
บทวิเคราะห์เชิงลึกนี้จะอธิบายว่าเหตุใดการถือครองเพียง 0.1 BTC จึงมีความหมายอย่างลึกซึ้งในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านจาก “Fiat Standard” ไปสู่ “Bitcoin Standard” โดยใช้แนวคิดจากทั้ง Saifedean Ammous และ Michael Saylor ที่ได้นำเสนอผ่านเวทีสำคัญ ๆ ทั่วโลก รวมถึงต่อบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft, Google และ Wall Street เอง
⸻
🔥 1. บริบท: การล่มสลายของ Fiat Standard
ระบบการเงินแบบ Fiat ที่ปกครองโลกมานานนับศตวรรษ ทำงานบนหลักการที่ว่า “เงินมีมูลค่าเพราะรัฐบาลบอกว่าให้มีมูลค่า” โดยไม่มีหลักทรัพย์รองรับอย่างทองคำอีกต่อไป นับตั้งแต่ Nixon Shock ปี 1971 ซึ่งยกเลิกการผูกเงินดอลลาร์กับทองคำ ระบบนี้จึงเปิดช่องให้เกิดการ:
• พิมพ์เงินโดยไม่มีขีดจำกัด → ส่งผลให้เกิด เงินเฟ้อเรื้อรัง
• ดอกเบี้ยติดลบ → ลงทุนอะไรก็เสี่ยงเพื่อรักษามูลค่าทุน
• ช่องว่างความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น → สะสมความมั่งคั่งอยู่ในมือคนจำนวนน้อย
📉 ระบบนี้เปรียบเสมือน “ไฟที่เผาไหม้มูลค่าเงินอย่างช้าๆ”
⸻
⚡ 2. Bitcoin Standard: คำตอบของเงินที่ “ไม่ถูกลดค่า”
แนวคิดของ Saifedean Ammous:
• Bitcoin เป็น “Sound Money” ที่แท้จริง เพราะ:
• มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ
• ไม่ถูกควบคุมโดยรัฐบาลหรือธนาคารกลางใด ๆ
• โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่สามารถพิมพ์เพิ่มได้เหมือน Fiat
📖 หนังสือ The Bitcoin Standard อธิบายว่า Bitcoin คือเงินที่ปกป้องเวลาและแรงงานของคุณจากการถูกกัดกร่อนโดยเงินเฟ้อ
⸻
🔍 3. Michael Saylor: ทำไม 0.1 BTC ถึง “มากพอ”
Michael Saylor ซีอีโอของ MicroStrategy อธิบายไว้ในการบรรยายต่อ Microsoft ว่า:
“There are 8 billion people on Earth. There will never be more than 21 million Bitcoin. If you can own just 0.1 BTC, you’re ahead of 99% of humanity.”
🔢 คำนวณอย่างเป็นระบบ:
• ประชากรโลก ~ 8,000,000,000 คน
• จำนวน Bitcoin สูงสุด = 21,000,000 BTC
• หากแจกจ่ายเท่า ๆ กัน → 1 คนจะได้เพียง 0.002625 BTC
📌 ดังนั้น หากคุณถือครอง 0.1 BTC เท่ากับ:
• มากกว่า 38 เท่า ของโควต้าเฉลี่ยโลก
• อยู่ใน Top 1% ของผู้ถือครอง BTC ตามข้อมูล on-chain
⸻
💰 4. ศักยภาพราคาของ Bitcoin เมื่อเข้าสู่มาตรฐานการเงินโลก
Market Cap เป้าหมาย (หาก Bitcoin มาแทนสินทรัพย์เหล่านี้บางส่วน):
สินทรัพย์ /มูลค่าตลาด ($) /หาก BTC แทนที่ (%) /BTC Market Cap ($) /มูลค่าต่อ BTC ($)
ทองคำ /22.6 ล้านล้าน /50% /11.3 ล้านล้าน ≈ 538,000
หุ้นทั่วโลก /124 ล้านล้าน /10% /12.4 ล้านล้าน ≈ 590,000
อสังหาทั่วโลก /326 ล้านล้าน/ 5% /16.3 ล้านล้าน ≈ 776,000
เงินสำรองทั่วโลก /8 ล้านล้าน /100% /8 ล้านล้าน ≈ 380,000
🔮 มูลค่ารวมที่สมเหตุสมผลของ Bitcoin หากมาแทนสินทรัพย์บางส่วน = 50-100 ล้านล้านดอลลาร์
⇒ มูลค่าต่อ 1 BTC อาจอยู่ในช่วง $500,000 - $5,000,000
⇒ ดังนั้น 0.1 BTC = $50,000 – $500,000 ในอนาคต (ไม่รวมภาวะ hyperbitcoinization)
⸻
🧠 5. ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง: ทำไมไม่ใช่ทุกคนจะถือได้ 1 BTC
• 21 ล้านเหรียญ ≠ 8 พันล้านคน
• Institutional Adoption: บริษัท, Hedge fund, กองทุนบำเหน็จบำนาญ กำลังสะสม BTC ทำให้ supply ยิ่งตึงตัว
• Lost coins: ประมาณ 3-4 ล้าน BTC สูญหายถาวร
• Ultra-HODL: นักลงทุนระยะยาวจำนวนมากไม่มีเจตนาจะขาย
📌 ซึ่งหมายความว่า ไม่เพียงพอให้ทุกคนบนโลกถือแม้แต่ 0.01 BTC
⸻
🧭 สรุป: 0.1 BTC คือ “ความมั่งคั่งที่ยังไม่ถูกค้นพบ”
• 0.1 BTC = “ความเป็นเจ้าของในระบบการเงินอนาคต”
• Bitcoin เปรียบเหมือนการเข้าถือหุ้นใน “ธนาคารกลางโลกที่ไม่ถูกควบคุมโดยรัฐ”
• ด้วยการถือ BTC จำนวนเล็กน้อยในวันนี้ คุณกำลังล็อกพื้นที่ของตนเองในอนาคตที่มีความขาดแคลนสูง
🧨 เหมือนถือที่ดินในนิวยอร์กยุคปี 1800
🔐 เหมือนถือหุ้น Microsoft ปี 1986
🌍 เหมือนมีทองคำตอนที่โลกยังใช้เปลือกหอย
⸻
📉 6. Fiat Standard กำลังล่มสลาย — ในเชิงโครงสร้าง
ระบบ Fiat Currency พังเพราะคุณสมบัติในตัวมันเอง:
📌 1. ไม่มีขีดจำกัด → เงินเฟ้อฝังลึก
• ค่าเงิน USD สูญเสียมูลค่ามากกว่า 98% ตั้งแต่ปี 1913 (ก่อตั้ง Federal Reserve)
• ประเทศกำลังพัฒนาเช่นอาร์เจนตินา ตุรกี เวเนซุเอลา ล่มเป็นรอบๆ เพราะรัฐบาลควบคุมค่าเงินไม่ได้
• คนชั้นกลางสูญเสีย “พลังในการออม” เพราะดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อจริง
📌 2. ความเหลื่อมล้ำพุ่ง → เพราะ Cantillon Effect
• ผู้ได้รับเงินใหม่ก่อน (ธนาคาร/บริษัท) ใช้ซื้อสินทรัพย์ก่อนที่ราคาเพิ่ม
• คนจนใช้สกุลเงินหลังจากถูกลดค่าแล้ว
• เงินจึงกลายเป็นกลไก ดึงความมั่งคั่งจากล่างขึ้นบน ไม่ใช่กระจายลงสู่ระบบ
📌 3. หนี้ล้นระบบ → การพังทลายเชิงระบบ
• ทุก fiat currency ล้วนมีแนวโน้มไปสู่จุดจบแบบเดียวกัน: พิมพ์ → หนี้ล้น → ล่ม
• กรณีศึกษา: Latin America, Zimbabwe, Sri Lanka, Weimar Germany
❝ Fiat currencies are melting ice cubes. ❞ — Michael Saylor
⸻
⚙️ 7. ทำไม BTC ถึง “เป็นของจริง” (The Realest Asset)
Michael Saylor อธิบายว่าทำไมเขานำเงินสดของ MicroStrategy แปลงเป็น Bitcoin ว่า:
✅ 1. Bitcoin = Thermodynamically Sound Money
• เปรียบเทียบกับฟิสิกส์: พลังงานถูก “เก็บ” ในโครงข่าย Bitcoin แบบกระจายศูนย์
• Bitcoin เป็น “พลังงานทางเศรษฐกิจ” ที่ถูกบีบอัดไว้ในรูปแบบที่ส่งต่อได้ ไม่เสื่อม ไม่สูญ
✅ 2. Bitcoin คือ “อสังหาริมทรัพย์ทางไซเบอร์”
• ที่ดินในโลกจริงมีภาษี โดนยึด ถูกจำกัดการถือครอง
• แต่ BTC ไม่มีขอบเขต ถูกแช่แข็งไม่ได้ โอนข้ามพรมแดนได้ใน 10 นาที
• ความขาดแคลนระดับ “ดิจิทัล-ทองคำ” ที่ตรวจสอบได้
⸻
📊 8. 0.1 BTC คือ “หุ้น” ของระบบการเงินใหม่
🔒 0.1 BTC ในเชิงสัดส่วน:
• 0.1 BTC จาก 21 ล้าน = 0.000476% ของ supply ทั้งหมด
• น้อยกว่า 47 ในล้าน ของ total BTC
🎯 หาก BTC = $1,000,000 ในอนาคต (conservative case)
→ 0.1 BTC = $100,000
→ เทียบได้กับการซื้อ “หุ้น Berkshire Hathaway” ตอน $19
🌐 กรณี Hyperbitcoinization:
หาก BTC กลายเป็นมาตรฐานมูลค่าทั่วโลก และแทนที่ fiat:
• คนจะวัดทุกอย่างเป็น sats (1 BTC = 100,000,000 sats)
• 0.1 BTC = 10,000,000 sats → หน่วยของการใช้ชีวิต
⸻
📌 9. ปัจจัยจำกัด: ทำไมทุกคนไม่มีวันถือ 1 BTC ได้
💀 1. Lost coins:
• ~3–4 ล้าน BTC สูญหายถาวรจาก key หาย ฮาร์ดไดรฟ์เสีย ฯลฯ
🧊 2. Long-term Holders (HODL):
• ประมาณ 70–75% ของ BTC supply ไม่ถูกเคลื่อนไหวในระยะเวลา >1 ปี
🏦 3. Institutional Hoarding:
• BlackRock, Fidelity, MicroStrategy, Tesla, และกองทุนทั่วโลกเริ่มแย่งซื้อ
• กลไก ETF ช่วย “ดูด” BTC ออกไปจาก supply ในตลาดเปิด
🧍 4. คนทั้งโลกมีมากเกินไป:
• หากจะให้ทุกคนได้ 0.01 BTC ก็ต้องใช้ 80 ล้านเหรียญ → มากกว่า supply ทั้งหมดถึง 4 เท่า
⸻
🧠 10. ข้อสรุปในเชิงปรัชญาเศรษฐกิจ
❝ You don’t need 1 full bitcoin to win. You just need to understand the game before others. ❞
• BTC ไม่ใช่แค่ “สินทรัพย์” แต่เป็น กลไกการเคลื่อนทุนข้ามเวลาและอำนาจรัฐ
• การถือ 0.1 BTC = การยืนยันสิทธิ์ในระบบการเงินที่โปร่งใส ยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ
• สำหรับคนที่มี BTC แม้เพียงน้อยนิดในวันนี้ อาจเทียบเท่ากับการมี “ทองคำในยุคเริ่มต้นของเงินกระดาษ”
⸻
🧭 11. แนวคิดของ Michael Saylor: Bitcoin = กลไกป้องกัน “การละลายของมูลค่าชีวิต”
Saylor ไม่ได้มอง Bitcoin แค่ในเชิงผลตอบแทน แต่ในเชิง การเอาชีวิตรอดจากพายุเศรษฐกิจที่ไม่มีทางหลีกได้:
📉 A. เงินสดคือ “สินทรัพย์ที่เสื่อมมูลค่าทุกวินาที”
• เขาเรียก USD, EUR ว่า melting ice cube: ก้อนน้ำแข็งที่ละลายอย่างแน่นอน
• คนที่เก็บเงินสดจริงๆ กำลัง “สูญเสียแรงงาน” ของตนไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่รู้ตัว
❝ Cash is trash. Bitcoin is hope. ❞
— Michael Saylor, MIT Bitcoin Club
📈 B. Bitcoin คือ “digital property” ที่เก็บมูลค่าชีวิตไว้ได้
• BTC = “อสังหาริมทรัพย์ไซเบอร์” ที่ไม่เสื่อม ไม่ถูกยึด ไม่มีภาษีที่ดิน ไม่มีค่าโอน
• เป็นของคุณ 100% ไม่ต้องเชื่อใจใคร ไม่ต้องมี permission
• ถ้าคุณทำงานหนักเก็บ 0.1 BTC ได้ในตอนนี้ เท่ากับคุณ “ตรึง” แรงงานของคุณให้อยู่ในสถานะ ต่อต้านเงินเฟ้อชั่วนิรันดร์
⸻
🧮 12. วิเคราะห์จาก Market Cap โลก: ถ้า BTC เป็น Money Layer
ถ้า Bitcoin กินส่วนแบ่งจากระบบการเงินโลกได้จริง นี่คือภาพรวม:
สินทรัพย์ /Market Cap โดยประมาณ /หาก BTC แทนที่ (%) /มูลค่า BTC ต่อเหรียญ (USD)
ทองคำ /~$13.5 ล้านล้าน /100% /~$640,000
ตลาดตราสารหนี้ (Bonds) /~$130 ล้านล้าน /25% /~$1,550,000
อสังหาริมทรัพย์/ ~$370 ล้านล้าน /10% /~$1,760,000
หุ้นโลก /~$110 ล้านล้าน /15% /~$785,000
เงินตรา Fiat /~$100 ล้านล้าน /50% /~$2,380,000
รวมภาพรวม /~$700 ล้านล้าน /~20% /~$2,000,000 ต่อ BTC
ดังนั้น 0.1 BTC = $200,000
และ 1 sat = 0.002 ดอลลาร์ (2 มิลลิ-เซ็นต์)
⸻
📊 13. Bitcoin คือ Digital Dematerialization
Michael Saylor พูดในหลายเวทีว่า Bitcoin ทำกับ “store of value” เหมือนที่:
• YouTube ทำกับทีวี
• Google ทำกับสารานุกรม
• iPhone ทำกับกล้อง, นาฬิกา, GPS
Bitcoin คือการ “ลดรูป” สิ่งของทุกอย่างที่เคยเป็นที่เก็บมูลค่า → กลายเป็นบิตดิจิทัลที่ไม่ต้องการพื้นที่จริง
⸻
💡 14. เพราะอะไร “ใครๆ” ก็เข้าถึงได้ แต่ “มีไม่พอสำหรับทุกคน”
แม้ BTC จะเปิดกว้างแบบ permissionless แต่โครงสร้าง supply มัน “สุดแกร่ง”:
ปัจจัย ผลกระทบ
Fixed Supply = 21M ตัดโอกาส dilution แบบ fiat
Halving ทุก 4 ปี ทำให้ BTC ยิ่งหาได้ยากขึ้น
สูญหาย ~20% มีจริงๆ แค่ ~17 ล้านเหรียญ
Demand เพิ่มจากคน/องค์กร/กองทุน FOMO เกิดแบบฝั่ง supply ตายสนิท
คน 8,000 ล้าน BTC ต่อคน = 0.0026 BTC (260k sats)
ดังนั้น การมี 0.1 BTC = มากกว่า 98% ของโลก
⸻
🌌 15. สุดท้าย: Bitcoin Standard คือ “อารยธรรมแห่งเสรีภาพ”
Saifedean Ammous และ Michael Saylor เห็นตรงกันว่า Bitcoin จะพาโลก:
• ออกจากยุค เงินเฟ้อที่ควบคุมไม่ได้
• เข้าสู่ยุคของ แรงงานมีค่า | ออมแล้วไม่ถูกทำลาย | สิทธิทางเศรษฐกิจเท่าเทียม
คนที่ถือแม้เพียง 0.1 BTC เปรียบเสมือน:
• มี “ตั๋วขึ้นเรือโนอาห์ทางการเงิน”
• มี “สิทธิในเงินดิจิทัลที่ไม่มีใครลบล้างได้”
• มี “อำนาจในการปฏิเสธระบบที่กดขี่ผ่านเงินกระดาษ”
⸻
🧬 16. ทำไม 0.1 BTC จึงเพียงพอในโลกแห่ง Bitcoin Standard
🔐 1. มันเป็นการ “ล็อกสิทธิ” เข้าสู่เศรษฐกิจใหม่
• การถือ BTC แม้เพียงเล็กน้อย เสมือนคุณซื้อ “ที่ดินดิจิทัล” แห่งแรก ๆ ของโลก
• ในโลกหลัง hyperbitcoinization ผู้ถือ BTC คือคนที่ “มีทุนเริ่มต้นในระบบใหม่”
• เหมือนกับใครบางคนที่ได้หุ้น Apple หรือ Amazon ตั้งแต่ยังอยู่ในโรงรถ
💰 2. ความเพียงพอ = ไม่ได้วัดเป็นจำนวนเงิน แต่เป็น อำนาจการเข้าถึงระบบ
• ถ้า BTC กลายเป็น base layer ของมูลค่าโลก การมี 0.1 BTC เท่ากับมี เศษส่วนของการเข้าถึงเครื่องจักรผลิตมูลค่าโลก
• คุณไม่จำเป็นต้องเป็นเศรษฐี 10 ล้านดอลลาร์ในระบบ fiat ถ้าคุณมี 0.1 BTC ที่ยึดมูลค่าจริงไว้
🧠 3. มันคือการ “ย้ายความมั่งคั่ง” จากคนที่ไม่เข้าใจ → สู่คนที่เข้าใจก่อน
❝ Bitcoin transfers wealth from the impatient to the patient. ❞
— Michael Saylor
• BTC รางวัลผู้ที่มี “วินัย + วิสัยทัศน์”
• คนที่สะสมตั้งแต่ยังถูก ตั้งแต่ยังไม่ mass adoption
• คนที่ “เข้าใจก่อน” ว่าระบบเก่ากำลังตาย และไม่เสียเวลาเถียง
⸻
🏛 17. Saifedean Ammous กับโลกหลังเงินเฟ้อ: วัฒนธรรมจะเปลี่ยนไปอย่างไร?
📚 Saifedean: “Sound money = Sound civilization”
• เงินที่ไม่เฟ้อ = มนุษย์จะอดทน อดออม วางแผนระยะยาว
• สังคมที่ใช้เงินไม่ดี → เร่งบริโภค ทิ้งๆ ขว้างๆ คอร์รัปชัน
• สังคมที่ใช้ Bitcoin → พึ่งตนเอง ยั่งยืน สร้างสรรค์ มุ่งระยะยาว
❝ Time preference คือหัวใจของอารยธรรม.❞
— The Bitcoin Standard
🎨 ผลกระทบเชิงวัฒนธรรม:
• วิศวกรรมจะกลับมารุ่งเรือง → สร้างสิ่งของที่ทนทาน ไม่ใช่เร็ว-เสื่อม
• ครอบครัวจะมั่นคงขึ้น → วางแผนรุ่นลูกรุ่นหลาน
• สื่อ การศึกษา ศิลปะ → จะเน้นคุณค่า มากกว่าการขายไวรัล
⸻
🌍 18. ข้อคิดสุดท้าย: ถ้า Bitcoin กลายเป็นมาตรฐานโลก
🌐 BTC = มาตรฐานสากล:
• ไม่ต้องแลกเปลี่ยนสกุลเงิน → ลด friction ทั่วโลก
• ไม่มีเงินเฟ้อ → แรงงานได้รับผลตอบแทนตามจริง
• ธนาคารกลางหมดอำนาจ → มูลค่ากลับคืนสู่ผู้สร้างแท้จริง
🤖 BTC + เทคโนโลยี = ความเป็นอิสระที่แท้จริง
• คุณถือเงินของคุณบนมือถือ → ไม่มีใครยึด ไม่มีใครยับยั้ง
• คุณสามารถโอนให้ใครก็ได้ทุกที่ → ฟรีจาก censorship
• คุณสามารถแสดงความเป็นเจ้าของ → แม้ไม่มีใครเชื่อคุณก็จริง
⸻
🔑 19. สรุป: ถือ BTC วันนี้ ไม่ใช่เพราะอยาก “รวย” แต่เพราะคุณอยาก “มีอนาคต”
• 0.1 BTC อาจดูเล็กน้อยในระบบ fiat
• แต่ในระบบที่เงินเฟ้อหมดไป และ BTC กลายเป็น store of value ทั่วโลก
• คุณจะกลายเป็น หนึ่งในไม่กี่คนที่มี “สัดส่วนในอารยธรรมใหม่”
❝ Holding 0.1 BTC is not a bet on price, it’s a bet on time. ❞
— Anonymous Bitcoiner
#Siamstr #nostr #bitcoin #BTC