ครั้งหนึ่งเคยรังเกียจทุนนิยม เพราะไม่เข้าใจถ่องแท้ว่าทำไมคนรวย 1% ถึงรวยเอา ๆ ทำไมคน 99% ถึงจนลง ๆ ทำไมความเหลื่อมล้ำมันถ่างกว้างขึ้น ทั้งๆที่คนส่วนใหญ่ก็ขยันทำงาน

แต่เราเข้าใจผิด เพราะเงินมันเสื่อมค่ามากกว่า 10% ต่อปี คนที่รู้จักกู้หนี้มาทำต้นทุนย่อมได้เปรียบเสมอ เพราะคน 1% เขาเล่นในระบบเฟียต แต่คน 99% เขาเล่นในระบบมาตรฐานทองคำ ทำงานได้มาเท่าไหร่ก็เก็บในแบงค์ แล้วหวังว่าเงินเหล่านั้นจะเพียงพอให้อยู่สบายตอนแก่

เราเล่นกันผิดเกม เราเลยจน ความเหลื่อมล้ำจึงกว้าง ถ้าโลกอยู่ในระบบเงินไม่เสื่อมค่า ความเหลื่อมล้ำไม่มีทางถ่างขนาดนี้

ธรรมชาติของมนุษย์เหมาะในระบบทุนนิยม (Capitalism) ไม่ใช่ “ต้นทุน” นิยม (Costlism)

#siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ระดับพี่เบิ้มแบบ CP ปตท. บลาๆ เขาได้เรตดอกเบี้ย 2-3% เท่านั้นครับ ยิ่งนานหนี้ยิ่งลดของจริง ส่วนประชาชนตาดำๆ ถ้าไม่ใช่กู้บ้าน ยิ่งนานหนี้เรายิ่งเพิ่ม เพราะอัตราดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายมันสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเยอะ

ใช่ครับ ระบบเครดิตสกอร์บ้านเรามันบูลชิท (ไม่รู้บ้านอื่นเป็นไหม) ขอแค่มี Proof of debt แบงค์ต่างๆก็พร้อมโอบอุ้ม ยิ่งช่วงวิกฤติไม่มีเงินจ่ายก็ไม่ต้องกลัวจะล้ม ทุกคนพร้อมอุ้ม

ทุนนิยมไม่ได้ผิดครับ ผิดที่รัฐแทรกแซง….

จนทำให้ทุนนิยมดูเลวร้าย

ประมาณว่า ไม่รวยแล้วยังโดนรีดไถภาษีอีก แบบนี้จะรอดได้ไง

แต่ถ้าตัดที่เป็นตัวไถเงินออก

เราจะแข่งขันกันด้วยทุน น้ำพักน้ำแรงงง

ตำราคลาสสิคบอกตลอดว่ามันเอื้อให้เกิดการทำลายอย่างสร้างสรรค์ แต่ทุกวันนี้เราเห็นแต่คอมปานีที่ซึ่ง Too big to be fail 5555555

ผมโชคดีที่ไม่เคยรังเกียจทุนนิยมเลย เพราะหนังสือเล่มแรกๆที่ผมอ่านคือหนังสือของ Robert Kiyosaki

Same krub ผมอ่าน โรเบิร์ตผมตาสว่าง และ เป็นที่ทุกวัน มึงควรตื่นเต้นตลอดเวลา

เข้าใจแบบนี้ค่อนข้างชัดเจนครับ แต่ลองสวิท มาสองมุม ทุนนิยม มันดีจริงๆเหรอ ถ้าธรรมชาติถูกขีดให้เป็นแบบนี้ และเราควรทำยังไง หรือ ทุนนิยม ควรจะเป็นเช่นไร

ผมถามคำถามนี้กับตัวเองมาเกือบสามปี ผมว่า คำตอบมันชัดเจนขึ้นทุกวันครับ : )

Bitcoin is hope