เป็นไปได้ที่แต่ละคนจะมี mnemonic คำเดียวกันซ้ำกันได้ ทั้งตำแหน่งเดียวกัน และคนละตำแหน่ง
BIP39 word list
คือเรื่องมันเป็นแบบนี้นะพวก
BIP39 word List เป็นกลุ่มคำ 2048 ลำดับ โดยที่มาตรฐานตอนที่เลือกมาทำเป็น word listนั้นได้แก่
1.ไม่มีคำใดที่จะซ้ำกันได้ถึง 4 ตัวอักษรแรก หากคุณมีตัวอักษร 4 ตัวแรกคุณจะรู้ส่วนที่เหลือของคําจาก word list ได้ไม่มีการคลาดเคลื่อน
2.ไม่มีคำที่มีความหมายเหมือนกัน หรือ กำกวม เช่น ไม่มี build กับ built หรือ woman กับ women เพื่อป้องกันการสับสน
โดยคำทั้ง 2048 ลำดับสามารถหาดูได้ที่ https://github.com/bitcoin/bips/blob/master/bip-0039/english.txt
ดังนั้น mnemomic ทั้งหลายไม่ว่า HW wallet จะสุ่มมาให้ หรือว่าคุณจะทอยเต๋า ทอยเหรียญ และคำนวณหาคำสุดท้ายมาเองก็ตาม
mnemonic ตามลำดับที่ได้ชุดนั้นก็จะเป็นคำที่อยู่ใน word list นี้นั่นเอง
อย่างที่บอกไปว่ามันมีอยู่ 2048 คำตามลำดับ 0001-2048 ดังนั้นการบันทึก mnemonic เก็บเอาไว้ก็ให้ทางเลือกคุณ เช่น
1.จดเป็นหมายเลขประจำตำแหน่งของ menmonic คำนั้นๆ (0001-2048)
2.จดเฉพาะ 4 อักษรแรก ของ menmonic คำนั้นๆ
3.จดเต็มคำ ของ menmonic คำนั้นๆ
4.จดเป็นภาษาอื่นที่อยู่ใน BIP39 world list เช่น ภาษาญี่ปุ่น เกาหลี จีน อิตาลี ฝั่งเศส
ที่สำคัญคือลำดับของแต่ละคำนั้นก็ต้องเรียงให้ถูกต้องตอนบันทึก ไม่เช่นนั้นจะทำให้ไม่สามารถกู้คืนกระเป๋าได้
ปัจจุบันมีอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บชุด mnemonic มากมายหลายแบบให้เลือกใช้
บางชนิดนอกจากใช้เก็บ Mnemonic ได้แล้วยังประยุกต์ใช้เก็บ passphrase ได้ด้วย
#thainostrich #siamstr

PSBT(Partial Signed Bitcoin Transaction) แบบย่อๆ
คือเรื่องมันเป็นแบบนี้นะพวก
กรณีแรก ลองคิดดูถึงสมุดบัญชีแบบต้องใช้หลายลายเซ็นต์ดู
ทีนี้เราเอาใบถอนเงินมาแล้วระบุจำนวนเงินพร้อม แต่มันจะใช้งานไม่ได้จนกว่าจะมีลายเซ็นต์ครับตามที่คุณและธนาคารตกลงร่วมกันไว้
ถ้าที่ผู้ที่จะต้องเซ็นต์อยู่กันคนละที่ ใบถอนเงินนั้นก็ต้องถูกเซ็นต์และส่งต่อไปยังผู้เซ็นต์คนอื่นเรื่อยๆจนลายเซ็นต์ครบ ถึงจะนำไปขึ้นเงินได้
นั่นก็คือการใช้งาน bitcoin แบบ Multisig สมมติว่า เป็น multisig แบบ 3/3
A Sign เสร็จแล้วแต่ยัง broadcast transaction ไม่ได้เพราะเพิ่งจะเซนต์ไปเพียง 1/3ส่วน (partial signed) จึงต้องส่ง partial signed transaction นี้ต่อให้นาย B
B ที่รับ partial signed transaction มาก็ sign ต่อ แต่ยัง broadcast transaction ไม่ได้เพราะเพิ่งเซนต์ไปเพียง 2/3ส่วน (partial signed) จึงต้องส่ง partial signed transaction นี้ต่อให้นาย C
C ที่รับ partial signed transaction มาก็ sign ต่อ ซึ่งทีนี้ครบเงื่อนไข signed ครบ 3/3 แล้ว
Transaction นี้ก็จะพร้อมที่จะ broadcast ขึ้นบน network โดยใครจะเป็นคนเก็บ transaction และ broadcast transaction นี้ก็ได้ทั้งนั้น
กรณีต่อมา สมุดบัญชีแบบใช้เพียงลายเซ็นต์เดียว
ทีนี้เราเอาใบถอนเงินมาแล้วระบุจำนวนเงินพร้อม พร้อมมอบอำนาจให้คนอื่นไปขึ้นเงินแทนเราได้
แต่ใน bitcoin เราไม่ต้องให้เอาอาจใคร ใครก็ตามที่ได้รับ transaction ที่เรา signed แล้ว ก็สามารถนำไป broadcast ได้ทั้งนั้น
นั่นกรณีที่เป็น transaction ที่ไม่ได้เป็น multisig ซึ่งสามารถร่างธุรกรรม(unsigned transaction)ได้จาก watch only wallet ซึ่งจะเป็น wallet ที่ไม่ได้เก็บ private key เอาไว้
จากนั้น เอาไฟล์ unsigned transaction จาก watch only wallet ไป import ใน wallet อีกอันที่อาจจะเป็น wallet แบบ offline ถาวร
wallet แบบ offline ถาวรนี้ ก็จะมีไว้เพียงมีเอาไว้เก็บ private key และ Sign ตัว transaction เท่านั้น แต่จะไม่สามารถ broadcast transaction ด้วยตัวเองได้
ดังนั้นเมื่อ sign Transaction แล้วจึงต้องนำไฟล์ Signed transaction ไป broadcast ที่อื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อกับ internet ของอุปกรณ์ที่ใช้เก็บรักษา private key
โดยที่ file transaction นั้นอาจจจะอยู่ในรูป QR code หรือตัว file ที่ต้องถ่ายโอนด้วย micro sd card หรือสื่อบันทึกข้อมูลอื่นๆก็ได้

Transaction Locktime (nLocktime) แบบย่อๆ
คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้นะพวก
Transaction แบบ locktime (nLocktime) เป็น transaction แบบที่ต้องไปตั้งค่า(transaction data structure) ซึ่งจะกำหนดเวลาที่จะสามารถเริ่มใช้งานได้
ใน Transaction โดยปรกติจะแล้วตั้งค่าเป็น 0 ไว้เพื่อให้พร้อมใช้งานได้ทันที
แต่หากมีการระบุ Block high กำกับเอา หมายความว่า Transaction นั้นจะยังใช้ไม่ได้ และไม่ได้ส่งต่อหรือรวมอยู่ใน blockchain ก่อนที่จะถึง Block high ที่ได้ระบุเอาไว้ได้
Transaction ที่ใช้ nLocktime จะระบุ block high ในอนาคตเอาไว้ จึงควรถูกเก็บเอาไว้ และ broadcast เมื่อถึงเวลาแล้วเท่านั้น
หาก Transaction ถูก Broadcast ใน network ก่อนเวลา(Block high)ที่ระบุ Transaction นั้นก็จะถูกปฏิเสธโดย node แรกที่ได้รับและไม่ถูกส่งต่อไปยังnodeอื่นๆ
การใช้งาน nLockTime ก็เหมือนการใช้งานเช็คที่ระบุชื่อ และวันเวลาล่วงหน้าเอาไว้
ที่นี้พวกเราอาจไม่คุนเคยกับการใช้เช็คกันเท่าไรใช่มะ
คนส่ง ก็ต้องส่งเช็คให้ผู้รับ พร้อมสลัก ชื่อ และวันเวลาที่เอาไปขึ้นเงินได้ ให้ผู้รับเค้าเอาไปขึ้นเงินเองเมื่อถึงเวลา
คนรับ ถึงแม้ว่าเช็คใบนั้นจะเป็นชื่อคุณก็จริง แต่หากมันยังไม่ถึงเวลาและคนที่มาทำการขึ้นเงินไม่ใช่คนที่ระบุเอาไว้ ยังไงธนาคารก็จะปฏิเสธ transaction ของคุณอยู่ดี
#thainostrich #siamstr

Automatic difficulty adjustment algorithm แบบย่อ
คือเรื่องมันเป้นอย่างนี้นะพวก
ถ้าจะมีอะไรใน Bitcoin ที่ผมคิดว่างดงามที่สุด ผมก็ขอยกให้กับ Automatic difficulty adjustment algorithm
Automatic difficulty adjustment algorithm ใน Bitcoin เป็นส่วนสำคัญของกลไกการทำงานของ Bitcoin Network\t\t\t\nหน้าที่หลักของ difficulty adjustment algorithm คือการปรับความยากในการคำนวณการหาค่า target เพื่อปิด block
เพื่อให้ความถี่ในการปิดblockอยู่ในระดับที่เหมาะสมตามปริมาณกำลังขุด (hashing power) ของเครือข่ายในแต่ละช่วงเวลา\t\t\t\nโดยจะทำการปรับความยากในทุกๆ 2016 block (ประมาณ 2 สัปดาห์)
Automatic difficulty adjustment algorithm ใช้เพื่อให้เกิดบล็อกใหม่ในเครือข่ายโดยประมาณทุกๆ 10 นาที ไม่ว่าจะมีผู้ขุดเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากน้อยเพียงใดก็ตาม
หากมีการปิด block เร็วเกินไป (ต่ำกว่า 10 นาทีต่อblock) ความยากในการหาค่า target จะถูกปรับขึ้น เพื่อลดความถี่ในการปิด block
และในทางกลับกันหากมีการปิดblockช้าเกินไป (มากกว่า 10 นาทีต่อblock) ความยากในการหาค่า target จะถูกปรับลดลง เพื่อเพิ่มความถี่ในการปิด block
Algorithm ที่ใช้ในการปรับความยากในการคำนวณนี้มีขั้นตอนดังนี้
1.การคำนวณค่า target ปัจจุบัน: ในทุกๆ 2016 Block(หรือประมาณ2สัปดาห์) ค่า target ปัจจุบันจะถูกคำนวณโดยใช้ค่า target ก่อนหน้านี้และเวลาที่ใช้ในการปิด block ตามกฎการทำงานของ network
2.การคำนวณค่า target ใหม่: ค่า target ใหม่จะถูกคำนวณโดยใช้ค่า target ปัจจุบัน และเวลาที่ใช้ในการปิดblockในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งจะประมวลผลความยากในการคำนวณให้สอดคล้องกับปริมาณการขุดในช่วงเวลาก่อนหน้า
3.การปรับความยากในการคำนวณ: ค่า target ใหม่ที่คำนวณได้จากขั้นตอนที่ 2 นี้จะถูกนำไปใช้ในblockใหม่ที่ขุดต่อมา ทำให้ความยากในการคำนวณblockต่อไปเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับปริมาณการขุดของnetworkในช่วงเวลาที่ผ่านมา
ค่า target เป็นค่าที่กำหนดให้อยู่ใน Block header และใช้เพื่อตรวจสอบความยากในการคำนวณของ Block นั้นๆ
ค่า target ที่เหมาะสม จะกำหนดให้blockที่ถูกขุดมีค่า hash น้อยกว่าหรือเท่ากับค่า target เท่านั้น
ในกรณีที่ค่า hash ของblockมีค่าน้อยกว่าค่า target จะถือว่าการคำนวณสำเร็จ และblockนั้นจะถูกยอมรับโดย network
difficulty adjustment algorithm นี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ Network ของ Bitcoin ทำงานอย่างมีความเสถียร
ค่า target เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยให้เกิดการขุดblockใหม่ในปริมาณและเวลาที่เหมาะสม ทำให้blockถูกขุดใหม่ทุกๆ 10 นาทีเหมือนที่ระบบได้กำหนดไว้
ไม่ว่าจะมี miner เข้ามาร่วมหรือออกจากระบบไปมากน้อยแค่ไหน
#thainostrich #siamstr

Ikebukuro

BIP39 แบบย่อๆ
คือเรื่องมันเป็นแบบนี้นะ
ในยุคเริ่มต้นของ Bitcoin การใช้งานจริงๆ ยังไม่ค่อยง่าย อย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน
ความสะดวกสบายในการจัดเก็บและรับส่ง Bitcoin อย่างมีความปลอดภัย และความง่ายต่อการใช้งาน เป็นสิ่งที่เราจะไม่สามารถพบได้ในช่วงนั้น
เริ่มต้นด้วยเรื่องของ wallet.dat ซึ่งเป็นไฟล์ที่สำคัญในการเก็บรักษา Bitcoin ซึ่งเป็นโครงสร้างข้อมูลที่ใช้เก็บข้อมูลสำคัญที่สำคัญที่สุดในการเข้าถึง Bitcoin ของคุณ
ในช่วงนั้นการสูญเสียไฟล์ wallet.dat นี้อาจทำให้คุณสูญเสีย Bitcoin ได้โดยสิ้นเชิง และการสำรองข้อมูลเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
private key และ public key การจัดเก็บคู่ควบคู่กันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการควบคุมการเข้าถึง Bitcoin ของคุณ แต่ในช่วงนั้นอาจต้องสร้างคีย์ใหม่บ่อยครั้ง
ซึ่งอาจทำให้ความจำเป็นต้องสร้างคีย์มากเกินไปและยังทำให้เกิดความสับสนในการจัดเก็บและใช้งานคีย์ได้ด้วย การบันทึกและจดจำเลขฐาน 16 นี้ย่อมไม่ง่ายเลย
เนื่องจากเหตุผลดังกล่าว การใช้ Bitcoin ในยุคเริ่มต้นนั้นจึงมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูญเสียได้ง่าย
แต่เมื่อเวลาผ่านไป มีการพัฒนาและปรับปรุงระบบให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น เช่น การใช้งาน Wallet ที่มี UI/UX ที่ใช้ง่ายมากขึ้น
มีความปลอดภัยในการจัดเก็บ Private key อย่างปลอดภัย
รวมถึงมีการใช้ mnemonic phrase (seed phrase) ที่เป็นคำที่สร้างจากคีย์ในการเข้าถึงเงินของคุณ เพื่อทำให้การสำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูลเป็นเรื่องง่ายขึ้น
วิธีการทำงานของ BIP39
เราจะต้องสุ่มและคำนวณหา checksum คำในรายการที่กำหนดมา 2048 คำ และนำมาเรียงลำดับตามลำดับของ Seed เพื่อสร้าง mnemonic phrase ที่ประกอบด้วยคำต่างๆ 12, 18, หรือ 24 คำ
หลังจากที่ได้ mnemonic phrase แล้ว หากต้องการเพิ่มความปลอดภัยเพิ่มเติม เรายังสามารถเพิ่ม passphrase ที่เป็นรหัสลับส่วนเพิ่มเติม
ซึ่งใช้ในกระบวนการ hash เพื่อเป็นส่วนเพิ่มเติมของ seed phrase ที่ใช้สร้างคีย์ใหม่ ซึ่งในกรณีที่ไม่มี passphrase ก็คือ seed phrase เปล่าๆ
ดังนั้น BIP39 ทำให้กระบวนการสร้างและเก็บคีย์เป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยมากขึ้น และเปิดโอกาสในการกู้คืนกระเป๋าเงินและคีย์โดยใช้ mnemonic phrase และ passphrase ที่เราสร้างขึ้นได้อีกด้ว
สิ่งที่ทำให้ mnemonic phrase และ passphrase แตกต่างกันนั้นคือ passphrase นั้นจะไม่มีการ invalid
mnemonic phrase ที่ผิดนั้น wallet app จะแจ้งเตือนว่า mnemonic ที่กรอกไปนั้น invalid
ส่วน passphrase นั้น ไม่ว่าคุณจะกรอกอะไรลงไปมันก็จะใช้งานได้ทุกคำ
แต่ passphrase ย่อมนำไปสู่ BIP39 seed ที่ต่างกัน ซึ่งนั้นก็คือ address ที่ต่างกัน
การที่คุณไม่ได้บันทึก passphrase แยกกับ mnemonic phrase เอาไว้ด้วย นั่นอาจทำให้คุณไม่สามารถเข้าถึง Bitcoin ของคุณอีกเลยก็ได้
ดังนั้นการใช้งาน passphrase จึงต้องใช้งานด้วยความระมัดระวัง
***สำหรับ Mnemonic ที่ wallet ใช้อาจจะไม่ใช้ BIP39 ก็ได้เช่น electrum(แต่สามารถเอา mnemonic จาก BIP39 มา recover ได้)
#thainostrich #siamstr

Bitcoin is not a company.
Bitcoin doesn't have debt.
Bitcoin doesn't go bankrupt.
Bitcoin doesn’t have earnings.
No earnings report.
No earnings update.
No earnings downgrades.
No unexpected happening.
No CEO leaving unexpectedly.
No funny accounting.
Block size war แบบย่อๆ
คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้นะ
ปี 2009 Satoshi ได้ใช้ block size limit ขนาดบล็อก 1 MB
ปี 2010 Jeff Garzik เสนอให้ยกเลิก block size limit แล้วในปี 2010
ปี 2014 - 2015 ความพยายามจริงครั้งแรกในการจัดการกับblock size limit
ปี 2015 - 2017 Block size war
Block size War เป็นการถกเถียงกันเกี่ยวกับขนาด Block ของ blockchain ของ Bitcoin ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2015 ถึง 2017
เป็นการต่อสู้ของฝั่ง Small blockers ซึ่งมองถึงการที่ผู้ run node จะสามารถเข้าถึงโอกาสในการ run node ได้ง่าย และเป็นการรักษาความ decentralize ของระบบได้
และ Big blockers ผู้ที่ต้องการทำธุรกรรมที่ถูกกว่าผ่านการขยายขนาดของ Block
ตัวแทนฝั่ง Bigblocker Bitcoin XT, Classic และ Unlimited นั้นล้มเหลว แต่ก็ยังมีผู้เหลือรอดอยู่จนถึงปัจจุบัน คือ Bitcoin Cash และ BSV
Bitcoin block size limit เป็น parameter ใน Bitcoin protocol ซึ่งจำกัดขนาดของ Block ทำให้จำนวนธุรกรรม ณ เวลานั้นอยู่ที่ 7 transacion/second
เมื่อ Bitcoin network ขยายตัวขึ้น Block ก็เริ่มแน่นขึ้นและเต็มอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เกิดคำถามมากมายใน community ของ Bitcoin ว่า
-Block ควรจะเต็ม และมีธุรกรรมส่วนเกิน ไปอย่างนี้ตลอดหรือไม่
-กฎของ protocol นั้นควรเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ในกรณีที่คนส่วนใหญ่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
และมีคำถามอื่นๆอีกมากใน community แต่คำตอบสำหรับคำถามเหล่านั้นก็แบ่งได้เป็น 2 แบบ
Big Blockers - ให้ความสําคัญในระยะสั้น เน้นที่ประสบการณ์ผู้ใช้ การเติบโตของเครือข่าย และการมุ่งเน้นธุรกิจ
Small Blockers - ให้ความสําคัญความสําคัญระยะยาว เน้นไปที่ความยืดหยุ่นของระบบ
Bitcoin XT
เป็นข้อเสนอแรก แต่ก็ไม่ใช่ข้อเสนอสุดท้ายของ Big Blockers
เป็นข้อเสนอที่จะเพิ่ม blocksize จาก 1MB เป็น 8MB แล้วเพิ่มเป็นสองเท่า ทุกๆสองปีจนถึงปี 2036 ซึ่ง blocksize จะอยู่ที่ประมาณ 8GB การ update นี้จะทำให้ software ใหม่นี้ไม่สามารถทำงานกับ Node ที่เลือกจะใช้ software เดิมที่มีอยู่ในระบบ ณ ตอนนั้นได้ ซึ่งหมายความว่าจะเป็นการ Hard fork ออกมา ซึ่ง Bitcoin XT นี้ได้รับการสนับสนุนจาก Gavin Andresen ผู้ที่ครั้งหนึงเคยได้เป็น Bitcoin's Chief หลังจากที่ Satoshi ได้หายจากไป ซึ่งก็ทำให้ข้อเสนอนี้ยิ่งดูน่าเชื่อถือเข้าไปอีก
Big blockers ต้องการให้ Block มีขนาดที่ใหญ่เพื่อให้การทำธุรกรรมถูกลง
Small Blockers เชื่อว่าการที่ Block เต็มและมีธุรกรรมส่วนเกินนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากกับระบบในระยะยาว หากไม่มีส่วนเกินของการทำ transaction ก็จะไม่มีการเสนอค่า fees ให้กับ miner อันจะทำให้แรงจูงใจของ Miner ลดงลงไปในทุกๆ halving
มีการถกเถียงกันอย่างมากในวงกว้าง ครั้งแรกที่ Montreal ต่อจากนั้นก็ที่ ฮ่องกง ซึ่งเป็นที่ๆเป็นจุดเริ่มต้นให้ Gavin Andresen ต้องพ้นจากตำแหน่ง Bitcoin's Chief ที่รับไม้ต่อมาจาก Satoshi ไป และค่อยๆห่างหายไปจาก Bitcoin Community ในเวลาต่อมา
Segwit และ Lightning Network
สิ่งที่น่าสนใจในเหตุการณ์ช่วงนี้ คือ Peter Wullie ผู้ซึ่งเป็นอดีต Bitcoin core maintener และเพิ่งประกาศออกไปจากตำแหน่งเมื่อปี 2022 ได้เสนอวิธีการเพิ่มขนาดของ Block ผ่านการ Soft fork ซึ่งทำให้ทั้ง Node ที่เลือกจะใช้ code เก่า และ Node ที่เลือกจะใช้ code ใหม่นี้สามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งวิธีแก้ปัญหานี้เรียกว่า Segregated Witness หรือ SegWit ซึ่งข้อดีอีกอย่างของ SegWit softfork คือการเปิดใช้งาน Lightning Network เป็นเป็น scaling solution ที่แตกต่างจากแนวคิดแบบ Big blocker อย่างสิ้นเชิง
Big Blocker เคลื่อนไหวอีกครั้ง
หลังจากการตายสนิทของ Bitcoin XT ไปนั้น Jihan WU (Founder : Bitmain) ผู้ให้บริการ mining pool และผู้ผลิต Asics ยี่ห้อ Ant mainer ก็ได้นำเสนอ Bitcoin Classic ขึ้นมา
ซึ่งในขณะเดียวกับ Craig wright (Faketoshi) ผู้อ้างตัวว่าคือ Satoshi Nakamoto โดยมี Gavin Andresen อธิบายว่าทําไมเขาถึงเชื่อว่า Craig Wright เป็นผู้สร้าง Bitcoin หรือ Satoshi Nakamoto ที่งาน Consensus 2016 ซึ่งก็ทำให้เค้าสูญเสียความน่าเชื่อถือ และถูกสาปส่งจาก community bitcoin เป็นอย่างมาก
ในแทบจะช่วงเวลาดียวกันนั้นเอง Ethereum ก็ถูก hack และเกิดการ hard fork เป็น Ethereum และ Ethereum Classic ในเวลาต่อมา ซึ่งก็อาจเป็นภาพแทนที่ทำให้เห็นความเป็นไปได้ว่าสามารถเกิดอะไรขึ้นได้บ้างหากเกิดการ hard fork เหล่า miner ตะหนักได้ว่า Bitcoin classic จะไม่ได้มาแทนที่ Bitcoin แต่มันจะต่างคนต่างอยู่กันไป
โดยรวมแล้ว Bitcoin XT , Bitcoin Classic , Bitcoin limit ต่างก็ล้มเหลว
The New York agreement
มีการจัดประชุมแบบลับโดยคนอย่าง Jihan wu (Founder:Bitmain) , Barry Silbert(CEO ของ Digital curency group)และบริษัทต่างๆมากกว่า 50 บริษัท เพื่อที่จะตกลงการ Scaling Bitcoin โดยการเปิดเกิดการใช้งาน Segregated Witness และเพิ่มขนาด Block เป็น 2MB (Segwit2X) จนกระทั่งมี email จาก Mike Belshe ที่เป็น CEO ของ BITGO ซึ่งเป็นบริษัทที่เข้าร่วมใน The New York agreement ด้วยแต่ไม่ได้ลงนามข้อตกลงเอาไว้ หลุดออกมา ผู้คนใน Community Bitcoin จึงยิ่งกราดเกรี้ยว โกรธเคือง
Segwit ได้ถูกเปิดใช้งานแต่นั้นเป็นเพียงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ New York Agreement ซึ่ง Soft fork แต่ในส่วนของการเพิ่มขนาด block นั้นซึ่งจะเป็นการ hard fork ออกมาเป็นอีกเหรียญ ซึ่งคนจำนวนมากไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น เมื่อ Big blocker เห็นแนวโน้มว่าข้อตกลง New york agreement จะล้มเหลว จึงเสนอ Solution ใหม่ในนาม Bitcoin Cash และในขณะเดียวกันผู้เข้าร่วมใน New york agreement ก็เริ่มถอนตัวเพราะตัว implementation นี้จะไม่สามารถป้องกันการ repay attack ได้
สุดท้ายแล้วส่วนของ 2X นี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นจริงและถูกยกเลิกไปอย่างเป็นทางการไป มีเรื่องราวอีกมากมายเกิดขึ้นระหว่างเส้นทางการต่อสู้นี้ แต่ก็จบลงด้วยชัยชนะของ Small Blocker ถึงแม้ bitcoin cash จะอยู่มาถึงทุกวันนี้แต่ก็ไม่ได้มี Hashing power , จำนวน node และอื่นๆใกล้เคียงกับ Bitcoin ได้เลยแม้แต่น้อย
นี่อาจจะไม่ใช่สงครามครั้งสุดท้ายของ Bitcoin สงครามครั้งต่อไปของ Bitcoin อาจจะเป็นในมุมมองอื่นก็เป็นได้

Before the sun rise @Fuji

Bitcoin works as it is because it’s so stupidly simple.
Anybody can understand what Bitcoin is even if they have never turned on a computer.
Bitcoin is where you store your time.
Bitcoin is an idea that challenges ownership.
When ownership changes, everything changes.
Be open to the inevitable change coming.
I Fcuking it with my Bitcoin.

Smart contracts platform with a certificate from certified smart contracts auditor.
https://nostr.build/av/dd814201adb1fe11fb9d9771d2f9dce427fc12293949becd01187cf9aedcc3fe.mp4
A fire? No,to save a drunk friend. https://nostr.build/av/cc7355094d389afae7c7066abcc79e2f40d647ad4514ed25d6a36b384e172d6e.mov
IU smiling for shitcoiners. 
When someone playing god with a monetary system, another person gives something in return (which may be your next generation).
BIP39 is not too hard to understand and practice by yourself.
Very useful, especially when your state is failing or when you become an asylum seeker.