ครับ ธรรมะ ที่พระพุทธเจ้าค้นพบ มีคำตอบเดียว มีทางเดียว ถ้าเห็นเป็นทางอื่น ก็คือ มิจฉาทิฏฐิ คือ ทางที่ผิด.. พระพุทธเจ้าค้นพบว่าไฟมันร้อน ถ้ามีคนแย้งว่า ที่จริงแล้วไฟมันเย็น ก็คงเป็นความคิดที่ผิด เป็นความคิดที่ย้อนแย้งกับความเป็นจริง 😺
Only 21 Bitcoin no more but less 😹😸😹🌟🟠⚡
#bitcoin #nostr #siamstr https://video.nostr.build/0b0e33f6c5027f928f82bd97244d301a1d18042da4a793c32f95595e3a6af0c8.mp4
เรียกได้ว่า งานที่ทำ เป็นสิ่งที่ชอบ ก็เลยไม่รู้สึกเหนื่อยกับมัน เหมือนการพักผ่อนด้วยการทำงานอดิเรก และถ้าสิ่งที่ทำ ทำเงินได้ด้วย แบบนี้สบายเลย ก้าวหน้าเร็วกว่าคนอื่น อิอิ ✨😸👍
#Bitcoin #Siamstr #Nostr 100k 🟠⚡✨🙀 
BITS HISTORY: 🟠 Henry Ford Bitcoin concept !??
.
"Ford would replace gold with energy currency and stop wars."
.
This was 103 years ago.
.
คอนเซปต์เกี่ยวกับ เงินแบบใหม่ คล้ายกับ "บิตคอยน์" ก็เริ่มมีการคิดกันตั้งแต่ 100 ปี ก่อน 🙀
.
เขาใช้คำว่า "Energy Currency" ทำไมถึงคิดเช่นนั้น และคอนเซปต์นี้ยังคงมีอิทธิพลจนถึงการกำเนิด บิตคอยน์ในปัจจุบันได้อย่างไร...
.
ในปี ค.ศ. 1921 เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford) ผู้ปฏิวัติวงการยานยนต์ และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Ford Motor Company ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการสร้าง "Energy Currency" หรือ "สกุลเงินพลังงาน" ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับแนวคิดของสกุลเงินดิจิทัลอย่าง บิตคอยน์
.
ฟอร์ดเชื่อว่าเงินที่อิงกับพลังงานสามารถแทนที่ทองคำได้ .. ช่วยลดความขัดแย้งได้บ้าง รวมถึงอาจจะยุติสาเหตุของสงครามที่มักเกิดจากการแย่งชิงทรัพยากร และทองคำ
.
- แรงจูงใจเบื้องหลังของฟอร์ด 🏎️
1. ผลกระทบจากระบบเศรษฐกิจที่ผูกกับทองคำ:🪙
ในยุคนั้น ระบบเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังคงผูกติดกับมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ซึ่งฟอร์ดมองว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความเหลื่อมล้ำ เพราะทองคำมักถูกกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประเทศที่มั่งคั่ง การขาดแคลนทองคำในบางพื้นที่ จึงนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
.
ฟอร์ดเสนอว่า “พลังงาน” เนี่ยล่ะ คือทรัพยากรที่ทุกประเทศสามารถผลิตได้ และจะเป็นสื่อกลางที่ยุติธรรมกว่าในการวัดมูลค่า ✨
.
2. การลดทอนอิทธิพลของระบบธนาคาร:🏦
ฟอร์ดเริ่มไม่ไว้วางใจในระบบธนาคาร โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนที่ควบคุมการไหลเวียนของทองคำ เขาเชื่อว่าระบบ "Energy Currency" จะช่วยคืนอำนาจทางการเงินให้กับคนทั่วไป และลดการพึ่งพาธนาคาร หรือกลุ่มทุนขนาดใหญ่
.
3. ระบบที่ยั่งยืน:🌲
พลังงาน โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้า กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงเวลานั้น ฟอร์ด มองว่า "การใช้พลังงานเป็นมาตรวัดมูลค่าจะช่วยกระตุ้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และเป็นการส่งเสริมโลกที่ยั่งยืนมากขึ้น.." 🚀
.
.
หลักการของ “Energy Currency” ⚡
ฟอร์ดเสนอให้สร้างสกุลเงินที่มีหน่วยวัดมูลค่าจากพลังงาน เช่น กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kilowatt-hour) ซึ่งสามารถแปลงค่าได้จากพลังงานที่ผลิตในโรงไฟฟ้า
.
แนวคิดนี้จะทำให้มูลค่าเงินถูกกำหนดโดยทรัพยากรที่จับต้องได้และสร้างได้จริง ไม่ใช่ทองคำที่มีข้อจำกัด
- การสะท้อนกับแนวคิดบิตคอยน์ 🟠✨
สกุลเงินดิจิทัลอย่างบิตคอยน์ในปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกับแนวคิดของฟอร์ด เนื่องจากบิตคอยน์ใช้พลังงานในการ “ขุด” (mining) และมีระบบการจัดการมมูลค่าผ่านกระบวนการที่กระจายศูนย์ (decentralized system) โดยลดทอนการควบคุมจากรัฐ และธนาคารกลาง
แนวคิดของฟอร์ดในการลดบทบาทของทองคำสะท้อนให้เห็นถึง "ปรัชญาของสกุลเงินดิจิทัล" ที่มุ่งสร้างระบบการเงินที่เป็นอิสระ และโปร่งใสมากขึ้น
- แรงผลักดันจากสภาพสังคมและเศรษฐกิจในยุคนั้น 🏚️
ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เป็นช่วงเวลาหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว หลายประเทศต้องเผชิญกับปัญหาภาระหนี้ และการขาดแคลนทรัพยากร
แนวคิดของฟอร์ดถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่แปลกใหม่ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ค่อยจะเข้าตากลุ่มผู้มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจในระบบดั้งเดิม..🕴️
- ข้อจำกัดที่ทำให้แนวคิดนี้ไม่ถูกนำไปใช้ 🧱
ยุคนั้น เทคโนโลยีการสื่อสาร และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยังไม่เพียงพอที่จะรองรับการใช้พลังงานเป็นหน่วยวัดมูลค่าสากล
มีการต่อต้านจากกลุ่มผู้มีอำนาจทางการเงินซึ่งได้ประโยชน์จากระบบมาตรฐานทองคำ🎩
.
ท้ายที่สุด:
แม้แนวคิด “Energy Currency” ของเฮนรี ฟอร์ด จะไม่ได้รับการพัฒนาในยุคนั้น แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามถึงระบบการเงินแบบดั้งเดิม
แนวคิดนี้ยังสะท้อนถึงการมองการณ์ไกลของฟอร์ดที่เล็งเห็นความสำคัญของพลังงานในฐานะทรัพยากรที่ขับเคลื่อนโลก ซึ่งอาจคล้ายคลึงกับแนวคิดของ ซาโตชิ นากาโมโตะ ผู้ให้กำเนิดบิตคอยน์ในปัจจุบัน..
เราจะเห็นว่า บิตคอยน์ ในปัจจุบันเริ่มให้ผลลัพธ์ ที่ตรงตามคอนเซ็ปต์ที่ฟอร์ดเคยมองไว้ เช่น บิตคอยน์ ใช้พลังงานในการผลิต เท่ากับว่า บิตคอยน์ เปรียบเสมือน "มาตรวัดมูลค่าพลังงาน" และมันทำให้เกิดการพลักดัน โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ถูกลง และสะอาดขึ้น เป็นต้น...
🫸🟠🫷⚡
.
#bitcoin #bitshistory #cryptoschool #cryptocurrency #Blockchain #cryptotica

เมื่อบิตคอยน์ถูกขุดจนเหลือ 1 บิตคอยน์ เราจะใช้เวลาประมาณ 28-32 ปี ในการขุด 1 บิตคอยน์ นั้น...
คำกล่าวที่ว่า "การที่คุณมี 1 บิตคอยน์ แล้วจะเป็นมหาเศรษฐี" นั้นไม่เกินจริง😹😹😹🤫🟠
#bitcoin #nostr #siamstr

Top Largest Global assets..
and The Bitcoin come back! #bitcoin #nostr #siamstr
โชคดีมากเลยที่ไม่ได้ซื้อ #Bitcoin 🟠 ตอนนั้น ... บรึ๋ย ขนลุก...#2011
.
.
#2024 .. 😸😸😸🙀 ใช่หรอ🤔 #siamstr #nostr 
#เงินสดคือหนี้
#บิตคอยน์คือมันหนี้
😸😹😸😹
#เงินสดคือหนี้ จริงๆแล้วก็ไม่เชิง แต่เป็นแค่การเปรียบเปรย...
เปรยว่า เงินสด = สินค้าที่เสื่อมค่าตามเวลา = ทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (ถ้าถือไว้เฉยๆ) จึง = หนี้สิน ถ้าเราไม่ทำอะไรกับมัน ก็เลยต้องเอาเงินสด ไปทำอะไรต่อมิอะไรให้มันงอกเงย จะลงทุน จะทำธุรกิจ จะปล่อยกู้ บลาๆ เพื่อต่อต้านการเสื่อมค่าของมันในระยะยาว
เงินสด ก็เลยเป็น "เครื่องมือ" ที่ถ้าเราลงแรง ลงสมอง ได้มันมาถือไว้แล้ว ไม่เอาไปทำอะไรต่อ เราก็เท่ากับเป็นหนี้ หนี้แรงตัวเองน่ะแหล่ะ
ส่วนในทางเทคนิค โลกทุนนิยม (ชื่อก็บอกนะ) คือ โลกขับเคลื่อนด้วยหนี้ ถ้าไม่สร้างหนี้ โลกก็ไม่เดินหรือเดินช้าเกินไป ไม่ทันกับอัตราการเกิด และการลดลงของทรัพยากร คนกลุ่มนึง (ที่มีอำนาจ) จึงสร้างกติกาขึ้นมา เพื่อแย่งชิงทรัพยากรด้วยความ(ไม่)ชอบธรรม (ดูเหมือนจะเอาเปรียบอย่างถูกต้อง)
การจะอยู่ในเกมนี้รอด คุณต้องมีกระแสเงินสด ให้มากกว่าหนี้ที่คุณสร้าง ยิ่งมาก ยิ่งอยู่ได้นาน แต่มันบังคับให้คุณต้องทำงานหนัก แต่ระบบถูกออกแบบมาให้เอาเปรียบคนทำงานหนัก ดังนั้นคุณต้องฉลาดทำงานหนักด้วย เพราะคู่มือการเล่น ไม่ได้บอกช่องทางอื่นไว้ คุณต้องเฟ้นหาเอง ด้วยปัญญาของคุณ
การลงทุน และการทำธุรกิจ คือ เครื่องทุ่นแรงราคาแพง และมีความเสี่ยง
บิตคอยน์ คือ เครื่องทุ่นแรงราคาถูก และ "มีความเสี่ยงต่ำกว่า" มาช่วยเหลือคนทำงานหนัก แต่ยังมีศักยภาพไม่พอที่จะมี "เครื่องทุ่นแรงราคาแพง"
และ..การผสมผสาน กิจกรรมหลายๆอย่างเข้าด้วยกันเป็นการลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้น...

#bitcoin #nostr #siamstr
#bitcoin #nostr #siamstr
A prediction.. 🫸🟠🫷🙀 
🟠 The #Bitcoin halving schedule 🗓
#siamstr #nostr 

Sum of all fear...😸😹🟠✨
#Bitcoin #siamtr #nostr #fiat
#Bitcoin #nostr #siamstr 
🟠 ปริมาณการค้นหาคำว่า "Bitcoin" รายเดือน.. อเมริกา ยืนหนึ่งอยู่ละ ถัดมา บราซิล! เยอรมันนี และ ตุรกี ...why?
#Bitcoin #siamstr #nostr https://video.nostr.build/716e050cd9c2c0303e45a0abe00a9230190d4d98939d41ed57b70ffba9cdbc68.mp4
"You buy #Bitcoin when you are prepared to admit that you were wrong about Bitcoin."
- Jesse Myers
#siamstr #nostr https://video.nostr.build/4c3921aee349a93651ebdb994e529e93684674bdfadec141b94e7b04cff44866.mp4
Actually w
ho gonna die 😸😺😹🟠🤔
#Bitcoin #Nostr #siamstr
ข้อคิดจากการอยู่ในแวดวง...
อย่าพยายามทำนายราคา #Bitcoin
ถ้ายังอยากเป็นคนอยู่ 😹😺😸🟠
#Nostr #Siamstr
บิตคอยน์ ครั้งแรก 12 Jan 2009
🟠 วันนี้ 12 มกราคม 2009, Hal Finney หนึ่งในนักพัฒนาที่ได้สนทนากับ Satoshi ผ่านอีเมลล์ส่วนตัว และโพสบนกระดานฟอร์รัม ในช่วงเริ่มต้นของระบบ P2P digital cash หรือ Bitcoin
Finney นับเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในวงการ เขาเป็นคนแรกที่รันซอฟแวร์ หลังจากเวอร์ชั่นแรกของบิตคอยน์ประกาศตัว เขาก็คว้ามันมาทดสอบรันทันที และได้ทวิตข้อความส่วนตัวของเขาว่า “Running Bitoin” เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2009
🔥ถัดมาอีกหนึ่งวัน Satoshi Nakamoto ได้ส่ง 10 BTC ให้ Finney เพื่อทดสอบการทำงาน ถือเป็น Bitcoin แรกที่ถูกส่งบนเครือข่ายในตอนนั้น
🦥 นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด และการเดินทางของบิตคอยน์ ยังต้องเจอบทพิสูจน์อีกหลายบท และทุกบท ทำให้มันแกร่งขึ้นทุกครั้ง
#Bitcoin #Halfinney #Nostr #siamstr
#m=image%2Fjpeg&dim=1080x1080&alt=the+first+bitcoin+transaction.+&blurhash=U9QS%7D5V%3D00E2-mDht7.8Rh%3FuNGD%25Di%7Eqj%5B4n&x=9711919c9829f5e8db16a07edfc4510be0e580eea1e37af4e6b98b04bd3bfb34
