Timechain: บิตคอยน์คือ "ห่วงโซ่แห่งเวลา"

เมื่อพูดถึงบิตคอยน์ หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า Blockchain ใช่มั้ยครับ?

แต่รู้หรือไม่ว่า Satoshi Nakamoto ไม่เคยใช้คำนี้ใน Whitepaper

แท้จริงแล้ว Satoshi เรียกมันว่า Timechain

.

เพราะทุกบล็อกในเครือข่าย เชื่อมโยงกันตามลำดับเวลา

ธุรกรรมในบิตคอยน์จะถูกจัดรวมกันเป็นบล็อก

แต่ละบล็อกมี Timestamp และถูกผูกเข้ากับบล็อกก่อนหน้าด้วยค่า Hash

และแต่ละบล็อกจะเชื่อมต่อกันเป็น "ห่วงโซ่ของบล็อก" (blockchain) ตามลำดับเวลา

.

ทำไมเรียกว่า "ห่วงโซ่แห่งเวลา"?

.

Proof of Work คือหัวใจของบิตคอยน์

ตามกฎฟิสิกส์ (ถ้าทุกคนยังจำกันได้)

Work (งาน) = แรง x เวลา

การขุดบล็อกจึงไม่ได้ใช้แค่แรง (การประมวลผล) แต่ต้องใช้เวลาด้วย

เวลาเป็นทรัพยากรที่หายาก และไม่มีใครสามารถโกงเวลาได้

และเมื่อทุกบล็อกถูกเชื่อมต่อกันเป็นสายโซ่ มันจึงเปรียบได้ดั่ง “ห่วงโซ่แห่งเวลา”

.

Proof of Work ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้เครือข่าย แต่ยังทำให้ Timechain คงอยู่เป็นบัญชีธุรกรรมตามลำดับเวลาอย่างต่อเนื่อง

ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือบิดเบือนได้

.

ทุกโหนดในเครือข่ายจะยอมรับห่วงโซ่ที่ยาวที่สุดเป็นเวอร์ชันที่ถูกต้อง ไม่ใช่เพียงเพราะมันยาวที่สุด แต่เพราะมันสร้างขึ้นด้วยพลังงานซึ่งพิสูจน์ได้จาก Proof of Work สะสมมากที่สุด

.

หากมีใครต้องการเปลี่ยนแปลงประวัติธุรกรรม พวกเขาต้องสร้างห่วงโซ่ที่ยาวกว่าของเดิม ซึ่งหมายถึงต้องใช้พลังประมวลผลมากกว่าทั้งเครือข่ายรวมกัน ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้

.

พลังงานที่ใช้ขุดบิตคอยน์จึงไม่ใช้การใช้พลังงานไปเปล่าประโยชน์

แต่คือสิ่งที่ปกป้องประวัติธุรกรรมและความมั่นคงในบิตคอยน์ของทุกคน

.

Timechain จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่บัญชีธุรกรรมธรรมดา แต่มันคือ บันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ถูกตรึงไว้ด้วยพลังงานและกฎฟิสิกส์ ไม่มีใครสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขมันได้

#siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

แก้ใหม่ให้ถูกต้องนะครับ พอดีจำสับสนเล็กน้อย งาน = กำลัง × เวลา

ต้องขออภัยผู้อ่านทุกท่านด้วยนะครับ

แก้ใหม่ให้ถูกต้องนะครับ พอดีจำสับสนเล็กน้อย งาน = กำลัง × เวลา

​ต้องขออภัยผู้อ่านทุกท่านด้วยนะครับ

nostr:nevent1qqsqqqr054m2an3syp75v88dcasjffthasg3cwhz5veuygg2pakheygzyqy0j6zknu2lr7qrge5yt725azecflhxv6d2tzwgtwrql5llukdqjg7r6gx