Avatar
Gracialo679
aa07474209f7a2ac7597804c04236b1020acd477d58f5d9e62c487fc44ed0fd9
Bitcoin Toxic Maximalist Living in Thailand <Bitcoin-only talker> https://ask.arata.se/gracialo679

อธิบาย Automatic difficulty adjustment algorithm ด้วย code

คือ code มันเป็นแบบนี้นะพวก

Target adjustment limit

Set targetTimeSpan = expected time taken to mine a block (s) × difficulty readjustment interval

Set totalInterval = actual time taken to mine N blocks

iftotalInterval < targetTimeSpan then

totalInterval = targetTimeSpan / 4

end if

iftotalInterval > targetTimeSpan then

totalInterval = targetTimeSpan × 4

end if

Target adjustment limit คือกลไกในที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าบล็อกใหม่จะถูกขุดทุกๆ 10 นาที สิ่งนี้สำคัญเพราะช่วยรักษาเครือข่าย Bitcoin ให้เสถียรและปลอดภัย

Target adjustment limit ทำงานโดยเปรียบเทียบเวลาที่ใช้ในการขุด block จริงกับเวลาคาดการณ์

หากเวลาจริงน้อยกว่าเวลาคาดการณ์ ระดับความยากในการขุดจะลดลง ทำให้ง่ายต่อการขุด block ซึ่งจะช่วยเร่งความเร็วของเครือข่าย

ในทางกลับกัน หากเวลาจริงมากกว่าเวลาคาดการณ์ ระดับความยากในการขุดจะเพิ่มขึ้น ทำให้ยากต่อการขุด block ซึ่งจะช่วยชะลอความเร็วของเครือข่าย

Target adjustment limit ถูกตั้งค่าไว้ที่สูงสุด 4 เท่าของเวลาคาดการณ์ และต่ำสุด 1/4 ของเวลาคาดการณ์

สิ่งนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าระดับความยากในการขุดจะไม่เปลี่ยนแปลงมากเกินไป จนทำให้เครือข่ายไม่เสถียร

กล่าวอีกนัยหนึ่ง Target adjustment limit ช่วยรักษาเครือข่าย Bitcoin ทำงานได้อย่างราบรื่น โดยมั่นใจได้ว่า block ใหม่จะถูกขุดด้วยอัตราที่สม่ำเสมอ

อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นอีกหน่อย สมมติว่าเวลาคาดการณ์ในการขุด block คือ 10 นาที

หากใช้เวลาจริงในการขุด block น้อยกว่า 10 นาที ตัวอย่างเช่น 9 นาที ระดับความยากในการขุดก็จะลดลง ทำให้ block ใหม่ถูกขุดเร็วขึ้น

ในทางกลับกัน หากใช้เวลาจริงในการขุด block มากกว่า 10 นาที ตัวอย่างเช่น 11 นาที ระดับความยากในการขุดก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้ block ใหม่ถูกขุดช้าลง

#thainostrich #siamstr

เกิดใหม่อีกทีก็เป็น bitcoiner ไปซะแล้ว EP4

นายเอกยังคงเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์ต่อไป เขาเขียนบทความเกี่ยวกับบิตคอยน์อย่างต่อเนื่อง

และเขาเริ่มเผยแพร่วิดีโอเกี่ยวกับบิตคอยน์บน YouTube อีกด้วย

วิดีโอของนายเอกได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ผู้คนเริ่มสนใจในบิตคอยน์มากขึ้นเรื่อยๆ

ผู้คนเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับศักยภาพของบิตคอยน์ในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อและระบบการเงินปัจจุบัน

นายเอกเริ่มมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้บิตคอยน์กลายเป็นระบบการเงินทางเลือกในไทย

เขาเข้าร่วมงานประชุมและสัมมนาเกี่ยวกับบิตคอยน์ต่างๆ และเขาเริ่มรณรงค์ให้ผู้คนเปลี่ยนมาใช้บิตคอยน์

การผลักดันของนายเอกเริ่มได้ผล ผู้คนเริ่มตระหนักถึงศักยภาพของบิตคอยน์มากขึ้นเรื่อยๆ

และพวกเขาเริ่มเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกกฎหมายห้ามการซื้อขายบิตคอยน์

รัฐบาลไทยเริ่มรู้สึกกังวลเกี่ยวกับกระแสการเรียกร้องของประชาชน พวกเขาเริ่มพิจารณาที่จะยกเลิกกฎหมายห้ามการซื้อขายบิตคอยน์

วันหนึ่ง นายเอกได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่จากธนาคารแห่งประเทศไทย

เจ้าหน้าที่: สวัสดีครับ คุณเอก ผมชื่อสมชาย ผมเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารแห่งประเทศไทย

นายเอก: สวัสดีครับ คุณสมชาย มาทำอะไรที่นี่ครับ

เจ้าหน้าที่: ผมมาที่นี่เพื่อขอคุยกับคุณเกี่ยวกับบิตคอยน์

นายเอก: มีอะไรกับบิตคอยน์ครับ

เจ้าหน้าที่: ผมได้ยินมาว่า คุณกำลังรณรงค์ให้ผู้คนเปลี่ยนมาใช้บิตคอยน์

นายเอก: ใช่ครับ ผมกำลังทำเช่นนั้น

เจ้าหน้าที่: ผมอยากจะบอกคุณว่า รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาที่จะยกเลิกกฎหมายห้ามการซื้อขายบิตคอยน์

นายเอก: นั่นหมายความว่า ผู้คนจะสามารถซื้อขายบิตคอยน์ได้อย่างถูกกฎหมายในไทยแล้วหรือครับ

เจ้าหน้าที่: ใช่ครับ แต่รัฐบาลไทยมีข้อแม้ว่า คุณต้องหยุดรณรงค์ให้ผู้คนเปลี่ยนมาใช้บิตคอยน์

นายเอก: ผมขอโทษครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าผมจะทำตามที่รัฐบาลต้องการได้หรือไม่

เจ้าหน้าที่: คุณควรคิดให้ดีก่อนนะ นี่เป็นโอกาสครั้งสำคัญของคุณที่จะผลักดันให้บิตคอยน์กลายเป็นระบบการเงินทางเลือกในไทย

นายเอกรู้สึกลังเล เขารู้ว่านี่เป็นโอกาสครั้งสำคัญของเขา แต่เขาก็เชื่อว่าเขายังคงต้องรณรงค์ให้ผู้คนเปลี่ยนมาใช้บิตคอยน์ต่อไป

นายเอก: ผมขอโทษครับ แต่ผมไม่สามารถหยุดรณรงค์ให้ผู้คนเปลี่ยนมาใช้บิตคอยน์ได้

เจ้าหน้าที่: คุณกำลังทำให้สถานการณ์แย่ลงนะ คุณรู้ตัวไหม

คุณสมชายพูดจบ ก็เดินจากไป

นายเอกรู้สึกเสียใจ เขารู้ว่าเขากำลังเสี่ยง แต่เขาก็เชื่อว่าเขากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง เขาเชื่อว่าเขากำลังช่วยผู้คนให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

นายเอกตัดสินใจที่จะเดินหน้ารณรงค์ให้ผู้คนเปลี่ยนมาใช้บิตคอยน์ต่อไป

เขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งผู้คนจะตระหนักถึงศักยภาพของบิตคอยน์และเปลี่ยนมาใช้บิตคอยน์แทนระบบการเงินปัจจุบัน

แค่คุณถือ Bitcooin ไว้ในการครอบของของคุณ

ก็คือการประท้วงต่ออำนาจรัฐแล้ว

#thainostrich #siamstr

https://www.youtube.com/watch?v=ZZb3VCmO_SM

Bitcoin ปลอม

คือเรื่องมันเป็นแบบนี้นะพวก

มี Bitcoin ปลอมนั้นมีอยู่มากมาย และเมื่อคนที่ต้องการซื้อ Bitcoin จริง แต่ทำไมลงเอยด้วยการซื้อBitcoinปลอม?

ย้อนกลับไปในช่วง block size war เมื่อปี 2017 ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของ Bitcoin ปลอม ก็คือ เหล่า forkcoins ทั้งหลาย

และผู้คนจำนวนมากก็ถูกหลอกให้ซื้อforkcoins ซึ่งทำให้มูลค่าบางส่วนถูกเบี่ยงเบนความสนใจไปจากการสะสมมูลค่าในBitcoin จริง

Bitcoin IOUs

ผู้ใช้ส่วนใหญ่กำลังได้รับ BTC ผ่าน exchanges centralized เมื่อพวกเขาส่ง fiat ไปยัง exchange ผ่านธนาคารที่ใช้ payment rails แบบดั้งเดิมและจากนั้นจึงวางคำสั่งซื้อเพื่อซื้อ BTC

แต่คุณไม่สามารถตรวจสอบ งบดุล ของบริษัทได้ คุณจึงไม่สามารถแน่ใจได้ว่า IOU ของคุณจะเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ที่แสดงให้เห็นได้เมื่อถึงเวลา

ในอดีตเต็มไปด้วยการเปิดเผยให้เห็นว่าว่า หลายๆ exchanges ได้ทำการ operate กิจกการของพวกเขาด้วยการทำ fractional reserves

Wrapped bitcoin

Token ที่อ้างอิงราคาจาก bitcoin แต่ทำงานอยู่บนเครือข่าย blockchain อื่น Token เหล่านี้ส่วนใหญ่จะเก็บbitcoinจริงไว้กับ custodian

ซึ่งหมายความว่าหากคุณเก็บ wrapped bitcoin token ไว้ใน self-custody คุณก็ยังคงเสี่ยงต่อ counterparty risk ได้

เราอาจจะสังเกตเห็นความล้มเหลวของ wrapped tokens หลายรายการบน Solana ที่ "backed" ด้วยทรัพย์สินที่ถือโดย custodian ซึ่งถูกพิสูจน์แล้วว่าล้มเหลว

Derivatives, futures, and options contracts

มันเป็นเพียงแค่สัญญาที่ให้คุณได้อะดินารีนสูบฉีดไปกันการเคลื่อนไหวของราคา แต่ไม่ได้มอบความสามารถในการครอบครอง Bitcoin ให้กับคุณเลย

คุณจะได้รับประสบการณ์จาก ทุกความเสี่ยง ทุกการเคลื่อนไหวในตลาด ยกเว้นประสบการณ์ในการครอบครอง Bitcoin

#thainostrich #siamstr

What da fcuk happened with 3BB

เกิดใหม่อีกทีก็เป็น bitcoiner ไปซะแล้ว EP3

วันหนึ่ง นายเอกกำลังนั่งทำงานอยู่ที่บริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ในช่วงพักเที่ยงขณะที่เขากำลังเขียนบทความเกี่ยวกับบิตคอยน์อยู่

ทันใดนั้น ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา

เจ้าหน้าที่: สวัสดีครับ ผมชื่อสมชาย ผมเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารแห่งประเทศไทย

นายเอก: สวัสดีครับ คุณสมชาย มีอะไรหรืเปล่าครับ

เจ้าหน้าที่: ผมมาที่นี่เพื่อขอคุยกับคุณเกี่ยวกับบทความที่คุณเขียนเกี่ยวกับบิตคอยน์

นายเอก: มีอะไรกับบทความผมเหรอครับ

เจ้าหน้าที่: ผมอ่านบทความของคุณแล้ว ผมรู้สึกเป็นห่วงคุณมาก คุณกำลังเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นอันตรายต่อระบบการเงินของประเทศอยู่

นายเอก: ข้อมูลที่เป็นอันตราย อย่างไรครับ ผมแค่เขียนความจริงเกี่ยวกับบิตคอยน์

เจ้าหน้าที่: บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผิดกฎหมายในไทย รัฐบาลไทยได้ออกกฎหมายห้ามการซื้อขายบิตคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ

นายเอก: แต่ผมไม่ได้ซื้อขายบิตคอยน์นะครับ ผมแค่เขียนบทความเกี่ยวกับมัน

เจ้าหน้าที่: ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม คุณกำลังเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นอันตรายต่อระบบการเงินของประเทศ ผมขอเตือนคุณว่าอย่าทำอย่างนี้อีก

นายเอก: ผมขอโทษครับ แต่ผมจะไม่ยอมหยุดเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์ ผมเชื่อว่าบิตคอยน์เป็นระบบการเงินทางเลือกที่ดีกว่าระบบการเงินปัจจุบัน

เจ้าหน้าที่: คุณกำลังทำสิ่งที่ผิดกฎหมายนะ คุณควรคิดให้ดีก่อน

คุณสมชายพูดจบ ก็เดินจากไป

นายเอกรู้สึกกังวล เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่นั้นผิดกฎหมาย แต่เขาก็เชื่อว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้อง เขาเชื่อว่าเขากำลังช่วยผู้คนให้ตระหนักถึงทางเลือกอื่นของระบบการเงิน

นายเอกตัดสินใจที่จะเดินหน้าเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์ต่อไป เขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งผู้คนจะตระหนักถึงศักยภาพของบิตคอยน์และเปลี่ยนมาใช้บิตคอยน์แทนระบบการเงินปัจจุบัน

#thainostrich #siamstr

การแยกแยะไม่ออกระหว่าง soft fork และ นวัตกรรม

<<บทความต้นฉบับโดย nostr:npub10vlhsqm4qar0g42p8g3plqyktmktd8hnprew45w638xzezgja95qapsp42>>

ข้อโต้แย้งทั่วไปในชุมชน shitcoin คือ Bitcoin ไม่ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับ Shitcoin ที่ "ล้ำหน้า" รุ่นใหม่กว่า

บางคนโต้แย้งว่า Bitcoin จำเป็นต้องใช้ soft fork มากขึ้นเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือก้าวหน้าหรือได้รับการยอมรับต่อไป

ข้อโต้แย้งเหล่านี้มีข้อบกพร่องอยู่หลายประการ

ประการแรก มันไม่ถูกต้องที่จะบอกว่า Bitcoin ไม่ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ นักพัฒนาจำนวนมากกำลังทำงานอย่างต่อเนื่องกับ Bitcoin ไม่เพียง แต่ใน Core Dev

แต่ยังรวมถึงโครงการที่ต่อยอดต่างๆ นวัตกรรมนั้นไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับ protocol เท่านั้น มันยังเกิดขึ้นได้ใน Layer 2

ตัวอย่างเช่น โครงการ Lightning Network ช่วยให้ผู้ใช้สามารถส่งเงินได้อย่างรวดเร็วและราคาถูก

ประการที่สอง การเทียบเคียง soft fork กับ นวัตกรรม เป็นการไม่เข้าใจถึงผลกระทบระยะยาว

soft fork เป็นการเปลี่ยนแปลง protocol อย่างถาวร การรีบเพิ่มคุณสมบัติใหม่อาจทำให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

ซึ่งเป็นปัญหาที่มักพบใน shitcoin จำนวนมาก และแย่กว่านั้น ถ้า soft fork เป็น dud ที่สมบูรณ์(ความผิดพลาดที่ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้)

เราติดอยู่กับมัน การย้อนกลับsoft fork ต้องใช้การ hard fork ซึ่งอาจทำให้เครือข่ายแตกแยกกัยนแบบช่วง block size wars ได้

ประการที่สาม มีความเข้าใจผิดๆว่าการขาด soft fork บ่งบอกถึงความล้าหลัง

มุมมองนี้เพิกเฉยต่อจุดแข็งที่ใหญ่ที่สุดของ Bitcoin นั่นคือการกระจายอำนาจ

เนื่องจาก Bitcoin ไม่ได้ถูกควบคุมโดย entity เดียวจึงไม่มี Road mapหรือกำหนดเวลา

การกระจายอำนาจนี้ช่วยให้รูปแบบนวัตกรรมที่เป็นธรรมชาติและปลอดภัยยิ่งขึ้นซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นใน Layer บนของ protocol ของ Bitcoin

นวัตกรรมใน Bitcoin ไม่ได้ถูกกำหนดโดยจำนวนหรือความถี่ของ soft fork เพียงอย่างเดียว

ข้อโต้แย้งที่ว่า Bitcoin ล้าหลังเพราะไม่ได้ soft fork อย่างต่อเนื่องนั้น จึงเป้นการบิดเบือนความจริงว่านวัตกรรมที่แท้จริงและยั่งยืนเกิดขึ้นได้อย่างไร

สรุปแล้ว Bitcoin ไม่ได้ล้าหลังด้านนวัตกรรมเพราะไม่ได้ใช้ soft fork อย่างต่อเนื่อง

นวัตกรรมใน Bitcoin สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับ Protocol การเปลี่ยนแปลงในระดับชั้นที่สอง และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

#thainostrich #siamstr

ก็ไม่เท่าไรนะ😓😓😓

ECDSA (Elliptic Curve Digital Signature Algorithm)

คือเรื่องมันเป็นแบบนี้นะพวก

ECDSA คือ Algorithm ที่ใช้ใน Bitcoin โดย Algorithm นี้ใช้เพื่อยืนยันความถูกต้องของธุรกรรม ว่าธุรกรรมนั้นมาจากผู้ส่งที่แท้จริงหรือไม่

ECDSA ทำงานโดยการแปลงข้อความธรรมดาให้เป็นตัวเลขที่ไม่สามารถถอดกลับได้ ตัวเลขนี้เรียกว่า "Signature"

Signatureจะถูกสร้างขึ้นโดยใช้ Private key ของผู้ใช้ Public key ของผู้ใช้จะถูกเผยแพร่เพื่อให้ผู้อื่นสามารถตรวจสอบ Signature ได้

ใน Bitcoin ECDSA ใช้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมทั้งหมด

ธุรกรรมแต่ละรายการมีลายเซ็น ECDSA ที่สร้างขึ้นโดยใช้กุญแจส่วนตัวของผู้ส่ง

เมื่อผู้ใช้ต้องการส่งธุรกรรม พวกเขาจะต้องสร้าง Signature โดยใช้ Private key ของเขา

Signature นี้จะถูกแนบไปกับธุรกรรมและส่งไปยังเครือข่าย

ผู้รับสามารถตรวจสอบ Signature โดยใช้กุญแจสาธารณะของผู้ส่ง

หาก Signature ถูกต้อง ผู้รับจะทราบว่าธุรกรรมนั้นมาจากผู้ส่งที่แท้จริง

#thainostrich #siamstrhttps://m.primal.net/HKVR.mp4

เกิดใหม่อีกทีก็เป็น bitcoiner ไปซะแล้ว EP2

นายเอกเริ่มทำงานที่บริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง เขาพบว่าการทำงานที่นี่ไม่ต่างจากที่ทำงานยุคปัจจุบันเลย พนักงานทุกคนต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีพ เงินเดือนที่ได้มาก็แทบไม่พอใช้

นายเอกเริ่มพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับระบบการเงิน เขาเล่าให้พวกเขาฟังเกี่ยวกับบิตคอยน์ เพื่อนร่วมงานของนายเอกบางคนก็สนใจในเรื่องนี้ พวกเขาเริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบิตคอยน์มากขึ้น

นายเอกเริ่มเขียนบทความเกี่ยวกับระบบการเงินและบิตคอยน์ เขาเผยแพร่บทความของเขาบนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้คนได้รับรู้ถึงปัญหาของเงินเฟ้อและระบบการเงินปัจจุบัน

บทความของนายเอกได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ผู้คนเริ่มตระหนักถึงปัญหาของเงินเฟ้อและระบบการเงินมากขึ้น พวกเขาเริ่มสนใจที่จะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบิตคอยน์

นายเอกเริ่มมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์ เขากลายเป็นผู้นำของกลุ่ม bitcoiner กลุ่มแรกในยุคนี้

กลุ่ม bitcoiner ของนายเอกเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาเริ่มรวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบิตคอยน์

พวกเขายังเริ่มจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์ให้กับคนทั่วไป

งานกิจกรรมของกลุ่ม bitcoiner ของนายเอกได้รับการตอบรับอย่างดี ผู้คนเริ่มสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์มากขึ้น

นายเอกเชื่อว่าการกระจายความรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์เป็นสิ่งสำคัญ เขาต้องการให้ผู้คนตระหนักถึงศักยภาพของบิตคอยน์ในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อและระบบการเงินปัจจุบัน

นายเอกยังคงทำงานเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์ต่อไป เขาหวังว่าสักวันหนึ่งบิตคอยน์จะกลายเป็นระบบการเงินทางเลือกที่จะช่วยให้ผู้คนมีอิสระทางการเงินและมีชีวิตที่ดีขึ้น

นายเอกเริ่มทำงานที่บริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง เขาพบว่าการทำงานที่นี่ไม่ต่างจากที่ทำงานยุคปัจจุบันเลย พนักงานทุกคนต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีพ เงินเดือนที่ได้มาก็แทบไม่พอใช้

นายเอกเริ่มพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับระบบการเงิน เขาเล่าให้พวกเขาฟังเกี่ยวกับบิตคอยน์ เพื่อนร่วมงานของนายเอกบางคนก็สนใจในเรื่องนี้ พวกเขาเริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบิตคอยน์มากขึ้น

นายเอกเริ่มเขียนบทความเกี่ยวกับระบบการเงินและบิตคอยน์ เขาเผยแพร่บทความของเขาบนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้คนได้รับรู้ถึงปัญหาของเงินเฟ้อและระบบการเงินปัจจุบัน

บทความของนายเอกได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ผู้คนเริ่มตระหนักถึงปัญหาของเงินเฟ้อและระบบการเงินมากขึ้น พวกเขาเริ่มสนใจที่จะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบิตคอยน์

นายเอกเริ่มมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์ เขากลายเป็นผู้นำของกลุ่ม bitcoiner กลุ่มแรกในยุคนี้

กลุ่ม bitcoiner ของนายเอกเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาเริ่มรวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบิตคอยน์ พวกเขายังเริ่มจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์ให้กับคนทั่วไป

งานกิจกรรมของกลุ่ม bitcoiner ของนายเอกได้รับการตอบรับอย่างดี ผู้คนเริ่มสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์มากขึ้น

นายเอกเชื่อว่าการกระจายความรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์เป็นสิ่งสำคัญ เขาต้องการให้ผู้คนตระหนักถึงศักยภาพของบิตคอยน์ในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อและระบบการเงินปัจจุบัน

นายเอกยังคงทำงานเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์ต่อไป เขาหวังว่าสักวันหนึ่งบิตคอยน์จะกลายเป็นระบบการเงินทางเลือกที่จะช่วยให้ผู้คนมีอิสระทางการเงินและมีชีวิตที่ดีขึ้น

#thainostrich #siamstr

Replying to Avatar Gracialo679

"เกิดใหม่อีกทีก็เป็น bitcoiner ไปซะแล้ว"

ณ ห้องนอนของชายหนุ่มคนหนึ่ง

นายเอกตื่นขึ้นมาด้วยความสับสน

นายเอก: นี่มันที่ไหนกัน ทำไมฉันจำอะไรไม่ได้เลย

นายเอกลุกขึ้นจากเตียงและสำรวจห้องนอน เขาพบว่าห้องนอนนี้ดูเก่าแก่และโทรมกว่าห้องนอนที่เขาเคยอยู่มาก

นายเอก: นี่ฉันอยู่ที่ไหนกัน เกิดอะไรขึ้นกับฉัน

ทันใดนั้น นายเอกก็ได้ยินเสียงดังจากประตูห้อง

เสียง: นี่นายน่ะ ตื่นได้แล้ว เดี๋ยวจะสายเอานะ

นายเอกเดินไปเปิดประตูห้อง ก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง

หญิงสาว: นายตื่นได้แล้วนะ วันนี้นายต้องไปทำงาน

นายเอก: ทำงาน? ฉันทำงานอะไร แล้วเธอเป็นใครกัน

หญิงสาว: นายเป็นพนักงานบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง

นายเอก: บริษัทเทคโนโลยี? ฉันไม่เคยทำงานบริษัทเทคโนโลยีมาก่อนเลย

หญิงสาว: ไม่เป็นไร นายจะค่อยๆ เรียนรู้ไปเอง

หญิงสาวเดินออกจากห้องไปโดยไม่ได้อธิบายอะไร นายเอกยืนมองเธอไปด้วยความสงสัย

นายเอกมองไปที่ตู้เย็นที่ว่างเปล่า ตระหนักว่าตัวเองไม่มีอาหารเหลืออยู่ในบ้าน

นายเอก: เงินเฟ้อ? ทำไมชีวิตคนที่นี่ถึงดูยากลำบากขนาดนี้

นายเอกเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ

นายเอก: ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน

นายเอกเดินไปหาคอมพิวเตอร์และเปิดอินเทอร์เน็ต

นายเอก: โลกในปี 2009 เงินเฟ้อพุ่งสูง บิตคอยน์เริ่มต้นขึ้น

นายเอกอ่านข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตอย่างตั้งใจ เขาเริ่มเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

นายเอก: ใช่แล้ว ฉันเกิดใหม่มาอีกครั้งในยุคที่บิตคอยน์เริ่มต้นขึ้น

นายเอกดีใจมากที่เขามีโอกาสที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

นายเอก: ฉันจะเรียนรู้ระบบการเงินและประวัติศาสตร์การเงิน เพื่อที่จะเข้าใจถึงสาเหตุของปัญหาเงินเฟ้อและความเลวทรามทั้งหมายที่กำเนิดมาจากมัน

นายเอกเริ่มวางแผนที่จะสร้างความรู้และความตระหนักให้กับทุกคนรอบข้าง โดยเน้นไปที่การทำงานที่สร้าง productivity ให้กับโลก และออมในเงินที่ไม่ทรยศมูลค่าของตัวมันเอง

นายเอกเชื่อว่าระบบการเงินปัจจุบันนั้นไม่ยั่งยืน เพราะเงินเฟ้อทำให้เงินออมของผู้คนมีมูลค่าลดลงเรื่อยๆ ผู้คนจึงต้องทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรักษาระดับการใช้ชีวิตไว้

#thainostrich #siamstr

มี 5 ตอนจบนะ บอกไว้ก่อน

"เกิดใหม่อีกทีก็เป็น bitcoiner ไปซะแล้ว"

ณ ห้องนอนของชายหนุ่มคนหนึ่ง

นายเอกตื่นขึ้นมาด้วยความสับสน

นายเอก: นี่มันที่ไหนกัน ทำไมฉันจำอะไรไม่ได้เลย

นายเอกลุกขึ้นจากเตียงและสำรวจห้องนอน เขาพบว่าห้องนอนนี้ดูเก่าแก่และโทรมกว่าห้องนอนที่เขาเคยอยู่มาก

นายเอก: นี่ฉันอยู่ที่ไหนกัน เกิดอะไรขึ้นกับฉัน

ทันใดนั้น นายเอกก็ได้ยินเสียงดังจากประตูห้อง

เสียง: นี่นายน่ะ ตื่นได้แล้ว เดี๋ยวจะสายเอานะ

นายเอกเดินไปเปิดประตูห้อง ก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง

หญิงสาว: นายตื่นได้แล้วนะ วันนี้นายต้องไปทำงาน

นายเอก: ทำงาน? ฉันทำงานอะไร แล้วเธอเป็นใครกัน

หญิงสาว: นายเป็นพนักงานบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง

นายเอก: บริษัทเทคโนโลยี? ฉันไม่เคยทำงานบริษัทเทคโนโลยีมาก่อนเลย

หญิงสาว: ไม่เป็นไร นายจะค่อยๆ เรียนรู้ไปเอง

หญิงสาวเดินออกจากห้องไปโดยไม่ได้อธิบายอะไร นายเอกยืนมองเธอไปด้วยความสงสัย

นายเอกมองไปที่ตู้เย็นที่ว่างเปล่า ตระหนักว่าตัวเองไม่มีอาหารเหลืออยู่ในบ้าน

นายเอก: เงินเฟ้อ? ทำไมชีวิตคนที่นี่ถึงดูยากลำบากขนาดนี้

นายเอกเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ

นายเอก: ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน

นายเอกเดินไปหาคอมพิวเตอร์และเปิดอินเทอร์เน็ต

นายเอก: โลกในปี 2009 เงินเฟ้อพุ่งสูง บิตคอยน์เริ่มต้นขึ้น

นายเอกอ่านข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตอย่างตั้งใจ เขาเริ่มเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

นายเอก: ใช่แล้ว ฉันเกิดใหม่มาอีกครั้งในยุคที่บิตคอยน์เริ่มต้นขึ้น

นายเอกดีใจมากที่เขามีโอกาสที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

นายเอก: ฉันจะเรียนรู้ระบบการเงินและประวัติศาสตร์การเงิน เพื่อที่จะเข้าใจถึงสาเหตุของปัญหาเงินเฟ้อและความเลวทรามทั้งหมายที่กำเนิดมาจากมัน

นายเอกเริ่มวางแผนที่จะสร้างความรู้และความตระหนักให้กับทุกคนรอบข้าง โดยเน้นไปที่การทำงานที่สร้าง productivity ให้กับโลก และออมในเงินที่ไม่ทรยศมูลค่าของตัวมันเอง

นายเอกเชื่อว่าระบบการเงินปัจจุบันนั้นไม่ยั่งยืน เพราะเงินเฟ้อทำให้เงินออมของผู้คนมีมูลค่าลดลงเรื่อยๆ ผู้คนจึงต้องทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรักษาระดับการใช้ชีวิตไว้

#thainostrich #siamstr

Hash

คือเรื่องมันเป็นแบบนี้นะพวก

Hash คือผลิตภัณฑ์กัญชาที่ได้จากการนำสาร THC ออกจากกัญชาแล้วบีบอัดให้เป็นก้อนแข็ง

อ่าวคนละ hash

แฮช (Hash) เป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่ใช้แปลงข้อมูลดิจิทัลให้มีความยาวเท่ากัน

โดยทั่วไปแล้วแฮชจะมีความยาว 256 บิต หรือ 32 ไบต์ ข้อมูลดิจิทัลที่นำมาแปลงด้วยแฮชเรียกว่า ข้อความต้นทาง (Input)

ส่วนข้อมูลที่ได้จากการแปลงเรียกว่า ข้อความแฮช (Output) หรือ ข้อมูลแฮช (Hash value)

คุณสมบัติที่สำคัญของแฮชคือ ข้อความต้นทางที่ต่างกันจะส่งผลให้ข้อความแฮชต่างกันเสมอ

การเปลี่ยนแปลงข้อมูลชุดเดิมแม้เพียงเล็กน้อย จะทำให้ค่า Message Digest เปลี่ยนไปทันที

ยกตัวอย่างเช่น หากนำข้อความ "Hello world!" ไปแปลงด้วยฟังก์ชันแฮช เราจะได้ข้อความแฮชที่ต่างกันจากการนำข้อความ "Hello!" ไปแปลงด้วยฟังก์ชันแฮช

นอกจากนี้ ข้อความแฮชไม่สามารถถอดรหัสกลับมาเป็นข้อความต้นทางได้

ยกตัวอย่างเช่น หากเราทราบข้อความแฮชของข้อความ "Hello world!" ก็ไม่สามารถใช้ข้อความแฮชนั้นมาถอดรหัสกลับเป็นข้อความ "Hello world!" ได้

การใช้งานแฮช

แฮชมีการใช้งานหลากหลาย เช่น

การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลดิจิทัล เช่น ไฟล์ เอกสาร หรืออีเมล

การยืนยันตัวตน เช่น การตรวจสอบความถูกต้องของรหัสผ่าน

การสร้างลายนิ้วมือดิจิทัล (Digital fingerprint) ของข้อมูลดิจิทัล

การสร้างข้อมูลแฮชสำหรับใช้ในการพิสูจน์ตัวตน (Authentication)

#thainostrich #siamstr

https://m.primal.net/HKRi.webp

Hash

Hash คือผลิตภัณฑ์กัญชาที่ได้จากการนำสาร THC ออกจากกัญชาแล้วบีบอัดให้เป็นก้อนแข็ง

อ่าวคนละ hash

แฮช (Hash) เป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่ใช้แปลงข้อมูลดิจิทัลให้มีความยาวเท่ากัน

โดยทั่วไปแล้วแฮชจะมีความยาว 256 บิต หรือ 32 ไบต์ ข้อมูลดิจิทัลที่นำมาแปลงด้วยแฮชเรียกว่า ข้อความต้นทาง (Input)

ส่วนข้อมูลที่ได้จากการแปลงเรียกว่า ข้อความแฮช (Output) หรือ ข้อมูลแฮช (Hash value)

คุณสมบัติที่สำคัญของแฮชคือ ข้อความต้นทางที่ต่างกันจะส่งผลให้ข้อความแฮชต่างกันเสมอ

การเปลี่ยนแปลงข้อมูลชุดเดิมแม้เพียงเล็กน้อย จะทำให้ค่า Message Digest เปลี่ยนไปทันที

ยกตัวอย่างเช่น หากนำข้อความ "Hello world!" ไปแปลงด้วยฟังก์ชันแฮช เราจะได้ข้อความแฮชที่ต่างกันจากการนำข้อความ "Hello!" ไปแปลงด้วยฟังก์ชันแฮช

นอกจากนี้ ข้อความแฮชไม่สามารถถอดรหัสกลับมาเป็นข้อความต้นทางได้

ยกตัวอย่างเช่น หากเราทราบข้อความแฮชของข้อความ "Hello world!" ก็ไม่สามารถใช้ข้อความแฮชนั้นมาถอดรหัสกลับเป็นข้อความ "Hello world!" ได้

การใช้งานแฮช

แฮชมีการใช้งานหลากหลาย เช่น

การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลดิจิทัล เช่น ไฟล์ เอกสาร หรืออีเมล

การยืนยันตัวตน เช่น การตรวจสอบความถูกต้องของรหัสผ่าน

การสร้างลายนิ้วมือดิจิทัล (Digital fingerprint) ของข้อมูลดิจิทัล

การสร้างข้อมูลแฮชสำหรับใช้ในการพิสูจน์ตัวตน (Authentication)

https://m.primal.net/HKRi.webp

ถึงตัวไม่มาประชุม แต่ได้เงินเดือนจากภาษีประชาชนครบถ้วนนะ🤣

ความเหลื่อมนั้นเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติ มันไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน และยุติธรรม

ความแตกต่างเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดความแตกต่างในผลลัพธ์ในชีวิตของแต่ละบุคคล

ความเหลื่อมล้ำนั้นไม่สามารถขจัดให้หมดไปได้ทั้งหมด มนุษย์ทุกคนมีความแตกต่างกันในด้านฐานะ ความสามารถ

ความคิดสร้างสรรค์ และแรงจูงใจ ส่งผลให้มีความแตกต่างในด้านความสำเร็จในชีวิต และความเหลื่อมล้ำจึงเกิดขึ้นตามธรรมชาติ

อย่างไรก็ตามแทนที่เราจะแก้ไขความเหลื่อมล้ำในเชิงผลลัพธ์ เราสามารถส่งเสริมความเท่าเทียมเชิงโอกาสได้ โดยการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันให้กับทุกคน

เพื่อให้ทุกคนสามารถพัฒนาความสามารถและศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่

Don't try to play God and conquer nature.

#thainostrich #siamstr