“He who has a why to live can bear almost any how.”

ผู้ใดจักต้องการเหตุผลของการมีอยู่ ย่อมทนได้กับทุกสิ่ง

-ฟรีดริช นิทเช่-

ทำไมผมถึงแนะนำ Man’s Searching for meaning (ชีวิตไม่ไร้ความหมาย)

เพราะว่าแท้จริงแล้วมันมีความหมายเสมอ และแนวทางที่นิทเช่วางไว้มันต่างจาก Existentialism สายอื่นๆ รวมถึง การตีความของซาร์ต คีย์เคียการ์ด หรือ กระทั่งฟูโก ที่เป็น บก. หนังสือของนิทเช่ที่ฝรั่งเศส

Man’s Searching for meaning เป็นงานศึกษาในช่วงพาร์ทแรกของชายอย่าง Victor Frankl ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาในค่ายกักกัน ซึ่งเค้าพูดถึงสภาวะการมีอยู่ ของชาวยิวใน ค่ายนาซี รวมถึงค่าย เอาสวิตซ์ รวมถึงสภาวะการขาดแคลน ที่ค่อยร่อยหลอ ตามกาลเวลาทุกวัน และ การบำบัดของเค้า

งานชิ้นเอกของแฟรงค์ไม่เพียงเสนอเรื่องที่ว่า มนุษย์นั้นดำรงค์อยู่เพราะเพราะการมีอยู่ แต่ปฏิเสธการที่บอกว่าชีวิตมันไร้ความหมายเราเลยต้องสร้างความหมาย แต่มันกำหนดมาให้มีความหมายตั้งแต่ต้น

ผมแนะนำว่า “ผู้ใดที่เริ่มอยากศึกษาการมีอยู่ รวมถึงการดำรงค์อยู่” ในทางตรงกันข้ามกับสิ่งที่ผมเรียกว่า ”พวกฝั่งซ้าย“ ควรอ่านเล่มนี้ เป็นที่สุด

#siamstr nostr:note15zh3mkv3689qzqtvjt4lq8hwh7ztjwewjcen74xwe7pvwmr5reas2mzya8

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

รีวิวดี ต้องหามาอ่านบ้างละ เรื่องแนวนี้ค่อนข้างตรงจริตเราอยู่🧡

ผมรู้จักเล่มนี้ครั้งแรกจากการตาม Jordan Peterson

ด้วยความที่ผมสงสัยว่า หนังสืออะไรวะที่มันจะตอบโจทย์ชาวบิตคอยน์เนอร์ ทุกคนแม่งก็ไปอวยแต่หนังสือที่เป็นบิตคอยน์

จนหลงลืมรากฐานหรือพื้นฐานของชีวิต

ซึ่งผมค้นพบทีหลังว่า ปรัชญาสาย Traditionalism มันช่างน่าหลงไหลมากกว่า สาย Modern หรือสาย Ideology

เมื่อคุณปูพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ คุณก็จะค้นหาว่าอะไรคือการดำรงค์อยู่

คำตอบมันไม่ได้อยู่ในคำถามของผู้อื่น แต่อยู่ในคำถามของตนเอง

เรื่องการดำรงอยู่หรือรากฐานชีวิต ก็เป็นเรื่องที่ผมครุ่นคิดตลอดเรื่อยมาตั้งแต่สมัยที่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ว่าแท้จริงเรานั้นคืออะไรมีอยู่เพื่ออะไรกัน

ตั้งแต่มาศึกษาบิตคอยน์จนเข้าใจมัน รู้สึกว่ามันได้ช่วยเติมเต็มความคิดการมองโลกเรามาครึ่งนึง รู้สึกว่ายังขาดมุมมองที่สำคัญอยู่อีกอย่าง น่าจะเรื่องพวกนี้แหละมุมมองปรัชญาชีวิต

ได้เวลาศึกษาและตกตะกอนคำตอบของตัวเอง เพราะเรื่องแนวนี้มันไม่มีคำตอบที่ตายตัว

-ขอบคุณที่มาแชร์กันครับ

เมื่อคุณศึกษา Bitcoin มาถึงจุดหนึ่ง คุณจะพบว่ามันไม่ได้สำคัญอะไรเลย เหมือนดั่งที่ทหารนาซี สามารถฉีกใบปริญญาหรือคุณค่าที่ปัจเจกชนชาวยิวได้มี เมื่อนั้นสิ่งที่คุณเหลืออยู่มันไม่ใช่สิ่งที่คุณมีอยู่หรือเข้าใจ

แต่มันคืออะไร ต่างหาก ที่ผมชอบพูดว่ามันมีความหมาย ความหมายอะไร สิ่งนี้นี่แหละคือการที่พูดถึง การดำรงค์อยู่สำหรับผม ผมบอกคุณไม่ได้เพราะผมไม่รู้ สิ่งที่ผมรู้คือมันมีอยู่ และผมเชื่อเช่นนั้น มันคือเหตุและผลของปัจเจกแบบที่ Frankl นึกถึงภรรยาของเค้า

ล้ำลึกจริง

ยังอ่าน the black swan ที่เอ็งป้ายยามาไม่จบเลย แต่เดะไปตำมาดองไว้ก่อน 55555

The black Swan แอบอ่านยาก ผมแนะนำให้อ่านต่อเนื่อง ผมไม่ได้อ่านมา 5 วัน พอกลับมาอ่าน ผมเหมือนหลุดจากเรื่องที่มันเล่า แต่มันทำให้ผมเข้าใจเรื่องที่เกิดในสังคมเยอะขึ้นมากจริงๆ

จริง ภาษาแอบงงๆ แต่เหมือนผู้อ่านมันก็ตั้งใจบอกไว้แล้วว่าทำให้งงๆ แต่มันน่าสนใจมากครับ นี่แอบคิดเล่นๆว่า การล่มของสกุลเงินกับการมาของ Bitcoin อาจจะ(?) เป็น the black swan ไหม ไม่ก็สงครามโลกเราะ 555555

ผมอ่านแปลไทย อ่านง่ายนะ สนุก ผมว่าอ่านพร้อม Thinking fast and slow อ่ะดี ดีมากๆ

ได้ค้าบบ ขอบคุณคับสุดหล่อ กะดอเลี่ยม sats