วันนี้มันเกิดขึ้นอีกแล้ว
จริงๆ บ่นไปคงไม่มีประโยชน์ แต่หงุดหงิดมาก
- ต้อง cancel นัดประชุมที่เกี่ยวข้องกับงาน TBC2024 กับคนนอก Right Shift ไป 2 ปาร์ตี้ กระทบ key person อย่างน้อย 5 คน (และถ้านับรวมคนอื่นๆ ด้วยก็คง 10+)
- ต้อง cancel การไปหาพ่อที่ต่างจังหวัด ซึ่งไม่ได้เจอกันมาเกินครึ่งปี ของที่ทางนี้จะเอาไปฝากทางนั้น และของที่ทางนั้นเตรียมไว้จะให้เอากลับมา เป็นหมันหมด
- แทนที่คืนนี้จะได้แตะงานแปลที่ตั้งใจจะทำเพิ่ม ก็ไม่ได้ทำ เพราะต้องเอาเวลามาจัดกระเป๋า
- นัดเอาไหมผ่าฟันคุดออก ก็ต้องนัดใหม่
ไม่มีการถามหาความสะดวกใจ ความสมัครใจ หรือความเป็นไปได้ในทำนองไหนทั้งนั้น
การวางแผนแบบชุ่ยๆ สร้างความเสียหายได้เกินจินตนาการ
ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในอีกสัก 1-2 cycle หน้า รับรองได้เลยว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย
ลีซาน อัล-ไกอี๊บ!!!
อันนั้นเค้าเอาเนื้อสดนาบหน้าตรงๆ นี่นา อันนี้ผมใช้แทนน้ำแข็งเฉยๆ 🤔
เนื้อจากมีทฮับ ดีสุดๆ สำหรับคนผ่าฟันคุด
ก่อนผ่า >>> ย่างกิน
หลังผ่า >>> เอามาประคบเย็น
แฮงเกอร์นี่แหละ ทั้งถูกทั้งดี มีเว้ามีโค้งเข้ากับคางบวมๆ ได้เป็นอย่างดี
เห็นเพื่อนๆ เริ่มรายงานว่ามีคนใกล้ตัวหน้าใหม่มาถามเรื่องบิตคอยน์มากขึ้น
ทำไมผมไม่เห็นมีงั้นบ้างอะ น้อยใจแล่ว!!!
🥹
"Stay humble and stack sats"
ทั้งที่เราสามารถเป็นเจ้าของบิตคอยน์ได้โดยไม่ต้องเปิดเผยกับใคร เพราะฉะนั้นการเปิดหน้าพูดเรื่องบิตคอยน์จะเป็นการเสียของหรือเปล่านะ
แต่ผมแม่งทนไม่ได้อะดิ
ถ้าหนึ่งในโชคชะตาที่เรารู้สึกขอบคุณมันที่สุดคือการได้มาพบกับบิตคอยน์ เราจะหวงโอกาสนี้ไว้กับตัวโดยไม่ปริปากพูดถึงให้ใครฟังเลยเชียวหรอ
ครอบครัว เพื่อน พี่ น้อง มีคนมากมายในชีวิตที่เราห่วงใย ถ้าเราคือโอกาสที่ใกล้ตัวที่สุดสำหรับพวกเขาเหล่านั้นที่จะได้เข้ามารู้จักบิตคอยน์ เราจะปิดโอกาสนั้นของพวกเขา เพียงเพราะว่าหวงแหน privacy ของตัวเองงั้นหรือ?
นั่นอาจจะเป็นใครก็ได้ แต่ไม่ใช่ผม
มองดูรอบๆ สิ มีคนมากมายที่เรารู้ว่าเขามีเงินเป็นสิบล้าน เป็นร้อยล้าน เดินไปเดินมาสบายใจ ใส่สร้อยแหวนนาฬิกา หิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมขับซูเปอร์คาร์ ถ้าคนพวกนั้นไม่เห็นจะต้องปกปิดอะไร ผมจะมามัวเขียมอายอะไรกับไม่ถึง 1 BTC ที่เจียดเงินเดือนมา DCA สะสมไว้
มันไม่ใช่เรื่องของการอวดร่ำอวดรวย แต่คือการปักหลักแสดงตัวว่า "ฉันอยู่ตรงนี้" สำหรับใครก็ตามที่สักวันหนึ่งอาจจะเกิดสนใจขึ้นมา และเราจะเป็นประตูบานนั้นที่เปิดรับเขาเข้าสู่โลกใบใหม่ มอบโอกาสแบบเดียวกับที่เราเคยได้รับ และเปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่งไปตลอดกาล
ถ้าการมีบิตคอยน์มันเป็นเรื่องพิเศษขนาดจะตกเป็นเป้าให้โดนตีหัว ก็ทำให้คนถือบิตคอยน์กันเยอะๆ ไปเลยเป็นไง ถือกันให้ทั่วบ้านทั่วเมือง ถือมันทั้งแผ่นดิน ดูซิใครมันจะทำอะไรได้
เราไม่ได้สูงส่งกว่า เราไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่า เราแค่โชคดี และเราจะเผื่อแผ่ความโชคดีนั้นให้คนอื่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะฉะนั้นเราจะมีความสุข เราจะมีความหวัง เราจะใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย และเราจะแสดงทุกอย่างทั้งหมดนั้นออกมาให้ชัดเสียจนใครๆ ก็สัมผัสได้
ไม่ใช่เพื่อจะได้ทับถมเยาะเย้ยเอาสะใจ แต่เพื่อเป็นสิ่งที่ดีกว่านั้น
เราจะเป็นผู้ให้ความรู้
เราจะเป็นผู้จุดประกายความสงสัย
เราจะเป็นแรงบันดาลใจ
เราเป็นบิตคอยเนอร์
และเมื่อถึงวันที่เราเป็นทุกอย่างนั้นแล้วยังมีใครอิจฉาโวยวายในวันที่ราคาไปไกลจนเอื้อมไม่ถึง
เราจะได้บอกไปได้เต็มปากว่า
"กู บอก มึง แล้ว"
#Siamstr
ผมที่เห็นราคาบิตคอยน์ขึ้นตลอดวันนี้แล้วเริ่มถามตัวเองว่ากูยังทำงานเฟียตอยู่ทำไมวะ

สวัสดีจากริมน้ำแม่กลองครับชาว #Siamstr

ยังสุกไปอยู่มั้ย...
ไม่แล้วมั้ง 🙃

อันไหนอะครับ มันควรจะมีรูปแนบมาด้วยหรือเปล่า
เพราะงั้นผมเลยว่ามันต้องมีหลักคิดอะไรสักอย่าง ตอนนี้ผมกำลังคิดอยู่ว่าหลักการที่ควรเป็นมันควรเป็นแบบไหน 🤔
ผมรู้สึกว่าหลักการมันไม่ต่างกันเท่าไหร่ เพราะในกรณีที่เราเสียชีวิตและคนที่ยังอยู่ต้องใช้ทุนในการตั้งหลัก หากประกันชีวิตไม่มี หรือไม่พอ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือเขาก็ต้องเอาเงินออมเราออกมาใช้ตั้งหลัก ฉะนั้นถ้าประกันทำให้ไม่ต้องงัดส่วนเงินออมออกมาใช้ ก็ถือว่าวัตถุประสงค์คือการปกป้องเงินออมเหมือนกัน
ตอนนี้ผมกำลังคิดอยู่ว่า ต่อให้มีเหตุผลรองรับแล้วว่าทำไมควรทำ คำถามต่อมาคือเราจะทำเท่าไหร ควรประเมินจากอะไรดี 🤔
นั่นสิครับ ผมเลยรู้สึกแหม่งๆ เวลาเห็นคนขายประกันใช้หลักว่าเบี้ยประกันควรเป็นกี่ % ของรายได้ หรือเชียร์ให้รีบทำประกันตั้งแต่อายุน้อยๆ
