Stripe บริษัทผู้ให้บริการชำระเงินระดับโลก ได้เข้าซื้อกิจการ Privy ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานกระเป๋าเงินคริปโต โดย Privy มีเทคโนโลยีสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบฝังในแอปและเว็บไซต์ ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องลงทะเบียนกระเป๋าภายนอก เช่น MetaMask ทำให้การใช้งานคริปโตง่ายและสะดวกขึ้นสำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้ทั่วไป
Privy มีลูกค้าเช่นตลาด NFT OpenSea และแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อเพิ่มประสบการณ์ผู้ใช้และลดการละทิ้งการใช้งาน โดย Privy รองรับมากกว่า 75 ล้านบัญชีและพันธมิตรกว่า 1,000 ทีมพัฒนา
การเข้าซื้อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนของ Stripe ในการขยายบริการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐาน stablecoin หลังจากที่ Stripe เพิ่งซื้อบริษัท Bridge ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน stablecoin มูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้
ผลกระทบต่อวงการคริปโต
• ช่วยให้การใช้งานคริปโตและ NFT เป็นเรื่องง่ายขึ้นและเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับธุรกิจและผู้ใช้ทั่วไป
• Stripe จะสามารถนำเสนอบริการแบบครบวงจรที่รวมทั้ง stablecoin และกระเป๋าเงินคริปโต ช่วยเร่งการนำคริปโตเข้าสู่ระบบการเงินดั้งเดิม
• การผนวกเทคโนโลยี Privy กับบริการของ Stripe จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล
• ส่งผลให้ตลาดคริปโตมีการแข่งขันสูงขึ้นและกระตุ้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานง่ายและปลอดภัย
ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2025
แหล่งข้อมูล: Bloomberg, SiliconANGLE, CoinDesk, CoinTelegraph, Ainvest, FXStreet
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Evertz Pharma บริษัทเวชภัณฑ์ธรรมชาติในเยอรมนี กลายเป็นบริษัทแรกในประเทศที่นำ Bitcoin มาเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ในงบดุล โดยได้ซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 100 BTC มูลค่าประมาณ 10 ล้านยูโร (ราว 10.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนพฤษภาคม 2025 เพื่อเสริมความมั่นคงทางการเงินและเป็นการกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ของบริษัท
บริษัทเริ่มกลยุทธ์ถือ Bitcoin ตั้งแต่ปี 2020 ด้วยการซื้อ Bitcoin มูลค่า 2 ล้านยูโร และต่อเนื่องนำกำไรจากบริษัทมาลงทุนใน Bitcoin อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาวและป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
การที่บริษัทในเยอรมนีซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจหลักเริ่มยอมรับ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำคัญ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและกระตุ้นให้บริษัทอื่น ๆ ในยุโรปและทั่วโลกหันมาใช้คริปโตเคอร์เรนซีในกลยุทธ์การเงินมากขึ้น นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับแนวโน้มที่รัฐบาลเยอรมันเองก็มีแผนลงทุน Bitcoin อีกครั้งเพื่อเสริมความมั่นคงทางการเงินของประเทศ
วันที่ข่าว: 11 มิถุนายน 2025
แหล่งข้อมูล: Bitcoin Magazine, AInvest, CoinStats, CoinDoo, SiamBlockchain
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคม 2025 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2.4% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.5% เล็กน้อย และสูงกว่าระดับ 2.3% ในเดือนเมษายน โดยมีผลจากภาษีศุลกากรที่เริ่มส่งผลต่อราคาสินค้าในตลาด
อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดการณ์ถือเป็นสัญญาณบวกต่อตลาดคริปโต เพราะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งมักทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตน่าสนใจน้อยลง ข้อมูล CPI ที่ต่ำกว่าคาดในอดีตเคยทำให้ราคาบิตคอยน์และอีเธอเรียมพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อยังสูงกว่าจุดเป้าหมายของ Fed ที่ 2% ทำให้คาดว่า Fed จะยังไม่ลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ แต่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับปัจจุบันก่อน
สรุป: อัตราเงินเฟ้อ 2.4% ต่ำกว่าคาดถือเป็นข่าวดีสำหรับตลาดคริปโต เพราะช่วยหนุนแรงซื้อและลดความกังวลเรื่องดอกเบี้ยที่สูงเกินไป แต่ยังต้องจับตาผลกระทบจากภาษีศุลกากรที่อาจกดดันเงินเฟ้อในระยะถัดไป
วันที่ข่าว: 11 มิถุนายน 2025
แหล่งข้อมูล: CBS News, FXStreet, Business Insider, BeinCrypto, Yahoo Finance, CryptoTimes
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
เคนยาได้ประกาศเก็บภาษี 1.5% จากทุกธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งสร้างความกังวลอย่างกว้างขวางในวงการฟินเทคของแอฟริกา ภาษีนี้มีความเสี่ยงที่จะเพิ่มต้นทุนการทำธุรกรรมและผลักดันผู้ใช้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ใช้คริปโตเป็นรายได้หลัก ไปยังแพลตฟอร์มที่ไม่ถูกกฎหมายหรือตลาดมืด ส่งผลกระทบต่อกลุ่มฟรีแลนซ์ นักพัฒนา และศิลปิน NFT ที่ใช้คริปโตเป็นช่องทางรับเงินรายวัน
นอกจากนี้ ภาษีนี้อาจทำให้เคนยาสูญเสียตำแหน่งผู้นำด้านฟินเทคในภูมิภาค เนื่องจากสตาร์ทอัพและบริษัทต่างชาติอาจย้ายไปประเทศที่มีกฎระเบียบสนับสนุนมากกว่า เช่น รวันดาและแอฟริกาใต้ และอาจทำลายความพยายามสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่เชื่อมโยงกันในแอฟริกาภายใต้ข้อตกลง AfCFTA
มีข้อเสนอแนะให้เคนยาปรับใช้ภาษีแบบขั้นบันได สนับสนุนการทดลองนวัตกรรมบล็อกเชน และดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป พร้อมคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ เพื่อรักษาความสมดุลระหว่างนวัตกรรมและการกำกับดูแล
วันที่ข่าว: 9-10 มิถุนายน 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
วุฒิสภาสหรัฐฯ เตรียมลงคะแนนเสียงร่างกฎหมาย GENIUS Act ในวันพุธที่ 11 มิถุนายน 2025 ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่จะวางกรอบการกำกับดูแลสำหรับ Stablecoin หรือเหรียญคริปโตที่ผูกมูลค่ากับเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างเป็นระบบครั้งแรก โดยร่างกฎหมายนี้ได้รับการสนับสนุนจากสองพรรคการเมือง มีเป้าหมายเพื่อสร้างมาตรฐานความโปร่งใสและความปลอดภัย เช่น การกำหนดให้ผู้ออก Stablecoin ต้องมีสินทรัพย์สำรองที่มั่นคง เช่น ดอลลาร์สหรัฐหรือพันธบัตรรัฐบาล เพื่อป้องกันความผันผวนและปกป้องผู้บริโภค นอกจากนี้ยังบังคับใช้มาตรการต่อต้านการฟอกเงินและการก่อการร้าย
GENIUS Act จะช่วยให้ Stablecoin มีความน่าเชื่อถือและถูกกฎหมายมากขึ้น ส่งเสริมให้สถาบันการเงินและนักลงทุนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin กลายเป็นเครื่องมือทางการเงินดิจิทัลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและช่วยขยายการใช้งานในระบบการเงินได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลว่ากฎหมายนี้อาจไม่ครอบคลุมผู้ออก Stablecoin นอกสหรัฐฯ เช่น Tether ที่มีบทบาทสำคัญในตลาดโลก
โดยสรุป การผ่านกฎหมาย GENIUS Act จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด Stablecoin และวงการคริปโตในสหรัฐฯ ที่จะช่วยสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานและนักลงทุน พร้อมส่งผลให้ตลาดคริปโตเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น
ข้อมูลอ้างอิง:
• วันที่ 10 มิถุนายน 2025, US Senate to Vote on GENIUS Stablecoin Bill This Wednesday, CryptoTimes
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
เกาหลีใต้เปิดแผนอนุญาตให้บริษัทในประเทศออก Stablecoins โดยประธานาธิบดีคนใหม่ อี แจ-มยอง และพรรคประชาธิปไตยที่เพิ่งชนะเลือกตั้ง เสนอร่างกฎหมาย Digital Asset Basic Act เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและส่งเสริมการแข่งขันในตลาดคริปโต โดยกำหนดให้บริษัทที่ออก Stablecoins ต้องมีทุนขั้นต่ำ 500 ล้านวอน และสำรองเงินทุนเพื่อรับประกันการคืนเงิน นอกจากนี้ยังต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริการทางการเงิน (FSC)
ผลกระทบที่สำคัญต่อวงการคริปโตในเกาหลีใต้คือ
• การอนุญาต Stablecoins จะช่วยกระตุ้นตลาดคริปโตที่มีผู้ใช้งานมากถึง 18 ล้านคน และทำให้ตลาดคริปโตของเกาหลีใต้มีความเป็นอิสระจาก Stablecoins ต่างประเทศ เช่น USDT, USDC ซึ่งช่วยลดการไหลออกของเงินทุน
• ตลาดหุ้นดิจิทัลในประเทศมีแนวโน้มเติบโต เช่น หุ้น KakaoPay ปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบปี เนื่องจากความคาดหวังว่ารัฐบาลจะสนับสนุน Stablecoins ที่หนุนด้วยวอน
• อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางเกาหลีใต้แสดงความกังวลว่า Stablecoins ที่ออกโดยเอกชนอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพนโยบายการเงิน และเสนอให้ธนาคารกลางเป็นผู้ควบคุม Stablecoins ที่ผูกกับวอน เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาด
• นโยบายนี้ยังสอดคล้องกับแผนผลักดัน Bitcoin ETF และการลงทุนคริปโตในกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและความมั่นคงของตลาดคริปโตในประเทศ
สรุปแล้ว แผนนี้จะช่วยผลักดันเกาหลีใต้ให้เป็นศูนย์กลางคริปโตในเอเชีย พร้อมสร้างระบบ Stablecoin ที่มีมาตรฐานและความน่าเชื่อถือสูง ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการกำกับดูแลและเสถียรภาพทางการเงิน
วันที่ข่าว: 10 มิถุนายน 2025
แหล่งข้อมูล: Bloomberg, Yahoo Finance, Watcher Guru, CoinGape, Thunhoon
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ANAP Holdings แบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่น ประกาศแผนสะสมและถือครอง Bitcoin มากกว่า 1,000 BTC ภายในเดือนสิงหาคม 2025 โดยบริษัทได้เริ่มกลยุทธ์ธุรกิจ Bitcoin อย่างเต็มรูปแบบผ่านบริษัทย่อย ANAP Lightning Channel ซึ่งจะเน้นการถือครอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยมีแผนรับโอน Bitcoin จำนวน 584.9135 BTC จาก Capital T Coin Co., Ltd. ในเดือนกรกฎาคม 2025 และตั้งเป้าถึง 1,000 BTC ผ่านการซื้อเพิ่มเติม.
นอกจากการถือครอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองแล้ว ANAP ยังวางแผนขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin เช่น การตั้งโต๊ะซื้อขาย Bitcoin สำหรับลูกค้าสถาบันและรายย่อย, การพัฒนาสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ธีม Bitcoin และธุรกิจเหมืองขุด Bitcoin รวมถึงบริการซอฟต์แวร์และที่ปรึกษา.
การที่แบรนด์แฟชั่นใหญ่ในญี่ปุ่นหันมาลงทุน Bitcoin อย่างจริงจังนี้สะท้อนถึงแนวโน้มการยอมรับ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองของบริษัทในเอเชีย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้บริษัทญี่ปุ่นรายอื่นๆ หันมาใช้ Bitcoin ในการบริหารการเงินมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มความสนใจจากนักลงทุนสถาบันทั่วโลกต่อคริปโตเคอร์เรนซี.
ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ข่าวล่าสุดในวันที่ 9 มิถุนายน 2025 ระบุว่า บัญชี X (เดิมคือ Twitter) ของประธานาธิบดีซานติอาโก เปญาแห่งปารากวัย ถูกแฮกและมีการโพสต์ข้อความปลอมว่าประเทศปารากวัยได้ประกาศให้ Bitcoin เป็นเงินชำระหนี้ตามกฎหมาย พร้อมทั้งตั้งกองทุนสำรอง Bitcoin มูลค่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งข้อความนี้ถูกปฏิเสธโดยรัฐบาลปารากวัยอย่างเป็นทางการ และยืนยันว่าเป็นการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผลกระทบต่อวงการคริปโตในปารากวัยจากเหตุการณ์นี้คือ ความไม่แน่นอนและความระมัดระวังในการสื่อสารเกี่ยวกับนโยบายคริปโตของรัฐบาล โดยปารากวัยยังไม่มีกรอบกฎหมายคริปโตที่ชัดเจน แม้จะเป็นที่ตั้งของฟาร์มขุด Bitcoin ขนาดใหญ่
สรุปคือ ปารากวัยยังไม่ได้ประกาศให้ Bitcoin เป็นเงินชำระหนี้ตามกฎหมายอย่างเป็นทางการ เหตุการณ์นี้เป็นการแฮกบัญชีของประธานาธิบดีและโพสต์ข้อมูลเท็จที่สร้างความสับสนในวงการคริปโต
วันที่ข่าว: 9 มิถุนายน 2025
แหล่งข้อมูล: Reuters, CoinDesk, CryptoBriefing, Bloomberg, Cointelegraph, TradingView
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Strategy ได้ซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 1,045 BTC มูลค่าประมาณ 110.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในราคาประมาณ 105,426 ดอลลาร์ต่อ BTC ส่งผลให้ ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2025 Strategy ถือครอง Bitcoin ทั้งหมด 582,000 BTC ซึ่งซื้อมาในราคาเฉลี่ย 70,086 ดอลลาร์ต่อ BTC รวมมูลค่าการลงทุนประมาณ 40.79 พันล้านดอลลาร์
การซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่องของ Strategy สะท้อนความเชื่อมั่นของสถาบันในตลาดคริปโต และมีผลช่วยหนุนราคาของ Bitcoin ให้มีแนวโน้มขาขึ้น นอกจากนี้ การสะสมเหรียญจำนวนมากยังอาจสร้างความเปราะบางในตลาด เนื่องจาก Strategy ถือครอง Bitcoin ในปริมาณที่สูงถึงประมาณ 2.8% ของอุปทานทั้งหมด 21 ล้านเหรียญ ซึ่งอาจทำให้การเข้าถึง Bitcoin สำหรับนักลงทุนรายย่อยและนักขุดมีความยากลำบากมากขึ้น
วันที่ข่าว: 9 มิถุนายน 2025
แหล่งข้อมูล: Siam Blockchain, Cointelegraph, The Block, Bitcoin Magazine, CoinGape, Blockchain News, Coinpedia
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Binance ได้เผยแพร่รายงาน Proof of Reserves ครั้งที่ 31 ซึ่งเป็นรายงานที่แสดงยอดสินทรัพย์ของผู้ใช้งาน ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2025 โดยพบว่ายอดสินทรัพย์ Bitcoin ของผู้ใช้งานลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ประมาณ 593,000 BTC ลดลง 1.82% จากรายงานก่อนหน้า ขณะที่รายงานก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม 2025 แสดงให้เห็นว่ายอดสินทรัพย์สำรองของ Binance ยังคงสูงกว่ายอดสินทรัพย์ของผู้ใช้อย่างน้อย 100% สำหรับเหรียญหลัก เช่น Bitcoin, USDT และ Ethereum
วันที่ข่าว: 9 มิถุนายน 2025
แหล่งที่มา: Binance Official Blog และรายงาน Proof of Reserves ล่าสุด
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Michael Saylor ซีอีโอของบริษัท Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) ได้ส่งสัญญาณว่าจะซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมอีกครั้ง โดยโพสต์ข้อความ “Send more Orange” บนแพลตฟอร์ม X (Twitter) เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2025 ซึ่งมักเป็นสัญญาณว่าบริษัทจะประกาศซื้อ Bitcoin ใหม่ในไม่ช้า
บริษัท Strategy เพิ่งระดมทุนเพิ่มผ่านการเสนอขายหุ้นบุริมสิทธิ์มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้สำหรับซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมและค่าใช้จ่ายทั่วไปของบริษัท โดยปัจจุบันถือ Bitcoin อยู่ประมาณ 580,955 เหรียญ มูลค่าราว 61.4 พันล้านดอลลาร์ และมีกำไรที่ยังไม่ตัดสินใจขายประมาณ 20.6 พันล้านดอลลาร์
ผลกระทบต่อวงการคริปโตจากการซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่องของ Strategy คือการสร้างแรงหนุนต่อราคา Bitcoin และส่งสัญญาณเชิงบวกต่อตลาด เนื่องจากการซื้อของบริษัทขนาดใหญ่แบบนี้ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและกระตุ้นความสนใจจากนักลงทุนรายอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม การสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่องในระดับนี้ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในระยะยาวของ Saylor ต่อคริปโตในฐานะสินทรัพย์หลักของบริษัท
สรุป:
• Michael Saylor ส่งสัญญาณซื้อ Bitcoin เพิ่มอีกครั้ง 8-9 สัปดาห์ติดต่อกัน
• Strategy ระดมทุนเพิ่ม 1 พันล้านดอลลาร์ผ่านหุ้นบุริมสิทธิ์เพื่อซื้อ Bitcoin
• ถือครอง Bitcoin เกือบ 581,000 เหรียญ มูลค่ากว่า 61 พันล้านดอลลาร์
• ส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นและราคาตลาด Bitcoin
วันที่ข่าว: 8 มิถุนายน 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
จีนประกาศแผนขายคริปโตที่ยึดได้ผ่านตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตที่ได้รับอนุญาตในฮ่องกง โดยความร่วมมือกับ China Beijing Equity Exchange (CBEX) เพื่อจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ยึดได้จากคดีอาชญากรรม ซึ่งสินทรัพย์เหล่านี้จะถูกแปลงเป็นเงินหยวนและโอนเข้าบัญชีพิเศษก่อนเข้าสู่คลังของรัฐ.
นี่เป็นครั้งแรกที่หน่วยงานในจีนแผ่นดินใหญ่ดำเนินกระบวนการขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ยึดได้อย่างเป็นทางการผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมายในฮ่องกง ซึ่งฮ่องกงมีสถานะเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาค ขณะที่จีนยังคงบังคับใช้การแบนการซื้อขายคริปโตอย่างเข้มงวด.
การขายคริปโตที่ยึดได้จำนวนมหาศาล (มูลค่ากว่า 60 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023) อาจส่งผลต่อตลาดคริปโตในระดับหนึ่ง แต่จีนมองว่าการแปลงสินทรัพย์เหล่านี้เป็นเงินสดเพื่อใช้ประโยชน์ในรัฐเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้ การใช้ฮ่องกงเป็นช่องทางขายสินทรัพย์คริปโตยังช่วยให้จีนควบคุมตลาดได้โดยไม่ต้องเปิดเสรีในแผ่นดินใหญ่.
นอกจากนี้ จีนยังมีมาตรการแบนการถือครองคริปโตส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด เพื่อผลักดันการใช้หยวนดิจิทัล (CBDC) เป็นสกุลเงินดิจิทัลหลักของประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตทั่วโลก.
วันที่ข่าว: 5-7 มิถุนายน 2025
แหล่งข้อมูล: Cryptopolitan, Caixin Global, CryptoRank, Siam Blockchain
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ยังคงยืนยันจุดยืนเดิมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล แม้ศาลสูงสุดจะเรียกร้องให้ตรวจสอบและกำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจนสำหรับคริปโตเคอร์เรนซี โดยผู้ว่าการ RBI ระบุว่ายังมีความเสี่ยงในสินทรัพย์เหล่านี้และไม่มีพัฒนาการใหม่ใดที่เปลี่ยนแปลงท่าทีของธนาคาร ขณะเดียวกัน RBI ได้เปิดตัวกรอบการกำกับดูแลใหม่เพื่อควบคุมอุตสาหกรรมคริปโตในอินเดีย
แม้ว่าคริปโตจะยังไม่ถูกกฎหมายอย่างชัดเจน แต่มีการเก็บภาษีสูงถึง 30% จากกำไรและมีการเก็บภาษี ณ ที่จ่าย (TDS) รวมทั้ง GST กับแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตในประเทศ อย่างไรก็ตาม การขาดกรอบกฎหมายที่ชัดเจนทำให้การซื้อขายคริปโตส่วนใหญ่ยังคงเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มนอกประเทศที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของอินเดีย ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงทางการเงินและการขาดการกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ
ศาลสูงสุดอินเดียได้เรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำกฎระเบียบที่ชัดเจนและครอบคลุมสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเปรียบเทียบการซื้อขาย Bitcoin ที่ไม่มีการควบคุมกับธุรกรรม “ฮาวาลา” ซึ่งเป็นการโอนเงินที่ผิดกฎหมายและไม่มีการตรวจสอบ
วันที่ของข่าว: 6 มิถุนายน 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Strategy ประกาศเสนอขายหุ้นบุริมสิทธิ Series A Perpetual Stride Preferred Stock (STRD) จำนวน 11.76 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 85 ดอลลาร์ เพื่อระดมทุนประมาณ 980 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 33,300 ล้านบาท) โดยเงินที่ได้จะนำไปใช้สำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัท รวมถึงการซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมด้วย หุ้น STRD นี้มีอัตราผลตอบแทน 10% ต่อปีแบบไม่สะสม (dividend non-cumulative) และจะจ่ายเงินปันผลเฉพาะเมื่อคณะกรรมการบริษัทประกาศเท่านั้น การเสนอขายหุ้นนี้จะปิดในวันที่ 10 มิถุนายน 2025
วันที่ข่าว: 6 มิถุนายน 2025
แหล่งข้อมูล: CoinDesk, The Block, Cointelegraph, Coincu
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Apple, X, Airbnb, Google และบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่รายอื่นกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเจรจากับบริษัทคริปโตเพื่อพิจารณาการนำ stablecoins (สกุลเงินดิจิทัลที่ผูกกับมูลค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ) มาใช้ในระบบการชำระเงินของตน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพในการโอนเงินข้ามประเทศ.
Apple ได้พูดคุยกับบริษัทคริปโตตั้งแต่ต้นปี 2025 เพื่อผนวก stablecoins เข้ากับระบบ Apple Pay และโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของบริษัท ขณะที่ X (แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของ Elon Musk) กำลังเจรจากับ Stripe เพื่อเปิดใช้การชำระเงินด้วย stablecoins ในแอป X Money ส่วน Airbnb ก็กำลังพูดคุยกับ Worldpay เพื่อใช้ stablecoins ลดค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้กับ Visa และ Mastercard.
นอกจากนี้ Google Cloud ได้เริ่มรับชำระเงินด้วย stablecoins แล้วในบางกรณี และบริษัทอื่นๆ เช่น Meta และ Uber ก็แสดงความสนใจในเทคโนโลยีนี้เช่นกัน โดย Uber อยู่ในช่วงศึกษาการใช้ stablecoins สำหรับการโอนเงินระหว่างประเทศ.
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการนำ stablecoins มาใช้ในวงกว้างของ Big Tech ได้แก่
• ลดต้นทุนค่าธรรมเนียมการชำระเงิน
• เพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการโอนเงินข้ามประเทศ
• ส่งเสริมความน่าเชื่อถือและการยอมรับของสกุลเงินดิจิทัลในตลาดหลัก.
ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2025 โดย Fortune เป็นแหล่งข้อมูลหลัก
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2025 ส.ส. Thomas Massie พร้อมด้วยสมาชิกสภาคองเกรสอีกสามคน ได้นำเสนอกฎหมายชื่อ Gold Reserve Transparency Act (H.R. 3795) เพื่อเรียกร้องการตรวจสอบและตรวจนับทองคำสำรองของสหรัฐฯ อย่างครบถ้วนเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี กฎหมายนี้จะบังคับให้มีการตรวจสอบทองคำทั้งหมดที่สหรัฐถือครอง รวมถึงเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมทองคำย้อนหลัง 50 ปี เพื่อความโปร่งใสและความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ดูแลทองคำสำรอง
ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังเน้นความโปร่งใสและการตรวจสอบทองคำสำรอง รัฐบาลยังมีแนวโน้มสนใจขยายการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Bitcoin โดยมีแผนการใช้กำไรจากทองคำสำรองเพื่อซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม ซึ่งอาจช่วยผลักดันให้คริปโตได้รับการยอมรับในระดับรัฐบาลและส่งผลบวกต่อราคาคริปโตในระยะยาว
ข่าวนี้สะท้อนความเคลื่อนไหวของสหรัฐในด้านการบริหารสินทรัพย์ที่มีทั้งทองคำและคริปโต ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดคริปโตได้รับความสนใจและความมั่นใจจากนักลงทุนมากขึ้น
ข้อมูลอ้างอิง:
• วันที่ 6 มิถุนายน 2025, Gold Reserve Transparency Act โดย ส.ส. Thomas Massie และคณะ
• วันที่ 25 มีนาคม 2025, แผนการใช้ทองคำสำรองซื้อ Bitcoin ของสหรัฐฯ
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Deutsche Bank กำลังพิจารณาออก stablecoin ของตัวเองและพัฒนาโซลูชันเงินฝากในรูปแบบโทเคน (tokenized deposits) เพื่อใช้ในระบบการชำระเงิน ซึ่งสะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของสถาบันการเงินใหญ่ในการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดย stablecoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่ผูกกับสินทรัพย์จริง เช่น เงินสดหรือทองคำ ช่วยให้การทำธุรกรรมรวดเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่าสกุลเงินดิจิทัลทั่วไปที่มีความผันผวนสูง
การที่ Deutsche Bank เข้าร่วมในตลาด stablecoin และ tokenized deposits อาจส่งผลกระทบต่อวงการคริปโตโดยช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงสนับสนุนการชำระเงินข้ามประเทศที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส นอกจากนี้ Deutsche Bank ยังมีส่วนร่วมในโครงการทดลองชำระเงินระหว่างธนาคารด้วย tokenized deposits ร่วมกับ UBS และธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) ซึ่งใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและระบบ Trigger Chain เพื่อเชื่อมต่อกับระบบ Target2 ของธนาคารกลาง
อย่างไรก็ตาม การออก stablecoin ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านกฎระเบียบและการแข่งขันในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
วันที่ข่าว: 6 มิถุนายน 2025
แหล่งข้อมูล: Bloomberg, Ainvest, Ledger Insights, Gurufocus
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ลดอัตราดอกเบี้ยลง 100 จุดฐาน (1%) โดยเรียกการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ว่าเป็น “เชื้อเพลิงจรวด” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้รายงานการจ้างงานล่าสุดจะแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจกำลังไปได้ดี ทรัมป์วิจารณ์ประธาน Fed เจอโรม พาวเวลล์ ว่าช้าเกินไปในการลดดอกเบี้ย และชี้ว่าประเทศอื่น ๆ เช่นยุโรปได้ลดดอกเบี้ยไปแล้วหลายครั้ง ขณะที่สหรัฐยังไม่ดำเนินการ
การลดดอกเบี้ยจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาดและลดต้นทุนการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตฯ ส่งผลให้ราคาบิทคอยน์และอีเธอเรียมพุ่งขึ้นประมาณ 3.8-4.1% ในวันเดียวกัน รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโต เช่น Coinbase และ MicroStrategy ก็ปรับตัวขึ้นตามด้วย นอกจากนี้ ยังส่งผลให้กิจกรรมการกู้ยืมและให้ยืมในแพลตฟอร์ม DeFi เพิ่มขึ้นด้วย
วันที่ข่าว: 6 มิถุนายน 2025
แหล่งข้อมูล: CNBC, Reuters, Blockchain News (The Kobeissi Letter)
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
สวิตเซอร์แลนด์ได้อนุมัติแผนการที่จะเริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีโดยอัตโนมัติกับ 74 ประเทศพันธมิตร ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป โดยมีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องคาดว่าจะเริ่มในปลายปี 2026 แผนนี้ครอบคลุมประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และประเทศส่วนใหญ่ในกลุ่ม G20 ยกเว้นสหรัฐอเมริกาและซาอุดีอาระเบีย
ผลกระทบที่สำคัญต่อวงการคริปโตของสวิตเซอร์แลนด์คือ
• ช่วยให้ประเทศปฏิบัติตามข้อผูกพันด้านความโปร่งใสทางภาษีระหว่างประเทศ
• เสริมสร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของภาคการเงินสวิตเซอร์แลนด์
• สร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันสำหรับบริษัทคริปโตในประเทศ
• ผู้ให้บริการคริปโตในสวิตเซอร์แลนด์จะต้องรายงานข้อมูลต่อประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปโดยตรงตามมาตรฐาน Crypto-Asset Reporting Framework (CARF) ของ OECD
นอกจากนี้ รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์จะตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอว่าประเทศพันธมิตรยังคงปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลนี้
วันที่ข่าว: 6 มิถุนายน 2025
แหล่งที่มา: Cointelegraph, TradingView, Economic Times, CryptoRank, Swissinfo
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Ark Invest ภายใต้การนำของ Cathie Wood ได้ซื้อหุ้น Circle มูลค่า 373.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในวันเปิดตัวซื้อขายหุ้นของ Circle บนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2025 โดยซื้อหุ้นจำนวน 4,486,560 หุ้นในกองทุน ARKK, ARKW และ ARKF ซึ่งเน้นลงทุนในนวัตกรรมและฟินเทค
หุ้น Circle เปิดตัวที่ราคา IPO 31 ดอลลาร์ ก่อนจะพุ่งขึ้นสูงสุดถึงกว่า 96 ดอลลาร์ และปิดตลาดที่ 83.23 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 168.5% จากราคา IPO แสดงถึงความต้องการและความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างมาก
การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินรายใหญ่ที่มีต่อ Circle และเทคโนโลยีสเตเบิลคอยน์ USDC ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่ารองจาก Tether (USDT) โดยมูลค่าหมุนเวียน USDC อยู่ที่ประมาณ 60.6 พันล้านดอลลาร์ การเข้าตลาดหุ้นของ Circle ยังเป็นสัญญาณบวกสำหรับบริษัทคริปโตอื่นๆ ที่วางแผนจะเข้าตลาดในอนาคต เช่น Kraken และ Animoca Brands
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังต้องเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัทสเตเบิลคอยน์และฟินเทค
วันที่ข่าว: 5-6 มิถุนายน 2025
แหล่งข้อมูล: The Block, CoinDesk, Cointelegraph, CryptoTimes, CoinCentral
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce