wealth (ความมั่งคั่ง)** หมายถึง มูลค่ารวมของสินทรัพย์ทั้งหมดที่มี หักลบด้วยมูลค่าหนี้สินทั้งหมด
**Liquidity (สภาพคล่อง)** หมายถึง ความสามารถในการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสดได้รวดเร็ว โดยไม่สูญเสียมูลค่ามาก
**ความแตกต่าง**
* **Wealth** เน้นไปที่มูลค่ารวมของสินทรัพย์ ไม่ได้เจาะจงว่าสินทรัพย์นั้นสามารถแปลงเป็นเงินสดได้ง่ายหรือไม่
* **Liquidity** เน้นไปที่ความสามารถในการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด โดยไม่สูญเสียมูลค่า
**ตัวอย่างเปรียบเทียบ**
* **Wealth:**
* มีบ้านราคา 10 ล้านบาท
* มีรถราคา 2 ล้านบาท
* มีเงินฝากธนาคาร 1 ล้านบาท
* มีหนี้สิน 2 ล้านบาท
**Wealth** ของบุคคลนี้ = (10 + 2 + 1) - 2 = 11 ล้านบาท
* **Liquidity:**
* เงินฝากธนาคาร 1 ล้านบาท มีสภาพคล่องสูง สามารถแปลงเป็นเงินสดได้ทันที
* บ้านและรถ มีสภาพคล่องต่ำ ต้องใช้เวลานานในการขาย
**สรุป**
* **Wealth** บอกถึงสถานะทางการเงินโดยรวม
* **Liquidity** บอกถึงความสามารถในการเข้าถึงเงินสด
**ทั้ง Wealth และ Liquidity เป็นสิ่งสำคัญ**
* **Wealth** ช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินระยะยาว
* **Liquidity** ช่วยให้รับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน
**ควรมีสัดส่วน Wealth และ Liquidity ที่เหมาะสม**
* **Wealth มากเกินไป** อาจทำให้ขาดสภาพคล่อง
* **Liquidity มากเกินไป** อาจทำให้พลาดโอกาสการลงทุนที่มีผลตอบแทนสูง
**ควรพิจารณาเป้าหมายทางการเงิน ความเสี่ยง และความชอบส่วนตัว**
#siamstr
#nostr

#Bitcoin is better than Gold in almost every way possible.
## บทความจากภาพ: บิตคอยน์ดีกว่าทองคำใน (เกือบ) ทุกแง่มุม
**ความขาดแคลน:**
* บิตคอยน์มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ
* ทองคำมีอัตราเงินเฟ้อจากสต๊อกต่อการไหลเวียนประมาณ 1.5-2% ต่อปี
* หลังจากการแบ่งครึ่งในเดือนเมษายนปีนี้ อัตราเงินเฟ้อจากสต๊อกต่อการไหลเวียนของบิตคอยน์จะต่ำกว่าทองคำอย่างเป็นทางการ และจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความยากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
**ความเร็วและความสะดวก:**
* บิตคอยน์เร็วกว่าทองคำและพกพาสะดวกมาก
* คุณสามารถส่งเงินหนึ่งพันล้านดอลลาร์จากนิวยอร์กไปโตเกียวและได้รับการชำระสะสางภายใน 30 นาที
**การตรวจสอบ:**
* บิตคอยน์สามารถตรวจสอบได้ง่ายบนบล็อกเชนว่ามีเงินทุนอยู่หรือไม่
* ทองคำมักต้องถูกหลอมละลายหรือเจียระไนเพื่อตรวจสอบว่าไม่มีทังสเตนอยู่ภายใน และผู้ขายจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการหลอมใหม่ ฯลฯ
**การแบ่งย่อย:**
* บิตคอยน์สามารถแบ่งย่อยได้ถึงหนึ่งในร้อยล้านของบิตคอยน์และส่งในจำนวนที่น้อยมาก (อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมเครือข่ายอาจทำให้การส่งจำนวนน้อยไม่คุ้มค่า นี่คือจุดที่ L2 และ L3 เข้ามา)
* ทองคำนั้นยากมากที่จะทำเช่นนั้นโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
**คุณสมบัติอื่นๆ:**
* ทั้งบิตคอยน์และทองคำนั้นมีความยืดหยุ่นและคงทน
* ทองคำมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในฐานะสินทรัพย์ทางการเงิน
**ประวัติผลการดำเนินงาน:**
* ทองคำเป็นที่เก็บรักษามูลค่าที่ไม่ดีนัก
* ราคาของทองคำนั้นใกล้เคียงกันในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เทียบกับภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรง
* ในขณะที่บิตคอยน์มีการเติบโตและการนำไปใช้ที่รวดเร็ว แม้จะผันผวนมากก็ตาม
**อนาคต:**
* บิตคอยน์มีแนวโน้มที่จะอยู่รอดต่อไปในฐานะสินทรัพย์ที่มีค่า
* ผลลัพธ์ของ Lindy ชี้ให้เห็นว่ายิ่งบิตคอยน์อยู่รอดนานเท่าไหร่ ความมั่นใจของสังคมว่าจะอยู่รอดต่อไปในอนาคตก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
**สรุป:**
* ยกเว้นการเป็นหินสีเหลืองเงางามที่ใช้ในเครื่องประดับ งานศิลปะ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ทองคำนั้นด้อยกว่าบิตคอยน์ในเกือบทุกแง่มุม
* บิตคอยน์ติดอยู่ในกาลเวลา
* ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องกอดรับอนาคต
**หมายเหตุ:**
* บทความนี้แปลจากข้อความในภาพ
* ข้อมูลบางส่วนอาจเป็นการตีความหรือแสดงความคิดเห็นของผู้เขียน
* ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นเพื่อประกอบการตัดสินใจ
#siamstr
#nostr
#bitcoin 
"At some point, people will realize that they will have more to fear by not embracing this technology, than by embracing it." - Michael Saylor
#Bitcoin
อนาคตของ Bitcoin: โอกาสและความท้าทาย
คำกล่าวของ Michael Saylor ว่า "สักวันหนึ่ง ผู้คนจะตระหนักว่าพวกเขามีสิ่งที่น่ากลัวมากกว่าการไม่ยอมรับเทคโนโลยีนี้ นั่นคือการไม่ยอมรับมัน" สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของ Bitcoin เทคโนโลยีการเงินที่ล้ำสมัยนี้กำลังปฏิวัติวิธีการที่เราใช้ จัดการ และแลกเปลี่ยนเงิน
#siamstr
#nostr 
#siamstr
#nostr
🤫🤫🤫🤫 
#siamstr
#nostr 
#siamstr
#nostr 
Hunter x Hunter x Attack on Titan
#siamstr
#nostr 
#Inflation is a cancer that has killed civilizations throughout history. #Bitcoin is the cure.
# มหันตภัยเงินเฟ้อ: มะเร็งร้ายคุกคามอารยธรรม
**บทนำ**
ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่า เงินเฟ้อเปรียบเสมือนมะเร็งร้ายที่กัดกินรากฐานของอารยธรรม กลืนกินความมั่งคั่ง กัดเซาะเสถียรภาพ และบั่นทอนความศรัทธาในระบบการเงิน อารยธรรมโบราณหลายแห่งล่มสลาย ท่ามกลางไฟลามทุ่งของเงินเฟ้อ ประชาชนต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เกิดจลาจล ความอดอยาก และความวุ่นวาย
**บทวิเคราะห์**
เงินเฟ้อคือภาวะที่ราคาสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าเงินลดลง ประชาชนซื้อของได้น้อยลง เงินออมสูญเสียมูลค่า เกิดความยากลำบากในการดำรงชีวิต สาเหตุของเงินเฟ้อมีหลากหลาย แต่สาเหตุหลักมักมาจากการพิมพ์เงินมากเกินไป หรือเกิดจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
**บทเปรียบเทียบ**
ในอดีต อารยธรรมโบราณหลายแห่งเผชิญกับวิกฤตเงินเฟ้อ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ โรมันโบราณ ในช่วงปลายจักรวรรดิ โรมันพิมพ์เงินมากเกินไปเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายในการทำสงคราม ส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ประชาชนเดือดร้อน เกิดจลาจล และท้ายที่สุด จักรวรรดิโรมันก็ล่มสลาย
**บทสรุป**
เงินเฟ้อคือภัยคุกคามร้ายแรงต่ออารยธรรม บทเรียนจากประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่า การจัดการเงินเฟ้ออย่างมีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อความมั่นคงและยั่งยืนของสังคม
#siamstr
#nostr 
#Bitcoin will bring in a second renaissance.
## บทเพลงแห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาบทใหม่: บทบาทของ Bitcoin ในการปลุกพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง
ท่ามกลางกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รุดหน้า เทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังหล่อหลอมโลกของเราใหม่อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เสียงเพรียกแห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาบทใหม่กำลังก้องกังวาน ดังก้องไปทั่วทุกมุมโลก
Bitcoin เทคโนโลยีการเงินที่ปฏิวัติวงการ เปรียบเสมือนคบเพลิงแห่งยุคสมัยใหม่ เปี่ยมไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะปลดปล่อยศักยภาพของมนุษย์ ขับเคลื่อนสังคมไปสู่อนาคตที่สดใส
**เสรีภาพทางการเงิน:**
Bitcoin มอบอิสรภาพทางการเงินที่แท้จริงแก่ผู้คน โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางใด ๆ ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของเงินของตัวเอง ควบคุมจัดการธุรกรรมได้อย่างอิสระ ปราศจากข้อจำกัด
**ความโปร่งใส:**
ระบบ Bitcoin ทำงานบนเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกธุรกรรมถูกบันทึกไว้บนสมุดบัญชีสาธารณะ ปิดกั้นช่องโหว่การทุจริต คอร์รัปชั่น
**ความเท่าเทียม:**
Bitcoin เป็นระบบการเงินที่ไร้พรมแดน ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดบนโลก ลบเลือนอุปสรรคด้านสถานะทางสังคม เศรษฐกิจ หรือเชื้อชาติ
**การกระจายอำนาจ:**
Bitcoin ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นระบบที่กระจายอำนาจ สร้างความสมดุล และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
**พลังแห่งนวัตกรรม:**
Bitcoin กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมทางการเงิน รูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ และบริการที่หลากหลาย ส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจ
**บทเพลงแห่งอนาคต:**
Bitcoin เปรียบเสมือนบทเพลงแห่งอนาคต บทเพลงที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งเทคโนโลยี เสรีภาพ และความเท่าเทียม บทเพลงที่ปลุกพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง นำพาสังคมไปสู่อนาคตที่รุ่งเรือง
ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาบทใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เสียงเพรียกแห่งการเปลี่ยนแปลงดังก้องกังวาน Bitcoin เปรียบเสมือนคบเพลิงแห่งยุคสมัยใหม่ พลังอันยิ่งใหญ่ที่จะปลดปล่อยศักยภาพของมนุษย์ ขับเคลื่อนสังคมไปสู่อนาคตที่สดใส
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ร่วมขับเคลื่อนบทเพลงแห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาบทใหม่ ร่วมสร้างอนาคตที่สดใสสำหรับทุกคน
## The Renaissance of a New Era: Bitcoin's Role in Ushering in Transformative Change
Amidst the ever-accelerating pace of change, new technologies are reshaping our world in ways never before seen. The clarion call of a new Renaissance echoes across the globe, resonating with a profound sense of hope and possibility.
Bitcoin, a revolutionary financial technology, stands as a torchbearer for this modern era, brimming with immense potential to unleash human potential and propel society towards a brighter future.
**Financial Freedom:**
Bitcoin grants individuals true financial freedom, eliminating the need for intermediaries. Everyone can own their own money, exercising control over transactions with absolute autonomy and without restrictions.
**Transparency:**
Bitcoin operates on blockchain technology, ensuring transparency and auditability. Every transaction is recorded on a public ledger, precluding opportunities for corruption and fraud.
**Equality:**
Bitcoin transcends borders, offering universal accessibility regardless of geographic location. It eliminates barriers imposed by social status, economic standing, or nationality.
**Decentralization:**
Bitcoin is not subject to centralized control, but rather operates as a decentralized system, fostering balance and reducing societal disparities.
**Innovation Engine:**
Bitcoin stimulates financial innovation, driving new business models and diverse services, contributing to economic growth and prosperity.
**A Song of the Future:**
Bitcoin embodies a symphony of the future, a melody orchestrated by the power of technology, freedom, and equality. It awakens the transformative spirit, guiding society towards a flourishing tomorrow.
The Renaissance of a new era has already begun. The clarion call for change resounds with clarity. Bitcoin stands as a beacon of hope, a potent force capable of unlocking human potential and propelling society towards a brighter future.
Join the transformative movement, become a catalyst for change, and contribute to crafting a radiant future for all.
#siamstr
#nostr
s
#bitcoi
A hexagonal storm with a diameter of 25,000 km raging at the north pole of Saturn.
#siamstr
#nostr 
“#Bitcoin is a paradigm shift at the base layer of money. You need to take the time to understand it. #Bitcoin represents the biggest asymmetric bet in history.”
## บทเพลงแห่งอิสรภาพ: ไซไฟจากโลกอนาคต
ในยุคสมัยที่รัฐบาลเผด็จการควบคุมทุกแง่มุมของชีวิต เงินตราถูกผูกขาดโดยธนาคารกลาง ผู้คนถูกกดขี่โดยระบบที่ไร้ความยุติธรรม ท่ามกลางความมืดมิด แสงสว่างแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ถือกำเนิดขึ้นในรูปแบบของเทคโนโลยีล้ำสมัย นามว่า "Bitcoin"
**กำเนิด Bitcoin**
ในห้องใต้ดินที่มืดมิด กลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์หัวกบฏ กำลังทำงานอย่างลับๆ บนโปรเจคต์ลับสุดยอด โปรเจคต์นี้มีเป้าหมายเพื่อปลดปล่อยผู้คนจากพันธนาการของระบบการเงินแบบเก่า พวกเขาสร้างระบบเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ ที่ไม่สามารถควบคุมได้โดยรัฐบาลหรือธนาคารใดๆ ระบบนี้ใช้ชื่อว่า "Bitcoin"
**การต่อสู้เพื่ออิสรภาพ**
การถือกำเนิดของ Bitcoin เปรียบเสมือนประกายไฟแห่งการปฏิวัติ ผู้คนเริ่มใช้ Bitcoin ในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง เป็นการปลดแอกตัวเองจากระบบการเงินแบบเก่าที่กดขี่
รัฐบาลเผด็จการตระหนักถึงภัยคุกคามจาก Bitcoin พวกเขาพยายามปราบปรามการใช้ Bitcoin อย่างรุนแรง แต่ผู้คนไม่ยอมแพ้ พวกเขาต่อสู้เพื่ออิสรภาพทางการเงิน
**โลกใหม่ที่ไร้พรมแดน**
ในที่สุด Bitcoin ก็ได้รับชัยชนะ ผู้คนทั่วโลกใช้ Bitcoin ในการทำธุรกรรม การเงินกลายเป็นระบบที่โปร่งใส ยุติธรรม และไร้พรมแดน
**บทสรุป**
Bitcoin เปรียบเสมือนเพลงแห่งอิสรภาพ เป็นบทเพลงที่ขับขานถึงโลกใหม่ โลกที่ผู้คนมีอำนาจควบคุมเงินของตัวเอง โลกที่ไร้ซึ่งการกดขี่จากระบบการเงินแบบเก่า
**คำอธิบายเพิ่มเติม**
* เรื่องราวนี้เป็นนิยายไซไฟที่เกิดขึ้นในโลกอนาคต
* เทคโนโลยี Bitcoin มีจริง แต่บทบาทของ Bitcoin ในเรื่องราวนี้เป็นการจินตนาการของผู้เขียน
* เรื่องราวนี้ต้องการสื่อถึงพลังของเทคโนโลยีในการเปลี่ยนแปลงสังคม
#siamstr
#nostr
#bitcoin 
Garden of Hope - James Gurney (detail)
#siamstr
#nostr 
#siamstr
#nostr
#skystr 
#Bitcoin is on its way to becoming the last money of mankind.
## Bitcoin: สกุลเงินสุดท้ายของมนุษยชาติ?
**ทองคำ** สื่อถึงสกุลเงินแบบดั้งเดิมที่จับต้องได้ เป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้มาหลายศตวรรษ
**Fiat** สื่อถึงสกุลเงินที่ออกโดยรัฐบาล ไม่ได้มี backing ด้วยสินทรัพย์ใดๆ มูลค่าขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นในรัฐบาล
**Bitcoin** สื่อถึงสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายอำนาจ (decentralized) มูลค่าขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน
**ภาพนี้สื่อถึง**
* ทองคำ: เป็นสกุลเงินที่จับต้องได้ แต่มีข้อจำกัดในการพกพาและจัดเก็บ
* Fiat: เป็นสกุลเงินที่ใช้งานง่าย แต่เสี่ยงต่อการถูกควบคุมโดยรัฐบาล
* Bitcoin: เป็นสกุลเงินที่ผสมผสานข้อดีของทองคำและ Fiat เข้าด้วยกัน คือ
- จับต้องได้ในรูปแบบดิจิทัล
- ใช้งานง่าย
- กระจายอำนาจ
**Bitcoin กำลังกลายเป็นสกุลเงินสุดท้ายของมนุษยชาติ**
**เหตุผลที่ Bitcoin กำลังกลายเป็นสกุลเงินสุดท้ายของมนุษยชาติ**
* **Bitcoin มีจำนวนจำกัด** มีเพียง 21 ล้าน Bitcoin ที่จะถูกขุดออกมา
* **Bitcoin เป็นสกุลเงินที่ไร้พรมแดน** สามารถใช้งานได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง
* **Bitcoin เป็นสกุลเงินที่ปลอดภัย** ข้อมูลธุรกรรมทั้งหมดถูกบันทึกลงบน Blockchain ซึ่งยากต่อการแฮ็ก
**อย่างไรก็ตาม Bitcoin ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง**
* **Bitcoin มีความผันผวนสูง** ราคา Bitcoin อาจขึ้นลงอย่างรุนแรง
* **Bitcoin ยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง**
**แต่ Bitcoin มีศักยภาพที่จะกลายเป็นสกุลเงินหลักของโลกในอนาคต**
**สรุป**
Bitcoin เป็นสกุลเงินใหม่ที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลก Bitcoin มีข้อดีหลายประการเหนือสกุลเงินดั้งเดิม
**เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่า Bitcoin จะเป็นสกุลเงินสุดท้ายของมนุษยชาติหรือไม่**
#siamstr
#nostr
#bitcoin 
Bitcoin will unite a deeply divided country and eventually the world.
## บทความนี้เสนอว่า Bitcoin สามารถเป็นตัวช่วยในการรวมประเทศที่แบ่งแยกกันอย่างลึกซึ้ง และในที่สุดก็รวมทั้งโลก
**เหตุผลหลักๆ มีดังนี้:**
* **Bitcoin เป็นระบบการเงินแบบไร้ตัวกลาง:** หมายความว่าไม่จำเป็นต้องมีธนาคารหรือรัฐบาลในการควบคุม ช่วยให้ผู้คนสามารถควบคุมเงินของตัวเองได้อย่างเต็มที่ และสามารถทำธุรกรรมได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง
* **Bitcoin เป็นระบบที่โปร่งใส:** ทุกธุรกรรมบนเครือข่าย Bitcoin จะถูกบันทึกลงบน blockchain ซึ่งทุกคนสามารถตรวจสอบได้ ช่วยลดโอกาสการฉ้อโกงและคอรัปชั่น
* **Bitcoin เป็นระบบที่ปลอดภัย:** การใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยทำให้ Bitcoin มีความปลอดภัยสูง
* **Bitcoin เป็นระบบที่เปิดกว้าง:** ทุกคนสามารถเข้าถึง Bitcoin ได้ โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคม เศรษฐกิจ หรือการเมือง
**บทความนี้ยังกล่าวอีกว่า Bitcoin กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศที่เผชิญปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ** ตัวอย่างเช่น เอลซัลวาดอร์ ได้ประกาศให้ Bitcoin เป็นสกุลเงินที่ถูกกฎหมาย และสาธารณรัฐแอฟริกากลาง กำลังพิจารณาทำตาม
**อย่างไรก็ตาม บทความนี้ยอมรับว่า ยังมีอุปสรรค์บางประการที่ Bitcoin จำเป็นต้องเอาชนะ** เช่น ความผันผวนของราคา การใช้พลังงานจำนวนมาก และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Bitcoin
**โดยสรุป บทความนี้เสนอว่า Bitcoin มีศักยภาพที่จะรวมผู้คนจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน ผ่านระบบการเงินที่ไร้ตัวกลาง โปร่งใส ปลอดภัย และเปิดกว้าง**
#siamstr
#nostr 
#bitcoin