วันที่ 26 พฤษภาคม 2025 รัฐบาลดูไบเปิดตัวแพลตฟอร์มโทเคนไนเซชันอสังหาริมทรัพย์ชื่อ Prypco Mint บนเครือข่ายบล็อกเชน XRP Ledger (XRPL) โดยร่วมมือกับบริษัทฟินเทค Prypco และ Ctrl Alt เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อหุ้นส่วนในอสังหาริมทรัพย์โดยใช้เงินท้องถิ่นเริ่มต้นที่ 2,000 ดิรฮัม (ประมาณ 540 ดอลลาร์) แพลตฟอร์มนี้ผสานข้อมูลโฉนดที่ดินแบบดิจิทัลกับทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลดูไบอย่างสมบูรณ์
โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะทำให้ 7% ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในดูไบ หรือมูลค่าราว 16 พันล้านดอลลาร์ เป็นสินทรัพย์โทเคนภายในปี 2033 ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรายย่อยเข้าถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายขึ้นผ่านการถือครองแบบเศษส่วน
การยืนยันถึงการใช้งานจริงของ XRP Ledger ในการรองรับสินทรัพย์โลกจริง (real-world assets) และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับ XRP ในฐานะบล็อกเชนที่มีความเร็วสูง ค่าธรรมเนียมต่ำ และสอดคล้องกับกฎระเบียบในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนี้ยังเป็นการโต้แย้งข้อวิจารณ์ที่ว่า Ripple ใช้ XRP เพียงเพื่อการเก็งกำไร โดยแสดงให้เห็นว่า XRP มีบทบาทสำคัญในโครงการระดับรัฐบาลที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด
แหล่งข้อมูล:
• CoinDesk, 26 พ.ค. 2025
• CryptoSlate, 26 พ.ค. 2025
• CCN, 26 พ.ค. 2025
• TheCryptoBasic, 26 พ.ค. 2025
• Finance Magnates, 26 พ.ค. 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ราคาของ Bitcoin ที่พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่กว่า 110,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม 2025 อาจมีสาเหตุสำคัญมาจากวิกฤตการณ์ในตลาดพันธบัตรของญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลให้ความผันผวนในตลาดพันธบัตรระยะยาวของญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 30 ปี ทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 3.185% ในวันที่ 20 พฤษภาคม ก่อนจะลดลงเล็กน้อยในวันที่ 23 พฤษภาคม
Bitwise ระบุว่าความไม่แน่นอนในตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นนี้ ทำให้นักลงทุนสถาบันเริ่มมอง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความล้มเหลวของรัฐบาล (sovereign default risk) มากขึ้น เนื่องจาก Bitcoin ไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญาและเป็นสินทรัพย์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง (immutable asset) จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการจัดพอร์ตในช่วงที่ตลาดการเงินแบบดั้งเดิมมีความผันผวนสูง
เพิ่มขึ้นของความสนใจและการสะสม Bitcoin จากนักลงทุนสถาบันและกองทุน ETF ซึ่งช่วยหนุนราคาของ Bitcoin ให้พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Bitwise มองว่าหากสถานการณ์ความเสี่ยงของพันธบัตรยังคงเพิ่มขึ้น ราคาของ Bitcoin อาจพุ่งไปถึง 200,000 ดอลลาร์ภายในปี 2025
สรุปคือ วิกฤตพันธบัตรญี่ปุ่นที่ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ Bitcoin ได้รับการยอมรับในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน ส่งผลให้ราคาคริปโตโดยเฉพาะ Bitcoin ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงนี้
วันที่ข่าว: 26 พฤษภาคม 2025
แหล่งข้อมูล: Cointelegraph, Reuters, Siam Blockchain
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ข่าวล่าสุดยืนยันโดย Elon Musk ว่า X (เดิมคือ Twitter) จะเปิดตัวบริการ “X Money” ในปี 2025 ซึ่งเป็นระบบชำระเงินและธนาคารในแอปเดียว โดยมีความร่วมมือกับ Visa เพื่อให้ผู้ใช้สามารถโอนเงินระหว่างบัญชีธนาคารและกระเป๋าเงินดิจิทัลของ X ได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงการชำระเงินแบบ peer-to-peer คล้ายกับ Venmo และ Zelle
X Money จะเริ่มให้บริการในสหรัฐอเมริกา โดย X Payments LLC ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการใน 41 รัฐ และมีแผนขยายเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยน X ให้เป็น “everything app” ที่ผู้ใช้สามารถจัดการเรื่องการเงินทั้งหมดในแพลตฟอร์มเดียว
แม้ตอนเปิดตัวจะยังไม่มีการรองรับคริปโตโดยตรง แต่อนาคตอาจมีการผนวกเข้ามาในระบบได้ เนื่องจาก X เคยมีฟีเจอร์ให้ทิปด้วย Bitcoin มาก่อน และการพัฒนาต่อไปอาจรวมบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับคริปโต
วันที่ข่าว: 11 พฤษภาคม 2025 (ประกาศในงาน CES 2025)
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
รัฐฟลอริดาเสนอร่างกฎหมายใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2025 เพื่อยกเลิกภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Bitcoin และ XRP รวมทั้งหุ้นในระดับรัฐ โดยภาษีนี้จะยังคงมีผลในระดับรัฐบาลกลาง การยกเว้นภาษีนี้จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้นักลงทุนคริปโตในฟลอริดาและอาจกระตุ้นให้รัฐอื่นๆ ที่มีแนวโน้มไม่เก็บภาษีคริปโตเดินตาม นอกจากนี้ คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยหนุนราคาบิตคอยน์ให้ขึ้นไปถึง 135,000 ดอลลาร์ภายใน 100 วันข้างหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากข้อมูลทางเทคนิคและการสะสมของนักลงทุนสถาบัน
การส่งเสริมการนำคริปโตมาใช้และลงทุนในฟลอริดา ทำให้รัฐนี้กลายเป็นศูนย์กลางคริปโตที่สำคัญของสหรัฐฯ และอาจกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปภาษีคริปโตในระดับประเทศ แต่ก็มีความกังวลเรื่องความซับซ้อนในการจัดการภาษีและความไม่สอดคล้องกับกฎหมายภาษีของรัฐบาลกลาง
วันที่ข่าว: พฤษภาคม 2025
แหล่งข้อมูล: cryptorank.io, southfloridareporter.com, coinpedia.org, fingerlakes1.com, thearabianpost.com
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Strategy ได้ซื้อ Bitcoin จำนวน 4,020 เหรียญ มูลค่าประมาณ 427.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงวันที่ 19-25 พฤษภาคม 2025 โดยราคาเฉลี่ยต่อเหรียญอยู่ที่ประมาณ 106,237 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทถือครอง Bitcoin รวมทั้งหมด 580,250 เหรียญ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 40.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การซื้อ Bitcoin ครั้งนี้ได้รับทุนจากการขายหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ์หลายรายการ รวมถึงเป็นการซื้อครั้งที่เจ็ดติดต่อกันในรอบหลายสัปดาห์
Strategy ยังคงแสดงความเชื่อมั่นใน Bitcoin แม้จะเผชิญกับคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มในสหรัฐฯ ที่กล่าวหาว่าบริษัทให้ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับความเสี่ยงและผลตอบแทนของการลงทุนใน Bitcoin อย่างไรก็ตาม การสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่องของ Strategy ยังเป็นแรงบันดาลใจให้บริษัทอื่นๆ ในตลาดโลกเริ่มหันมาถือครอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์หลักในพอร์ตการลงทุน
วันที่ข่าว: 26 พฤษภาคม 2025
แหล่งข้อมูล: CoinDesk, CryptoBriefing, SiamBlockchain, Coinpedia
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Coinbase กำลังเผชิญกับคดีฟ้องร้องแบบกลุ่ม (class action lawsuit) ใหม่ โดยมีข้อกล่าวหาว่าบริษัทล่าช้าในการเปิดเผยข้อมูลการละเมิดข้อมูลผู้ใช้ และปกปิดการละเมิดกฎระเบียบของ FCA (Financial Conduct Authority) ในสหราชอาณาจักร ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นของ Coinbase ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ถือหุ้นได้รับความเสียหายทางการเงิน
รายละเอียดคดีระบุว่า การละเมิดข้อมูลเกิดขึ้นก่อนหน้านี้แต่ถูกเปิดเผยล่าช้าเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2025 หลังจากมีการพยายามเรียกค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์ โดยแฮกเกอร์จ้างเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าบางรายเข้าถึงระบบภายในและขโมยข้อมูลผู้ใช้บางส่วน แม้ Coinbase ระบุว่าผู้ใช้ได้รับผลกระทบน้อยกว่า 1% แต่การเปิดเผยนี้ทำให้ราคาหุ้นลดลง 7.2% ในวันเดียวกัน นอกจากนี้ Coinbase ยังถูกปรับ 4.5 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม 2024 จาก FCA เนื่องจากละเมิดข้อตกลงปี 2020 ที่ห้ามรับลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงกว่า 13,000 รายเข้าสู่ระบบ โดย Coinbase ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลนี้ตอนที่เข้าตลาดหุ้นในปี 2021 ซึ่งทำให้ราคาหุ้นถูกประเมินสูงเกินจริง
ผลกระทบต่อวงการคริปโตคือความเชื่อมั่นใน Coinbase ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตที่ใหญ่ที่สุดลดลง นักลงทุนและผู้ใช้บริการอาจระมัดระวังมากขึ้นในการฝากเงินหรือซื้อขายบนแพลตฟอร์มนี้ ขณะที่คดีฟ้องร้องและการตรวจสอบกฎระเบียบอาจเพิ่มความเข้มงวดในอุตสาหกรรมคริปโตโดยรวม
ข้อมูลนี้อัปเดตล่าสุดวันที่ 26 พฤษภาคม 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
DDC Enterprise บริษัทอาหารพร้อมทานสัญชาติฮ่องกงที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ได้เริ่มต้นแผนสะสม Bitcoin จำนวน 5,000 BTC ภายใน 3 ปี โดยเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2025 บริษัทได้ซื้อ Bitcoin จำนวน 21 BTC เป็นครั้งแรก ด้วยมูลค่าประมาณ 2.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแลกกับหุ้น Class A จำนวน 254,333 หุ้น และมีแผนจะซื้อเพิ่มอีก 79 BTC ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อให้มียอดสะสมรวม 100 BTC ในระยะสั้น
เป้าหมายระยะกลางของ DDC คือการซื้อ Bitcoin 500 BTC ภายใน 6 เดือนแรก และสะสมให้ครบ 5,000 BTC ภายใน 3 ปี ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จ จะทำให้ DDC เป็นหนึ่งในบริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก รองจากบริษัทญี่ปุ่น Metaplanet ที่ถือ 7,800 BTC
ผลกระทบต่อตลาดคริปโตคือ การที่บริษัทไม่ใช่สายเทคโนโลยีแต่สนใจเข้ามาสะสม Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองสะท้อนถึงความเชื่อมั่นใน Bitcoin ว่าเป็นสินทรัพย์เก็บมูลค่าระยะยาว อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ DDC กลับลดลงกว่า 12% หลังประกาศแผนนี้ แสดงให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนในระยะสั้น แม้ตลาดคริปโตโดยรวมจะมีการยอมรับ Bitcoin จากภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น
สรุปคือ DDC Enterprise กำลังเดินหน้าสู่การเป็นบริษัทที่ใช้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองหลักในระยะยาว โดยเริ่มต้นด้วยการซื้อ 21 BTC เมื่อ 23 พ.ค. 2025 และมีแผนสะสมต่อเนื่องอีก 3 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อความนิยมและการยอมรับ Bitcoin ในภาคธุรกิจมากขึ้น แม้จะมีแรงกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น
วันที่ข่าว: 23 พฤษภาคม 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
นบทสัมภาษณ์ระหว่าง Anthony Pompliano (Pomp) กับ Jordi Visser นักลงทุนสาย Macro ที่มีประสบการณ์ใน Wall Street กว่า 30 ปี โดยเนื้อหาหลักพูดถึงแนวโน้มของ Bitcoin, ภาวะเศรษฐกิจโลก, ผลกระทบของ AI, หนี้สาธารณะ, ตลาดพันธบัตร และกลยุทธ์ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับ Bitcoin
ประเด็นสำคัญที่พูดถึง
1. อะไรที่ขับเคลื่อนราคา Bitcoin ให้สูงขึ้น?
• Jordi มองว่าการขึ้นของ Bitcoin ยังไม่ใช่ “short squeeze” ที่แท้จริง แต่เกิดจากการที่องค์กรและนักลงทุนทั่วโลกเริ่มกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์ที่ผูกกับระบบการเงินดั้งเดิม (fiat) มาเป็น Bitcoin มากขึ้น
• เขาเชื่อว่า “short squeeze” ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาว (long-term rates) ปรับตัวสูงขึ้น และสิ่งนี้จะเป็นตัวเร่งให้ราคา Bitcoin พุ่งแรงแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
2. ความสัมพันธ์ของ Bitcoin กับสภาพคล่องโลก, หนี้, และพันธบัตร
• ระบบการเงินโลกกำลังเผชิญปัญหาหนี้และสภาพคล่อง โดยรัฐบาลทั่วโลกโดยเฉพาะสหรัฐฯ มีหนี้ระยะยาวสูงมาก
• เมื่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาวสูงขึ้น จะกดดันสินทรัพย์ระยะยาว เช่น หุ้นเทคโนโลยี, อสังหาริมทรัพย์, Private Equity ฯลฯ
• Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์ที่อยู่นอกระบบ (outside the system) และมีสภาพคล่องสูง จึงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น
3. ผลกระทบของ AI ต่อเศรษฐกิจและตลาด
• AI ช่วยเพิ่มปริมาณธุรกรรมและการใช้โทเคนในระบบคริปโต ทำให้เงินไหลเข้าสู่ระบบนี้มากขึ้น
• AI ยังเป็นปัจจัยที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบการเงินโลก
4. แนวโน้มการเกิด “Upside Collapse” ของ Bitcoin
• Jordi เชื่อว่าในปีนี้จะเกิดเหตุการณ์ที่ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นแรงมากในช่วงเวลาสั้น ๆ (อาจขึ้น 10,000–30,000 ดอลลาร์ใน 1 สัปดาห์) เพราะมีคนจำนวนมากขายออปชั่นฝั่ง Call เพื่อรับ Yield หากราคา Bitcoin ทะลุจุดที่ขายไว้ คนเหล่านี้จะต้องรีบซื้อคืน (short squeeze) ทำให้ราคาพุ่งแรง
• เขาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ GameStop และตลาด Nickel ที่เคยเกิด short squeeze มาก่อน
5. กลยุทธ์ของรัฐบาลสหรัฐฯ และแนวโน้มมาตรการควบคุมเงินทุน
• มีโอกาสที่รัฐบาลจะออกมาตรการควบคุมเงินทุน (capital controls) หรืออัดฉีดสภาพคล่อง (QE) เพื่อพยุงตลาดพันธบัตร
• ระบบการเงินโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ คนจะมองหาสินทรัพย์นอกระบบ เช่น ทองคำและ Bitcoin
6. ปัจจัยเสริมอื่น ๆ
• การที่บุคคลสำคัญใน Wall Street ออกมาสนับสนุน Bitcoin จะยิ่งสร้างกระแสและแรงซื้อในตลาด
• การถือ Bitcoin กระจายอยู่ทั่วโลก ไม่ได้อยู่แค่ในสหรัฐฯ
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
โรเบิร์ต คิโยซากิ ผู้เขียนหนังสือ “Rich Dad Poor Dad” โพสต์เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2025 ว่า Bitcoin ทำให้การสะสมความมั่งคั่งง่ายขึ้นกว่าที่เคย โดยเหลือ Bitcoin ที่ยังขุดได้เพียง 1-2 ล้านเหรียญเท่านั้น และแม้การถือครองเพียง 0.01 Bitcoin ก็สามารถสร้างผลกำไรได้มากในอีก 2 ปีข้างหน้า เขายังกล่าวว่าราคาของ Bitcoin จะเข้าสู่ช่วงที่ Raoul Pal เรียกว่า “banana zone” ซึ่งหมายถึงช่วงราคาที่มีโอกาสเติบโตสูง.
วันที่ข่าว: 26 พฤษภาคม 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
รัฐบาลปากีสถานได้จัดสรรไฟฟ้าส่วนเกินจำนวน 2,000 เมกะวัตต์สำหรับการทำเหมืองบิทคอยน์และศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในเฟสแรกของโครงการระดับชาติ เพื่อใช้ประโยชน์จากไฟฟ้าส่วนเกิน สร้างงานเทคโนโลยีขั้นสูง และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยโครงการนี้นำโดย Pakistan Crypto Council (PCC) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลัง.
วันที่ข่าว: 25 พฤษภาคม 2025
แหล่งข้อมูล: Economic Times, Reuters, Cointelegraph, Mettis Global News
URL:
• https://cointelegraph.com/news/pakistan-allocates-2000mw-bitcoin-mining-ai-centers
• https://mettisglobal.news/govt-allocates-2000-mw-in-first-phase-for-bitcoin-mining-ai-data-centers/
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตกลงเลื่อนการบังคับใช้ภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป (EU) ที่อัตรา 50% ออกไปเป็นวันที่ 9 กรกฎาคม 2025 แทนเดิมที่จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาต่อรองเพิ่มเติมกับสหภาพยุโรป โดยการตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากการสนทนาระหว่างทรัมป์กับ Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งต้องการเวลามากขึ้นเพื่อหาข้อตกลงที่เหมาะสม
การเลื่อนภาษีศุลกากรนี้ช่วยลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจและความกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นและคริปโตในระยะสั้น เนื่องจากความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าและภาษีสูงส่งผลให้ความเชื่อมั่นลดลงและเกิดการไหลออกของเงินทุนจากสินทรัพย์เสี่ยงเช่น Bitcoin และ altcoins อย่างไรก็ตาม การเลื่อนเวลาครั้งนี้อาจช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นและกระตุ้นการฟื้นตัวของราคาคริปโตในระยะสั้นได้ โดยตลาดคริปโตมีความไวต่อสัญญาณเศรษฐกิจมหภาคและความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างมาก
วันที่ข่าว: 25 พฤษภาคม 2025
แหล่งข้อมูล: CNBC, Washington Post, NBC News, BeInCrypto, MGR Online
URL:
• https://www.cnbc.com/2025/05/25/trump-50percent-tariffs-eu-july-9.html
• https://www.nbcnews.com/politics/trump-administration/trump-delays-50-tariffs-eu-july-9-rcna209026
• https://th.beincrypto.com/how-trumps-liberation-day-tariff-impact-crypto-market/
• https://mgronline.com/stockmarket/detail/9680000011027
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2025 ว่าสหรัฐฯ กำลัง “ไปใหญ่” กับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมองเห็นโอกาสความต้องการพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ในระยะสั้น พร้อมเน้นว่าสหรัฐฯ ควรเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำของสินทรัพย์ดิจิทัลโลก และกำลังผลักดันกรอบกฎหมายที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้อย่างยั่งยืน
วันที่ข่าว: 23 พฤษภาคม 2025
แหล่งข้อมูล: Bloomberg, LinkedIn, The Block
URL:
• Bloomberg: https://www.bloomberg.com/news/videos/2025-05-23/bessent-on-trade-bonds-tax-bill-wall-street-week-video
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
James Wynn นักเทรด Bitcoin รายใหญ่ (BTC whale) ยังคงถือสถานะ Long Bitcoin มูลค่าประมาณ 1.26 พันล้านดอลลาร์ โดยมีราคาสำหรับการถูกบังคับปิดสถานะ (liquidation price) อยู่ที่ 105,179 ดอลลาร์ต่อ BTC ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้เลเวอเรจ 40 เท่า และมีจำนวน Bitcoin ทั้งหมดประมาณ 11,588 BTC การเคลื่อนไหวนี้แสดงถึงความมั่นใจในแนวโน้มขาขึ้นของ Bitcoin แม้จะมีความเสี่ยงจากการปิดสถานะหากราคาตกลงต่ำกว่าระดับดังกล่าว.
วันที่ข่าว: 24 พฤษภาคม 2025
แหล่งข้อมูล: Bitget News
URL: https://www.bitget.com/news/detail/12560604775353
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
กฎหมายสเตเบิลคอยน์ฉบับใหม่ของฮ่องกงได้ผ่านการอนุมัติแล้ว โดยกฎหมายนี้กำหนดให้ผู้ที่ออกสเตเบิลคอยน์ที่อ้างอิงกับเงินตรา (fiat-backed stablecoins) ต้องขอใบอนุญาตจากธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการบริหารสินทรัพย์สำรองและการแยกเงินของลูกค้า เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินและส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงินในภูมิภาค
ภายใต้กฎหมายนี้ HSBC ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มชำระเงินบนบล็อกเชนในฮ่องกง ซึ่งใช้การฝากเงินแบบโทเคน (tokenized deposits) ทำให้ลูกค้าธุรกิจสามารถชำระเงินด้วยดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์ฮ่องกงแบบเรียลไทม์ ลดต้นทุนและเวลาการทำธุรกรรม HSBC ได้ร่วมมือกับ Ant International ในการทดสอบระบบนี้ และมีแผนขยายบริการไปยังประเทศอื่นในเอเชียและยุโรปในครึ่งปีหลังของปีนี้
กฎหมายนี้จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นคงให้กับตลาดสเตเบิลคอยน์ในฮ่องกง ส่งเสริมให้สถาบันการเงินรายใหญ่เข้ามามีบทบาทในตลาดคริปโตมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้สเตเบิลคอยน์ที่ไม่มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ การเปิดตัวแพลตฟอร์มชำระเงินบนบล็อกเชนของ HSBC ยังเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงินและการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในระบบการเงินแบบดั้งเดิม ทำให้การชำระเงินข้ามพรมแดนรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ริคาร์โด ซาลินาส (Ricardo Salinas) มหาเศรษฐีอันดับ 3 ของเม็กซิโก เตรียมปล่อยหนังสือดิจิทัลเรื่อง “The Bitcoin Enlightenment” ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2025 หนังสือเล่มนี้จะเล่าถึงความผิดพลาดทางการเงินของมนุษยชาติและผลกระทบร้ายแรง โดยซาลินาสจะชี้ให้เห็นว่าทำไมเงินเฟียตถึงเป็นการหลอกลวง และ Bitcoin คือทางเลือกที่ให้ความมั่นคงทางการเงินและความเป็นอิสระทางการเงินผ่านความขาดแคลนของมัน.
การที่ซาลินาสซึ่งเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและมั่งคั่งในเม็กซิโกออกมาเผยแพร่ความรู้และสนับสนุน Bitcoin อย่างเป็นทางการนี้ อาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและการยอมรับ Bitcoin ในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดละตินอเมริกา ซึ่งอาจกระตุ้นให้มีการลงทุนและการใช้งานคริปโตเพิ่มขึ้น รวมถึงส่งเสริมแนวคิดเรื่องความเป็นอิสระทางการเงินและการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลแทนเงินเฟียตในอนาคต
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
สหภาพยุโรป (EU) ได้เปิดการสอบสวนด้านการแข่งขันทางการค้าใหม่กับบริษัท Visa และ Mastercard เกี่ยวกับโครงสร้างค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิตและเดบิตที่มีความซับซ้อนและไม่โปร่งใส โดยมีการร้องเรียนจากกลุ่มผู้ค้าปลีกใหญ่ในยุโรปที่รวมตัวกันใน EuroCommerce และสมาคมอื่น ๆ ว่าค่าธรรมเนียมเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ค้าปลีก ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจยุโรปโดยรวม
การสอบสวนครั้งนี้อาจทำให้ Visa และ Mastercard ถูกปรับเงินสูงสุดถึง 10% ของรายได้ทั่วโลก ถ้าพบว่ามีการละเมิดกฎการแข่งขันทางการค้า นอกจากนี้ ผู้ค้าคาดว่าการขึ้นค่าธรรมเนียมที่ไม่มีความโปร่งใสจะทำให้กลุ่มผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็กเสียเปรียบ และกระตุ้นให้ EU สนใจพัฒนาเงินดิจิทัลของตัวเอง (Digital Euro) เพื่อลดการพึ่งพาระบบบัตรเครดิตของบริษัทสหรัฐฯ
การเพิ่มความเข้มงวดด้านกฎระเบียบและการตรวจสอบค่าธรรมเนียมของ Visa และ Mastercard อาจเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตเคอร์เรนซีเข้ามามีบทบาทในระบบชำระเงินมากขึ้น เนื่องจากคริปโตมักถูกมองว่าเป็นระบบการชำระเงินที่โปร่งใส ลดค่าใช้จ่ายการทำธุรกรรม และไม่มีตัวกลางแบบดั้งเดิมที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูง อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน การเกิดกฎระเบียบใหม่ ๆ จากรัฐอาจส่งผลให้คริปโตต้องปรับตัวในเรื่องความโปร่งใสและความปลอดภัยมากขึ้นเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ คาดว่าในอนาคตเราจะเห็นการแข่งขันที่มากขึ้นระหว่างระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิมกับเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ ๆ ที่พยายามเสนอทางเลือกที่ดีกว่าและโปร่งใสกว่า
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ผลกระทบของภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ต่อราคาผู้บริโภค
Commerce Secretary Howard Lutnick อ้างว่าภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ สร้างรายได้ประมาณ 30 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือน และส่วนใหญ่ต้นทุนเหล่านี้ไม่ได้ถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคโดยตรง โดยเขายกตัวอย่างจากรายงานผลกำไรของ Amazon ที่ไม่ได้แสดงผลกระทบด้านราคาหรือความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ให้ความเห็นต่างออกไป โดยรายงานจาก Federal Reserve Bank of Atlanta และ J.P. Morgan พบว่าภาษีศุลกากรจะทำให้ราคาสินค้านำเข้าและราคาขายปลีกในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นประมาณ 0.8% ถึง 1.6% ซึ่งภาษีส่วนใหญ่จะตกอยู่กับผู้บริโภคในรูปแบบราคาสินค้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่นำเข้าจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน รวมถึงอาจมีผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง เช่น ความวุ่นวายในห่วงโซ่อุปทานและแรงกดดันเงินเฟ้อ
แหล่งที่มา
• Federal Reserve Bank of Atlanta research on tariff price impacts
• J.P. Morgan economists’ analysis of import price pass-through
• Statements by Commerce Secretary Howard Lutnick
• Various economic reports on US tariffs and consumer prices
URL ตัวอย่าง (เพื่ออ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติม)
• Federal Reserve Bank of Atlanta - Tariff Price Impacts
• J.P. Morgan Market Intel
• News coverage on Lutnick’s tariff claims and economic analysis (example)
https://www.reuters.com/business/us-tariffs-consumer-prices-impact-2025-04
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
สรุปสถานการณ์ดอลลาร์สหรัฐฯ ปี 2025
ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ปรับตัวลงอย่างมากในปี 2025 โดยลดลงมากกว่า 7% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งถือเป็นการลดลงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 การอ่อนค่าของดอลลาร์ครั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัยสำคัญ รวมถึงนโยบายภาษีนำเข้าที่เข้มงวดของประธานาธิบดีทรัมป์ ความกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณที่ขยายตัว และการสูญเสียความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อนโยบายของสหรัฐฯ
ผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้า
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศนโยบายภาษีนำเข้าที่รุนแรง โดยคุกคามที่จะเก็บภาษี 50% จากสินค้าสหภาพยุโรปเริ่ม 1 มิถุนายน และภาษี 25% จาก iPhone ของ Apple ที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ การประกาศนโยบายเหล่านี้ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ลดลง 0.8% ในวันศุกร์ และลดลง 1.9% ในสัปดาห์นั้น ซึ่งเป็นการลดลงรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน
การแข็งค่าของสกุลเงิน G10
การอ่อนค่าของดอลลาร์ได้สร้างโอกาสให้กับสกุลเงินกลุ่ม G10 หลายตัว โดยเฉพาะปอนด์อังกฤษที่กลายเป็นหนึ่งในสกุลเงิน G10 ที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วงต้นปี 2025 นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าปอนด์จะซื้อขายเหนือระดับ 1.35 ต่อดอลลาร์ภายในสิ้นปีและเข้าใกล้ระดับ 1.45 ในปี 2026
สกุลเงินอื่นๆ ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น ได้แก่:
- เยนญี่ปุ่นที่แข็งค่าประมาณ 6% เทียบกับดอลลาร์
- โครนาสวีเดนที่แข็งค่าประมาณ 9%
- ยูโรที่มีการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009
บทสรุป
การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 สะท้อนถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและนโยบายการค้าที่เข้มงวด ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสกุลเงินอื่นๆ แทน การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในพลวัตของตลาดเงินตราโลก
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
สรุปสถานการณ์ตลาดหุ้นและนโยบายภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2025
ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2025 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดตัวด้วยการปรับตัวลงอย่างรุนแรง เนื่องจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแถลงขู่จะเก็บภาษีศุลกากร (tariffs) ครั้งใหญ่ ตั้งแต่ 25% กับ iPhone ของ Apple หากไม่ย้ายการผลิตกลับมาภายในประเทศ และขู่เก็บภาษี 50% กับสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องสงครามการค้าที่อาจขยายตัว
• ดัชนีดาวโจนส์ร่วงกว่า 436 จุด (1.04%)
• S&P 500 ลดลง 67 จุด (1.15%)
• Nasdaq ลดลง 300 จุด (1.59%) ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุด
• ดัชนีความผันผวน VIX พุ่งขึ้นกว่า 18.5% แสดงให้เห็นถึงความวิตกกังวลของนักลงทุน
หุ้น Apple ร่วงลงกว่า 3.8% หลังคำขู่ภาษี ส่วนหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Microsoft, Nvidia, Amazon และ Meta ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน นอกจากนี้ หุ้น Ross Stores และ Deckers Brands ก็ปรับตัวลดลงอย่างหนักเพราะความไม่แน่นอนในนโยบายการค้า
ในแง่ของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ทรัมป์ระบุว่า สหภาพยุโรปเป็นกลุ่มที่เอาเปรียบสหรัฐฯ ทางการค้าผ่านการตั้งภาษีและอุปสรรคหลายอย่าง ทำให้สหรัฐฯ จ่อจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทุกประเภท 50% เริ่มตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2025 เว้นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในสหรัฐฯ เท่านั้น ขณะที่จีนก็มีความเสี่ยงตอบโต้ด้วยมาตรการจำกัดส่งออกวัตถุดิบสำคัญต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ Apple ใช้ในการผลิต iPhone
โดยสรุป สถานการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับคู่ค้าสำคัญอย่าง EU และจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและตลาดหุ้นในวงกว้าง
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
สรุปแนวโน้ม bitcoin
ล่าสุดราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ทะลุ 111,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยราคาขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ประมาณ 111,875 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ก่อนจะทรงตัวที่ราว 111,300 ดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากความคืบหน้าด้านกฎระเบียบในสหรัฐฯ และความสนใจจากนักลงทุนสถาบัน รวมถึงการสนับสนุนจากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีแผนจัดงานเลี้ยงสำหรับกลุ่มนักลงทุนคริปโตและสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน
นอกจากนี้ ธนาคารใหญ่ในสหรัฐฯ กำลังศึกษาการพัฒนาสตีเบิลคอยน์เพื่อแข่งขันในตลาดคริปโต และตลาดโดยรวมยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แม้ราคาบิตคอยน์จะลดลงเล็กน้อยจากจุดสูงสุดแต่ยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่งกว่า 108,000 ดอลลาร์
ประเด็นสำคัญอื่น ๆ ได้แก่
• การโจมตีแฮ็กเงินดิจิทัลมูลค่ากว่า 223 ล้านดอลลาร์ที่แพลตฟอร์ม Sui ทำให้โทเคนในระบบลดลงอย่างมาก
• บริษัท AI ในสิงคโปร์กลับมาซื้อบิตคอยน์เพิ่ม หลังศาลสหรัฐฯ ยกเลิกคำสั่งห้าม
• BlackRock เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Bitcoin ในยุโรป และ Trump Media ร่วมมือกับ Crypto.com เปิดตัว ETFs ด้านคริปโต
สรุปคือ บิตคอยน์ยังคงได้รับความสนใจสูงและมีแนวโน้มราคาขึ้นต่อเนื่องจากปัจจัยบวกทั้งด้านกฎระเบียบและการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ รวมถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโต
แหล่งข้อมูล:
• CoinDesk, 23 พ.ค. 2025
• Bitcoin.com News, 23 พ.ค. 2025
• CNBC, 22 พ.ค. 2025
• Yahoo Finance, 23 พ.ค. 2025
• Investing.com, 23 พ.ค. 2025
• Reuters, 25 มี.ค. 2025
• NBC News, 22 พ.ค. 2025