Replying to Avatar U

#reflecting2023

ถ้าให้เล่าถึงปี 2023 ว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แบ่งเล่าเป็นไตรมาสได้พอดิบพอดี

.

= Before Escape the Matrix =

ไตรมาสแรกของปี (Jan-Mar)

เรานิยมมันว่าเป็นช่วงเวลาก่อนการตื่นรู้

เรายังใช้ชีวิตอยู่ในโลกเดิม ทำงานให้ระบบเฟียต และ shitcoin

เรารับบทบาทของผู้นำสาสน์จากผู้พัฒนา(คนไทย) มาปรับตกแต่งให้มันดูสวยหรู น่าตื่นเต้น สนุกสนาน

เพื่อสร้างบรรยากาศความสนุกสนาน สนิทสนมเป็นกันเองให้กับชุมชน shitcoinian

เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาบางคน FUD ใส่โปรเจคและคนอื่นๆมากจนเกินไป

.

เราติดอยู่ในโลกของ “บริโภคนิยม”

กับคำว่า “ของมันต้องมี”

เราด่ำดิ่งอยู่ในโลกของการวิ่งอย่างหนัก

ตารางเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งเดือนต้องได้ไปงานวิ่งทุกเช้าวันอาทิตย์ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด

.

ข้อดีคือมันนำพาเราไปเจอผู้คนมากมาย ไปเจอแพชชั่น ไปเจอความท้าทายที่แตกต่างกัน

แต่มันทำให้เราบริโภคง่ายขึ้น ไวขึ้น อย่างไม่ยั้งคิด

เราเปย์รองเท้าไป 6 คู่ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้

ใช้รองเท้าคู่เก่งเก่าๆ คู่เดียว มา 3-4 ปี

จนขาดแล้วขาดอีกก็ยังไม่ยอมซื้อ 🤣

.

= Why? ถึงจุดที่...เอ๊ะ! =

มันมาเริ่ม “เอ๊ะ!” ช่วงไตรมาสที่ 2 (Apr-Jun)

งานวิ่งไม่ค่อยมีแล้ว งานเฟียตในโลกชิทคอยน์ของเราก็เริ่มตึงๆ เพราะตอนนั้นเหรียญมันเริ่มดิ่งสุดขีดใกล้เข้าหา 0 เต็มที

(ตอนนี้มันก็ยังอยู่นะ แต่เติม 0 ข้างหน้าไปเรื่อยๆอีกตัวและอีกตัว)

หลายคนในชุมชนเริ่มส่งเสียงร้อง การสร้างความรื่นรมย์ในชุมชนมันเริ่มยากขึ้น เมื่อผู้พัฒนาเริ่ม Take before give

.

ช่วงนั้น Feed ของ Facebook เริ่มส่งโพสของกลุ่ม Siamese Bitcoiners มาให้เราแล้ว มีโพสแนะนำแอปน้ำพุ Fountain โผล่ขึ้นมาในสายตา

“ฟัง Podcast แล้วได้ sats ด้วยแหะ โคตรเจ๋ง”

แน่นอนว่าสาย Gamefi อย่างเราโดดงับมันทันที

.

วันที่ 10 May ได้ฟัง อ.พิริยะอ่าน The Bitcoin Digest เรื่อง Digital Alchemy ของ Lyn Alden (ที่รู้วันที่เพราะมี log ว่า ได้ทำอะไรบางอย่างกับคลิปนั้น)

เนื้อหาของมันกระแทกใจเต็มๆ

เหมือนมันมีแสงสว่างว้าปขึ้นมาที่ตา แล้วแม่งตื่นรู้เลย ถ้าคุณเคยได้ฟัง คุณจะรู้ว่ามันเพราะอะไร

จากจุดนี้ เรา exit ออกจากโปรเจค shitcoin และไม่ไปยุ่งอะไรกับมันอีก

แม้จะมีจุดที่เราให้คำแนะนำเพื่อพัฒนามันต่อได้ แต่เราเลือกแล้วที่จะปล่อยให้มันตาย

อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้มีคนใหม่เข้ามาสูญเสียอีก

เราไม่ได้ใจดี เราแค่ไม่อยากพาตัวเองไปอยู่จุดที่ถูกคนอื่นลดคุณค่าในตัวเรา

ยิ่งแลกกับเศษเงินเฟียตที่พวกเขาให้เรามา มันโคตรไม่คุ้มกันเลย

.

เราฟัง The Bitcoin Digest 3 อีพีนั้นซ้ำไปซ้ำมา

(เพราะตอนนั้นมันมีแค่ Podcast นี้ ที่เราหาเจอ แล้วมันก็ยังมีอยู่แค่ 3 อีพี 555)

จนเราเริ่ม เอ๊ะ! กับบิทคอยน์ ว่าทำไมมันนำพาเจ้าของเรื่องราวพวกนั้น และอีกหลายๆคนที่พวกเขากล่าวถึงไปสู่อะไรๆ ที่ไม่ใช่แค่เงิน

เรากลับไปเปิดอ่าน The bitcoin standard ใหม่อีกรอบ เพราะเคยอ่านไปรอบนึงแล้วสมองหวาน ไม่เข้าใจ

.

รอบนี้เราอ่านแบบพักเบรค ถ้าไม่เข้าใจเราจะไม่ไปต่อ เราจะต้องหาข้อมูลเพื่อมาอธิบายจุดที่ไม่เข้าใจนั้นก่อน

แล้วก็มาเจอ อีพี 99,100,101,102,103

ที่ขยายความในส่วนที่เราเข้าใจตื้นเขิน และส่วนที่เราไม่เข้าใจเลยในหนังสือ

จากตรงนี้เราเริ่มโดดลงสู่หลุมกระต่ายแล้ว

.

อีกเรื่องที่เกิดขึ้นในไตรมาส เอ๊ะ! ของเราคือ

ทำไมทั้งๆที่เราออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร มันถึงยังรู้สึกตัวตึงอยู่ และไม่มีทีท่าว่ามันจะลดลงได้ง่ายๆ

ในอีพีข้างบน(น่าจะ 102) ที่พูดถึงการกินอาหาร 3 มื้อ ว่ามันเฟียต และนั้นคืออีกครั้งที่แสงออกตา เพราะเราสงสัยมาตลอดว่า

ทำไมต้องกิน 3 มื้อว่ะ ไม่หิวไม่กินได้ไหม

หลายครั้งที่เรากินเพราะต้องกิน

ด้วยข้อมูลที่ว่า “กินไม่ครบมื้อระบบเผาผลาญจะพัง” ทั้งๆที่ไม่ได้หิวอะไร

.

เราเริ่มรื้อระบบการกินตัวเองใหม่

นั่งมโนเอาเองว่า “ถ้าตอนนี้เป็นยุคหิน มนุษย์จะกินอาหารยังไง และ ใช้ชีวิตยังไง”

เราเริ่มกินเมื่อหิวและเน้นไปที่โปรตีนเป็นหลักเพราะยกเวทด้วย ก็จัดเต็มโปรตีนไปเลยดิ กินทีเอาให้คุ้ม

ตอนนั้นเน้น เนื้อบด หมูบด ไก่ ไข่ เพราะปรุงง่าย ใช้ไมโครเวฟทำได้ มีแป้งจากขนมปังโฮลวีตบ้างแต่ไม่ได้มีบ่อย ยี่ห้อที่ชอบมันแพงมาก ต้องรอช่วงลดราคา 50% ซึ่งอาทิตย์นึงมันจะมีสักวันนึง

หลังออกกำลังกายจะไปเหยียบหญ้า เพื่อนวดเท้า และ มันฮีลร่างกายได้ดี

(ตอนหลังเข้า Nostr มาฟังหมอเอก พูดเรื่องพวกนี้ ครั้งแรกแล้วแบบ เชี่ยยย! นี่ไม่ได้มโนไปเองแล้ว)

.

= Disconnect to reconnect =

ช่วงไตรมาสที่ 3 (Jul-Sep)

เรา Disconnect ตัวเองออกจาก Facebook ลบแอปทิ้ง เพื่อ reconnect ตัวเองสู่ Nostr ในวันที่ 27 Jul

และ

Disconnect ตัวเองออกจาก กรุงเทพ เพื่อ Reconnect ตัวเองเข้ากับครอบครัวและบ้านเกิด อีกครั้งในวันที่ 29 Sep

มันน่าขนลุกมากที่พอดีเหลือเกิน ว่าไหม?

ช่วงนี้ไม่มีอะไรมากมาย

ทุกอย่างมันล้วนเรียบง่ายเหลือเกิน

.

= We are nature and nature is us. =

ช่วงไตรมาสที่ 4 (Oct-Dec)

เราใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติแบบเต็มที่

ทั้งธรรมชาติพืชพรรณ และ ธรรมชาติของผู้คน

นั่งจิบกาแฟกลางสวน เหมือนไปคาเฟ่ได้ทุกวัน

ต้มกาแฟ ปลูกสมุนไพร ทำอาหารกินเอง

สนุกกับการเชื่อมต่อตัวเองเข้ากับธรรมชาติ ครอบครัว ผู้คน ผ่านเรื่องราวของชีวิตไม่ใช่ด้วยการโอ้อวดวัตถุ

ใช้ชีวิตอยู่กับชาวทุ่งม่วง #siamstr แลกเปลี่ยนข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิด สร้างจุดต่อจุดไปเรื่อยๆ มันสนุกและยิ่งเหมือนเราไปคาเฟ่ทุกวันมากขึ้นไปอีก

เราเคยคิดว่าเราจะเหงาและเบื่อแน่ๆที่กลับมาอยู่บ้านเกิด

แต่ทุกคนช่วยเติมเต็มแต่ละวันที่ผ่านมาของเราได้อย่างเต็มที่

เรามีครอบครัวที่เติมตัวตน

เรามีทุกคนในทุ่งม่วงที่เติมจิตวิญญาณ

เรามีคนรักที่เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป

เรามีอาหารที่ขึ้นในดิน มีโปรตีนจากแมคโครเติมเต็มท้องที่หิวโหย

เรามีเงินที่มั่นคงที่เติมเต็มความหวังในวันนี้

แค่นี้ เราพอใจแล้ว...

.

PS. แกว่า Damus มันจะ Mute ป่ะ 🤔

ถ้าไม่มีคุณ U ชุมชน #siamstr ก็ไม่เกิดขึ้นแบบยั่งยืนและรวดเร็วแบบนี้แน่ ๆ ครับ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

เพราะทุกคนที่นี่ เป็น The dot ของกันและกัน

เห็นด้วยกับ จิงโจ้ครับ