จู่ๆก็คิดถึงสามเหลี่ยม Maslow แล้วอยากเขียนบ่นเรื่องสั้นๆ
การที่พวก ”อิผู้ทรงภูมิ ผู้สูงส่ง ไม่มีใครเก่งเท่าแม่พงกมึงแล้ว” มันคิดว่า “เงินเฟ้อคือสิ่งจำเป็น ถ้าเงินไม่เฟ้อคนจะไม่จับจ่าย” นี่แม่งเหมือนเอาตีนลูบหน้าสามเหลี่ยมเลยนะ
ฐานล่างสุดของสามเหลี่ยมคือ basic physiological survival เช่น อาหาร
คือมันไม่ใช่เงิน และไม่ใช่การออมเงินไง การเก็บหอมรอมริบ การถนอมอาหารไว้กินในอนาคต มันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อปัจจุบันมันกินอิ่มแล้ว มันเป็น Maslow ที่สูงกว่า แต่พวกผู้สูงส๊งชิบหายแม่งเสือกคิดว่าคนจะออมๆๆๆ ไม่เอาตังมาซื้อแดก ตรรกะมึงวิบัติมากอะ ส่วนตัวคิดว่า evidence ที่บ่งชี้ว่าวงการ Mainstream Academic มันโง่เง่าเต่าตุ่นชิบหายก็คือการที่ Expert ในวงการต่างยอมรับในตรรกะวิบัติที่ว่า “ถ้าเงินไม่เฟ้อ คนจะไม่จับจ่าย” นี่แหละ
แล้วผมก็ไม่รู้นะว่าขนมปังสังขยามันมีประวัติความเป็นมายังไง
อิพวกที่คิดว่าเงินเฟ้อทำให้มีขนมปังสังขยา มึงลองคิดใหม่นะ
ขนาดโลกนี้มีเงินเฟ้อ มึงยังมีขนมปังสังขยาอร่อยๆให้กิน ถ้าโลกนี้ไม่มีเงินเฟ้อ ป่านี้มึงได้กินของอร่อยกว่านั้นในราคาถูกกว่านั้นแล้ว อย่างมนต์นมสดที่ทุกวันนี้เริ่มต้นน่าจะ 25 บาทปะวะ ถ้าไม่มีเงินเฟ้อนะ ป่านี้ไอตัวเริ่มต้นอะ 5 บาท ส่วน 25 บาทมึงได้กินแบบที่อร่อยกว่าตัวท้อปทุกวันนี้อะ
#siamstr
จากการสังเกตในกลุ่ม siamnese
Engagement Score
รวมของทีมงาน krutt + ทีมงาน rightshift + ทีมงาน lates: 10
แมว : 100
ดร. : 69420
ก็สมกะที่เป็น facebook แหละ 555555555
ใครคิดว่าผมเหยียด อยากเถียงกะผมก็ตามมาเถียงใน #siamstr ละกันนะ 🫢

ถ้าสตาบั้คเปิดกระดาน americano เย็นหวาน 50 upsize perpetual future ให้ผู้ถือบัตรได้เทรดก็จะเป็นมากกว่าธนาคารละ
Here’s comes my first “ditching biden” memes 🤣
ขยะรอรีไซเคิลต่างๆไม่ว่าจะขวด PET, กระดาษ A4, กระดาษหนังสือพิมพ์ ถ้าไม่ติดว่า value density ด้อยกว่าเฟียต ผมว่าเป็น store of value ที่ดีกว่า fiat อีกครับ ตอนเขาบอกขวด PET โลละ 20 นี่ตกใจมากนะเอาจริง 🤣 (+ เกือบ 300% ใน 10 ปี โตกว่า SET50 อีก 5555555555)
วัสดุพวกนี้มันสามารถชั่งกิโลขายได้รึป่าวนะ ? ถ้าได้ ผมว่าเก็บเอาไว้คิดซะว่าเป็นเงินทอน ผ่านไป 10 ปีน่าจะรักษามูลค่าได้ดีกว่าเงินเฟียต
(ประสบการณ์ตรงจากการ hodl ขวด PET มาตั้งแต่กิโลละ 7 บาทเมื่อหลายปีก่อน)
เอาจริงๆเทียบกะการราคาลง 90% ก็อาจจะไม่ถูกนัก เพราะ implication ด้านราคากะด้านจำนวน node ที่ service ใดๆ track ได้มันต่างกันอะนะ
ราคาเนี่ยมันเป็นข้อมูลที่มีการลงทุน track อย่างมหาศาล และข้อมูลมันเป็นที่รู้กันตลอดเวลานี่หน่า ส่วนไอจำนวน node นี่มันแล้วแต่ว่าคนตั้งค่า stealth มันตั้งค่ายังไงป้ะ เหมือนมาถามว่าทำไมจู่ๆเรดาห์จับจำนวน B52 stealth bomber บนท้องฟ้าได้น้อยลง 90% มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันหายไปจากน่านฟ้าคุณนิ
เหมือนขุดเจอในเรดดิทว่า 2 ปีก่อนเคยมีคนถามอะไรแบบนี้ด้วยนะ 
ทำไมอันนี้ไม่มีใครไปคุยกะเขาเลยอะงง ผมก็รอตามอ่านคอมเม้นอะว่ามันมีอะไร สรุปคนรันทั่วโลกแห่เปลี่ยน ssd พร้อมกันงี้หรอ 😅
#siamstr #asksiamstr 
อย่าเล่นกะระบบ 🤣 55555555 nostr:note1m7zj4m34f5eydlv29gr50s6ttdg04hhvwx5q4pejn0fvvyn55ulqljg33d
เห็นด้วยเลยครับ จำนวนเงินน่าจะอยู่ในระดับที่ยังบริหารไม่วุ่นวายมากด้วย
คุณเภสัชจะเก็บยาในตู้ stability ยี่ห้อไหน ยามันก็ degrade เหมือนกันหมดแหละครับ
#siamstr #pharmastr 
Pine script CDC Action zone rebalance จ้า เอาไปเทสกันให้ฉ่ำ
https://yakihonne.com/article/antifiatdegen@0xchat.com/iN8h1-LJuKgtxcegUH0j8
#siamstr
เขียน code backtest action zone with portfolio rebalancing instead of risk per trade ในเทรดดิ้งวิวเสร็จละ แปลกใจว่าทำไมไม่เคยมีใครทำขึ้นมานะ ไว้ว่างเมื่อไหร่จะเอา study result มาแชร์และ disscuss
จริงๆอยากแชร์อินดิเคเตอร์ แต่แม่งโดน reject ตลอด ไว้เดี๋ยวว่างๆเอา code ไปแปะในแอพที่รองรับ long form เช่น yakihonne ไรงี้ให้ละกัน ใครอยากได้ก็ก้อปไปสร้างอินดี้เอง
#siamstr
Is it supposed to be read in Oompa loompa rythm ?
ก็ว่าอยู่ทำไมดูเหมือนคอยมาดึงสติพวกหลับหูหลับตากินเนื้อ ที่แท้แอบอวยฮอร์โมนกิ้งก่ายักษ์น่ะเอง 😅
ผมจะมานำเสนออุปมา(หรือคุณจะเรียกมันว่าโวหารภาพพจน์แบบไหนก็ตามแต่) ที่น่าสนใจว่าทำไมเราถึงควร ignore bullshit fiat paper แบบไม่เอาเข้ามาอยู่ในสาระบบการตัดสินใจเพื่อสุขภาพของเราเลย ?
(ซึ่งเป็นแนวคิดที่ตรงกันข้ามกับหมอเมนสตรีมที่แบบว่า ถึงเปเปอร์นี้จะห่วย แต่เขาก็พอจะมีประโยชน์นะ)
คิดสภาพว่าปกติคุณย่างสเต๊กกินวันละขีดอยู่ทุกวัน แล้วอยู่มาวันนึงมีไอบ้าที่ไหนไม่รู้เอาน้ำซอสรสขี้หมาท้องเสียทำจากขี้หมาท้องเสียสดๆหอมกรุ่นจากตรูดหมาเมื่อ5นาทีก่อน มาให้คุณแล้วบอกว่า “เนี่ย คุณต้องเอาน้ำซอสขี้หมาท้องเสีย 1 หยดผสมลงไปในเนื้อนะ เนื้อไม่เสียรสชาติหรอก เนื้อตั้งขีดนีงกะซอสแค่หยดเดียวเอง” “ซอสเนี่ย คือวัตถุดิบที่ดีที่สุดที่เราสามารถหาได้ในตอนนี้แล้วนะ” “ถ้าคุณกินเนื้อโดยไม่เติมซอสขี้หมานี้ อีก 20 ปีคุณจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจมากขึ้น 61.8% นะ”
คุณจะเติมมะล่ะ
คือในเมื่อเราเห็นแล้วว่า study design ของ paper มันขี้หมาท้องเสียขนาดไหน เราก็คงไม่อยากเอามันมาใส่หัวแม้แต่ 1% มั้ยล่ะ แต่หมอ mainstream แม่ง be like : “ถึงแม้ paper นี้จะมีเรื่อง flaw บาง(หลาย)อย่าง แต่ paper นี้ก็ให้ insight สำคัญบางอย่างที่เราไม่ควรมองข้ามเหมือนกัน”
เหยยยย ขี้หมาท้องเสียนา ยังหวังจะเอาโปรไบโอติกจาก 1 หยดของมันอยู่อีกหรออออ หรือต้องให้ยกตัวอย่างเป็นขี้อีกาท้องเสียแทนถึงจะน่าขยะแขยงพอฟระ
#siamstr



