🚨 ด่วน! ตลาดคริปโตเผชิญวิกฤตครั้งประวัติศาสตร์ ล้างพอร์ตนักเทรดกว่า 1.6 ล้านราย มูลค่ากว่า $19.1 พันล้าน! 📉💥

ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตลาดคริปโตได้จารึกสถิติใหม่ของการบังคับปิดสถานะ (Liquidation) สูงสุดตลอดกาล ด้วยมูลค่ารวมที่พุ่งทะลุ $19.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.8 แสนล้านบาท) สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลแก่นักลงทุนกว่า 1.6 ล้านราย ทั่วโลก! เหตุการณ์นี้ถูกประเมินว่ารุนแรงยิ่งกว่าวิกฤต LUNA, การแพร่ระบาดของ COVID-19 และการล่มสลายของ FTX ที่เคยเกิดขึ้น

🔸 ข้อมูลความเสียหายและผลกระทบ 💔

🥇 อันดับ 1 ตลอดกาล การล้างพอร์ตครั้งนี้ในช่วงวันที่ 10-11 ตุลาคม 2025 ทำลายสถิติเหตุการณ์ Liquidation ครั้งใหญ่ที่สุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน

💰 Long Positions โดนหนักสุด สถานะ Long (ที่เดิมพันว่าราคาจะสูงขึ้น) สูญเสียไปถึง $16.6 พันล้านดอลลาร์ (89.5% ของการล้างพอร์ตทั้งหมด) แสดงให้เห็นว่าตลาดเต็มไปด้วยการใช้ Leverage ในฝั่งขึ้นอย่างมาก

📉 Market Cap หายวับ มูลค่าตลาดรวมของคริปโตสูญหายไปประมาณ ~$400 พันล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่ชั่วโมง

📊 เหรียญหลักและ Altcoin ร่วงหนัก

Bitcoin (BTC) สูญเสีย $2.46 พันล้านดอลลาร์

Ethereum (ETH) สูญเสีย $2.24 พันล้านดอลลาร์

Altcoins อื่นๆ สูญเสียรวมกันกว่า $4.8 พันล้านดอลลาร์

🔹 เบื้องลึกสาเหตุของความผันผวน 🧐

นักวิเคราะห์หลายสำนักและผู้เชี่ยวชาญจากชุมชนคริปโตได้ออกมาวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้เกิด "พายุสมบูรณ์แบบ" ครั้งนี้

1️⃣ สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนจุดชนวน 🇺🇸🇨🇳

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขู่จะขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มอีก 100% รวมถึงควบคุมการส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความตึงเครียดและกระตุ้นความกังวลในตลาดการเงินทั่วโลก แม้ว่าภายหลังจะยืนยันว่าจะมีการประชุมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แต่ความไม่แน่นอนก็ส่งผลกระทบไปแล้ว

2️⃣ ภาวะ Government Shutdown ในสหรัฐฯ 🏛️

รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะชัตดาวน์เป็นวันที่ 10 โดยไม่มีข้อสรุป ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งเริ่มกระบวนการเลิกจ้างพนักงานรัฐ ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและทางการเมือง ยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับนักลงทุน

3️⃣ ปัญหา Liquidity และ "Liquidation Cascade" ใน Altcoins 🌊

ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Benjamin Cowen ชี้ว่าการอ้างถึงแค่เรื่องภาษีทรัมป์อาจเป็นเพียง "เรื่องเล่าหลอกๆ" (BS narrative) และตลาดคริปโตมักจะทำตามวัฏจักรของมันเอง โดยเฉพาะ Ethereum ที่มักจะมีการปรับฐาน 30% ในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม

ขณะที่ Jackyi_ld ได้อธิบายว่า สาเหตุที่ Altcoin ร่วงลงอย่างรุนแรง (บางตัวกว่า 90%++) ไม่ได้มาจากข่าวทรัมป์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก Altcoin หลายตัวไม่มี Demand ที่แท้จริง และ Orderbook ตื้น (Liquidity ต่ำ)

เมื่อ Exchange ใหญ่ๆ เช่น Binance ประสบปัญหา ผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Makers) อาจถอนตัวออกไป ทำให้ Orderbook Depth หายไปทันที ส่งผลให้ราคา Altcoin ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว และเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เรียกว่า "Liquidation Cascade" เมื่อ Position ที่ใช้ Leverage สูงถูกล้างพอร์ตตามกันไป

4️⃣ ตลาดดั้งเดิมก็ไม่รอด 📉

ตลาดหุ้นหลักอย่าง Dow Jones, S&P 500 และ NASDAQ ต่างก็ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 11 ตุลาคม สะท้อนถึงการเทขายในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

ในทางกลับกัน ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ได้พุ่งทะลุ $4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง [ทองทะลุ 4,000 ดอลล์อีกครั้ง ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีจีนหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย] ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอน

🔹 มุมมองและบทเรียนสำหรับนักลงทุน 💡

Benjamin Cowen ย้ำว่า "Bitcoin เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเสมอ" เพราะช่วยลดความเสี่ยงด้าน Downside ในขณะที่ Altcoin มักจะเพิ่มความเสี่ยงเมื่อ Bitcoin Dominance สูงขึ้น โดย Altcoin หลายตัวทำจุดต่ำสุดใหม่เมื่อเทียบกับ Bitcoin ในช่วงนี้

Lina Engword ขอเน้นย้ำว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะการใช้ Leverage และการศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง

ตลาดอาจต้องใช้เวลาอีก 2-3 วันในการปรับสมดุลและให้ผู้ดูแลสภาพคล่องกลับมาจัดระเบียบ Orderbook ใหม่ ก่อนที่จะเห็น "ราคาที่แท้จริง" ของสินทรัพย์เหล่านี้

#CryptoCrash #ตลาดคริปโต #Bitcoin #Ethereum #Altcoins #Liquidation #สงครามการค้า #USShutdown #การเงินโลก #LinaEngword

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.