Avatar
Pong 🟠
cccbbe9543956d01eabf7e5af4dcb439d07dcdf75bd8fd9fd0819f0fb1039dbb
zapme : pongpp3@rightshift.to
Replying to Avatar Pong 🟠

MVRV Z-Score โพสนี้แด่ทุกคน

Z-Score คือค่าที่บอกว่า

เราอยู่ต่ำกว่า หรือเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของระบบมากน้อยแค่ไหน

เราลองดูจากรูป ความหมายก็คือ ค่า Z ยิ่งสูง เราก็ยิ่งเหนือค่าเฉลี่ยไปไกล

เอามา adap ใช้กับจุดเข้าจุดออกได้ไหม อันนี้แล้วแต่คน แต่จะมาตีความให้คร่าวๆ

ถ้าเราตีว่า ค่าเฉลี่ยก็คือต้นทุน แปลว่า ค่า Z-Score หมายถึงราคาตอนนี้สูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยไปไกลแค่ไหน

เราลองคิดภาพรวมเป็นตลาด แล้วแปลงมันออกมาเป็น % ดีไหม

68% of values fall within ±1 standard deviation (z-score range: -1 to 1)

95% of values fall within ±2 standard deviations (z-score range: -2 to 2)

99.7% of values fall within ±3 standard deviations (z-score range: -3 to 3)

แล้ววันนี้ ค่า Z-Score อยู่ที่ราวๆเกือบๆสาม แปลว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่ได้กำไรแล้ว

และคนใหม่ที่เข้ามาก็จะเป็นขาดทุน แต่!!!

ถ้าเราลองมองไปข้างหน้า เพราะคน(เม่า)ส่วนใหญ่เวลาเข้า จะมองหากำไรก่อนเลยว่าได้เท่าไหร่

แต่ไม่มองว่าลงต่ำสุดได้เท่าไหน และนี่คือที่มาลองเม่าชอบเล่นกับไฟ

คนที่เข้าตอนนี้สภาพจะเป็นยังไง เราลองดูว่า ถ้า Z-score ขึ้นไปถึงเลข 6-7 จะเกิดอะไรขึ้น

Percentage below z-score 6:

The area under the standard normal curve to the left of z-score 6 is approximately 0.99999998.

Percentage Interpretation: With a z-score of 7

the data point is extremely rare and falls in the extreme right tail of the normal distribution.

ตีความง่ายๆกับตัวเลข Z-Score = 6 จะได้ค่าออกมาว่าอัตราส่วนคนที่ได้กำไรจะเป็น 0.99999998. ก็คือ 99.999998%

แปลว่าถ้าไปต่อ จะได้กำไรกันทุกคน แล้วมันแปลว่าอะไร ก็แปลว่าเป็นไปไม่ได้ไงที่ Z-Score จะถึง 7!!!

แล้วทุกครั้งที่ BTC แตก ก็คือ Z-Score จะเข้าใกล้ 7 มาสามรอบแล้ว ก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี

สิ่งที่ควรเรียนรู้ Z-Score ไม่ได้เป็น linear หรือไม่ได้เป็น ratio กับราคานะจ๊ะ

อย่างเช่น ATH BTC รอบที่แล้ว 69k Z-Score ใกล้ๆ 7 ส่วนรอบนี้ BTC 69k Z-Score ประมาณ 2.8 เอง

และ MVRV Z-Score ก็ใช้ไม่ได้กับของที่มี sample ไม่ใหญ่พอ หรือเพราะกราฟอาจจะไม่ใช่ bell curve ก็ได้

ซึ่งจริงๆราคาต้นทุน BTC ของคนส่วนมากก็อาจจะไม่ใช่ bell ก็ได้นะ คนอาจจะกาวกันเอง

เพราะยังไง TA ก็แค่ศาสตร์แห่งการเอา stat มาผสมรวมกับจินตนาการ

และถ้าเหนือกว่านั้นก็จะผสมกับการอ่านจิตวิทยาของตลาดหรือคนส่วนใหญ่ไปด้วย

และที่เหลายคนบอกว่าจุดเข้าที่ดีคือ Z-Score < 1 ก็ดุเหมาะสมดีกับ BTC

แต่กับ Altcoin ยังไงก็ไม่แนะนำ เพราะความเสี่ยงที่มาจากความรวมศูนย์ หรือ centralize มันก็กินรวบ z-score ได้อยู่ดี

ส่วนสาย DCA

จุดนี้จะ DCA ต่อหรือไหม

ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับ mindset และความคงทนทางจิตใจของแต่ละคน ดังนั้นทำตามแผนของตัวเองนะฮะ

#Siamstr

อ่านยากนิดนะ ก็อปมาแล้วการเว้นบรรทัดมันหมันกิน 🥲

MVRV Z-Score โพสนี้แด่ทุกคน

Z-Score คือค่าที่บอกว่า

เราอยู่ต่ำกว่า หรือเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของระบบมากน้อยแค่ไหน

เราลองดูจากรูป ความหมายก็คือ ค่า Z ยิ่งสูง เราก็ยิ่งเหนือค่าเฉลี่ยไปไกล

เอามา adap ใช้กับจุดเข้าจุดออกได้ไหม อันนี้แล้วแต่คน แต่จะมาตีความให้คร่าวๆ

ถ้าเราตีว่า ค่าเฉลี่ยก็คือต้นทุน แปลว่า ค่า Z-Score หมายถึงราคาตอนนี้สูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยไปไกลแค่ไหน

เราลองคิดภาพรวมเป็นตลาด แล้วแปลงมันออกมาเป็น % ดีไหม

68% of values fall within ±1 standard deviation (z-score range: -1 to 1)

95% of values fall within ±2 standard deviations (z-score range: -2 to 2)

99.7% of values fall within ±3 standard deviations (z-score range: -3 to 3)

แล้ววันนี้ ค่า Z-Score อยู่ที่ราวๆเกือบๆสาม แปลว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่ได้กำไรแล้ว

และคนใหม่ที่เข้ามาก็จะเป็นขาดทุน แต่!!!

ถ้าเราลองมองไปข้างหน้า เพราะคน(เม่า)ส่วนใหญ่เวลาเข้า จะมองหากำไรก่อนเลยว่าได้เท่าไหร่

แต่ไม่มองว่าลงต่ำสุดได้เท่าไหน และนี่คือที่มาลองเม่าชอบเล่นกับไฟ

คนที่เข้าตอนนี้สภาพจะเป็นยังไง เราลองดูว่า ถ้า Z-score ขึ้นไปถึงเลข 6-7 จะเกิดอะไรขึ้น

Percentage below z-score 6:

The area under the standard normal curve to the left of z-score 6 is approximately 0.99999998.

Percentage Interpretation: With a z-score of 7

the data point is extremely rare and falls in the extreme right tail of the normal distribution.

ตีความง่ายๆกับตัวเลข Z-Score = 6 จะได้ค่าออกมาว่าอัตราส่วนคนที่ได้กำไรจะเป็น 0.99999998. ก็คือ 99.999998%

แปลว่าถ้าไปต่อ จะได้กำไรกันทุกคน แล้วมันแปลว่าอะไร ก็แปลว่าเป็นไปไม่ได้ไงที่ Z-Score จะถึง 7!!!

แล้วทุกครั้งที่ BTC แตก ก็คือ Z-Score จะเข้าใกล้ 7 มาสามรอบแล้ว ก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี

สิ่งที่ควรเรียนรู้ Z-Score ไม่ได้เป็น linear หรือไม่ได้เป็น ratio กับราคานะจ๊ะ

อย่างเช่น ATH BTC รอบที่แล้ว 69k Z-Score ใกล้ๆ 7 ส่วนรอบนี้ BTC 69k Z-Score ประมาณ 2.8 เอง

และ MVRV Z-Score ก็ใช้ไม่ได้กับของที่มี sample ไม่ใหญ่พอ หรือเพราะกราฟอาจจะไม่ใช่ bell curve ก็ได้

ซึ่งจริงๆราคาต้นทุน BTC ของคนส่วนมากก็อาจจะไม่ใช่ bell ก็ได้นะ คนอาจจะกาวกันเอง

เพราะยังไง TA ก็แค่ศาสตร์แห่งการเอา stat มาผสมรวมกับจินตนาการ

และถ้าเหนือกว่านั้นก็จะผสมกับการอ่านจิตวิทยาของตลาดหรือคนส่วนใหญ่ไปด้วย

และที่เหลายคนบอกว่าจุดเข้าที่ดีคือ Z-Score < 1 ก็ดุเหมาะสมดีกับ BTC

แต่กับ Altcoin ยังไงก็ไม่แนะนำ เพราะความเสี่ยงที่มาจากความรวมศูนย์ หรือ centralize มันก็กินรวบ z-score ได้อยู่ดี

ส่วนสาย DCA

จุดนี้จะ DCA ต่อหรือไหม

ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับ mindset และความคงทนทางจิตใจของแต่ละคน ดังนั้นทำตามแผนของตัวเองนะฮะ

#Siamstr

พี่นิคแจกกาวเฉย

ปีหน้า 200k 300k ถ้ามันเดิมตามเกมที่เดินมา 15ปี

#Siamstr

อย่างเอาอะครับ 😎

#Siamstr

อยากติดดอยแบบ saylor

55,000BTC อิจฉา 55555555

ดอยเป็นเรื่องของคนรัก bitcoin

GM 93 ฮะ

เห็น sailor ซื้อแล้วอยากดอยบ้าง

#Siamstr

GM คับคุณแม่

สามปีที่ผ่านมา อดทน stack sat หนักจัดๆ หนักจนเหนื่อย มาถึงวันนี้ก็โอเค ไม่ถึงเป้า แต่ก็พอจะเป็นความหวังตอนแก่ไม่น่าจะอดตาย 🤣

แต่พอมองดูอนาคต เหนื่อยกว่าเยอะถ้าจะเก็บให้ได้เท่านี้ 🤣

ตอนนี้คนรอบข้างเริ่มพูดเรื่อง BTC

คำที่ได้ยินบ่อยมากๆแล้วเอียน

ถ้ากูซื้อตั้งแต่วันนั้น ถ้ากูซื้อตั้งแต้ปีนั้น ถ้ากูซื้อตั้งแต่ราคานั้น

เออ พวกมึงไม่ซื้อไง ต่อให้ซื้อ พวกมึงก็ขายออกหมดไม่เหลือถึงวันนี้ “อันนี้คิดในใจ”

คำว่า คุณจะครอบครอง BTC เท่าที่คุณเข้าใจ มันจริงเสมอ

#Siamstr

Fiat เงินเฟ้อ เทคโนโลยี และความยาวเพลง!!

จริงๆเรื่องนี้ผมอยากเอาเข้าสภายาส้มนะ แต่ว่า! ไม่ว่างเลย เลยเอามาโน็ตในนี้ดีกว่า

หากคุณฟังเพลงเยอะๆ คุณจะเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมเพลงสมัยใหม่ มันสั้นจัง

แล้วทำไมเพลงสมัยใหม่ มันไม่ค่อยมีความหลากหลายเท่าเมื่อก่อน คอร์ทมีไท่กี่คอร์ท โน็ตใช้ซ้ำๆเดิมๆ เหมือนมีท่าเฉพาะ ทีท่ากันตาย

เราลองมาย้อนกันซักนิด ผมเริ่มที่ปี 1971 ทักคนรู้กันดีว่าทำไมผมถึงเริ่มปีนี้ 🤣

โอเค มันเป็นการเริ่มที่ตลก แต่เราได้เห็นประเด็นชัดเจนว่า เทคโนโลยีการบันทึกลงแผ่นเสียง(Vinyl) มันมีมาก่อนปี 1971 พอถูกเอามาใช้ เพลงก็ยาวขึ้น

มันมีแผ่นเสียงที่เรียกว่า LP คือยาวกว่าแผ่นเสียงยุคแรก เพลงก็เลยยาวขึ้นได้

และในยุคถัดทา analog to digital

เพลงที่เป็น CD มันสะดวก รวดเร็ว และคุณภาพเสียงดี (ถ้าบันทึกดี) รวมทั้งผลิตได้ง่ายและเร็วกว่ามาก รวมถึงใส่เะลงเข้าไปได้มากกว่า แม้ในตอนต้นๆยุคคุณภาพเสียงจะยังไม่ดีเท่าไหร่ แต่พอเทคโนโลยี digital มีการพัฒนาต่อเนื่อง คุณภาพเสียงก็ดีตามมาเรื่อยๆ

จากความยาว 2-3 นาที ก้าวสู้ 3-5 นาทีในยุค CD

แต่หลังจากปี 2000 แน่นอนว่า

ค่าเฉลี่ยความยาวเพลงจะลดลง

จาก 3-5 นาที ปัจจุบันเหลือแค่ 2.50-3 นาที

เหตุผลเพราะ platform คนอยากได้ยอดวิว ให้คนฟังอีกหลายๆรอบ เพลงก็เลยไม่ต้องยาว เอาให้สั้น

นี่ยังไม่นับรวม หลายๆอย่างที่หายไปอย่าเห็นได้ชัด อย่างเช่น นักร้อง ร้องเพี้ยรได้ เรามี engineer บิดเสียงให้กลับมาตรง แต่พอร้องสด ฟังแทบไม่ได้เลยอะไรแบบนีั

เล่าเอ่พอสนุก ไม่ใช้อาชีพเรา เราแค่เสพแล้วไม่ถูกใจกับเพลงบน main stream แต่เพลงที่ไม่อยู่บนนั้น ยังมีดีดีอีกมาก เอามาฝากแค่นี้แหละ

ขอบคุณฮะ

#Siamstr

ผมรอตัวใหม่อยู่พอดี 🤣

น้องชายผมเองงงง ใครอยากรู้เรื่อง home iot อยากรู้เรื่อง ระบบ network

ถามน้องไบรท์ได้เลย รับวางระบบทั้วจักรวาล ที่ดาวอังคารก็ทำมาแล้ว nostr:note1k93mhrjmlux9yec8s5msfp49wmr2ksq2tv63wkyzsg4mxdr50h5qpfwrqe

หวายยยย น้องไบรท์โทเทค

แต่เท่ห์ว่ะ รู้จัก Siamstr ด้วย

ear bud แนะนำ oppo enco air 3s ฮะ ไม่ก็ baseus eli sport ครับ หรือถ้าอยากได้ shokz ก็ดีนะครับ ตัว openfit ไมค์โอเคฮะ

เล่นของสูงจะเหมาะกว่าฮะ 🤣