อุดรูรั่วในการคิด สู่ตัวเราเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น ด้วย Mental Models
สรุปจาก “DataRockie Mini Bootcamp 2025 - Day one Mental Models”

ครั้งแรกที่เข้ามาเรียนสดกับแอดทอย บอกเลยว่าเห็นเมลล์วันนี้ กดสมัครวันนี้ เรียนวันนี้ กับ DataRockie Mini Bootcamp 2025 ที่มีด้วยกัน 3 วันรวด กับ 3 topic Mental Model, Economic Thinking และ Business Foundation
เข้าใจล่ะเรียนจนร้องขอชีวิตมันเป็นยังไง ไม่สอนเลทแต่สอนแถม คนสอนไม่ได้นอน คนเรียนก็ไม่ได้นอนเหมือนกัน555555555 ความรู้อัดแน่นและมีประโยชน์สุด ๆ
.
Mental Models คือ กระบวนการคิดเรื่องใดเรื่องนึงให้เฉียบคม มาจากหนังสือที่ชื่อว่า Think Like A Freak ซึ่งเขียนโดย Steven D. Levitt และ Stephen J. Dubner เป็นนักเศรษฐศาสตร์
George Bernard Shaw ได้กล่าวไว้ว่า “Few people think more than two or three times a year” มีน้อยคนที่คิดมากกว่า 2 ถึง 3 ครั้งต่อปี เอ๊ะคนเราก็แทบจะคิดตลอดเวลาเลยนี่นา
ถ้าไม่ซ่อมรูเล็ก ๆ บนเรือ เรือจะล่มได้ฉันใด ถ้ามีรูรั่วในกระบวนการคิดของเรา มีโอกาสที่เราคิดผิดบางอย่างโดยไม่รู้ตัว ทำให้ชีวิตเดินไปผิดทางด้วย
ดังนั้นการรู้จัก Mental Models ทำให้เราคิดได้ดีขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเราอยู่ในจุดที่ควรจะอยู่ได้มากขึ้น
พบกับ 7 models สำคัญ หลังเรียนจบการันตีว่าตัดสินใจได้ดีขึ้นกว่าคนทั่วไป!
.
🟡 Map is not the territory
แผนที่ไม่เหมือนแผนที่จริงตรงนั้น ก็คือไม่สะท้อนของจริงตรงนั้น
แผนที่จริงก็คือแผนที่ที่มาจากดาวเทียม ส่วนแผนที่ เช่น Google Maps ที่ลดทอนบางรายละเอียดออกไป แต่มีความใกล้เคียงกันอยู่
⭐ ดินแดนเป็น reality ส่วน map เป็น model
reality เช่น เรานั่งดูในไลฟ์ด้วยกัน แต่ประสบการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะ mental model ของแต่ละถูก build มาไม่เหมือนกัน
ถ้าใครมี model ใกล้เคียงกับ reality ที่สุด เป็นคนที่มีโอกาสชนะเยอะมาก
ในแต่ละแผนที่ มีเป้าหมายไม่เหมือนกัน เช่น แผนที่คนทั่วไปขึ้น กับคนขับรถไฟฟ้า ไม่เหมือนกัน และโลกจริงมีการเปลี่ยนแปลงด้วย ดังนั้นต้องการการ update ด้วย หลาย ๆ ครั้งไม่ได้สะท้อนความจริง เพราะมันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เช่น นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ทำธุรกิจตอนนี้อาจจะไม่สำเร็จก็ได้
เวลาเราลงทุน เราก็จะเลือกลงทุนจากอะไร ข้อมูลการเงินแบบไหน ตัวเลขตัวเดียวที่ดู คือ P/E ratio ตัว P คือ price และ E คือ earning per share เช่น ทุก ๆ รายได้ 1 เหรียญ นักลงทุนยอมจ่ายเงิน 5 เหรียญ ยิ่งสูงคือนักลงทุนยอมจ่ายเงินลงทุนเยอะ = แผนที่นักลงทุนว่าหุ้นนี้น่าซื้อไหม เป็นการใช้ system two ในการคิด
คำถามสุดท้าย คือ เราชอบหุ้นตัวนี้จริงหรือเปล่า ถ้าไม่ชอบเราอาจจะไม่ซื้อก็ได้ เป็นการใช้ system one ในการคิด
⭐ การคิดอยู่ในการตัดสินใจมีอยู่ 2 ระบบ คือ
- system one: คิดแบบเร็ว ๆ เช่น เราชอบหุ้นนี้ไหม - เราไม่ควรใช้บ่อย
- system two: คิดให้ช้าลง ดูตัวเลข
ทุก model ผิดหมด แต่มีประโยชน์เหมือนกัน ดังนั้นถ้าไม่มีแผนที่ชีวิตอยู่ไม่ได้เช่นกัน
.
🟡 First Principles Thinking
อันนี้สำคัญที่สุด
foundation ของพื้นฐานบางอย่าง ที่สามารถ build on-top สร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ เช่น ทำไม apple ลูกนี้กรอบอร่อยจัง? เพราะพื้นดินต้องดีก่อน เมล็ดพันธุ์ต้องดี มีคนดูแลที่ดี มีสภาพแวดล้อมอากาศที่ดี ที่ทำให้โตและอร่อย ซึ่ง principles เขาเติม s ดังนั้นมีมากกว่า 1
แล้วหนังสือเล่มนี้ ดีไม่ดีเพราะอะไร? เวลามองหนังสือ ค่อย ๆ มองลึกลงไป เช่น แต่ละบทต้องดี พารากราฟดี ประโยคดี เลือกใช้คำที่ดี สะกดถูก และเลือกใช้ character ที่ถูกต้อง แต่สำคัญที่สุดคือ idea ว่าผู้เขียนอาจจะสื่ออะไร และ idea นี้ช่วยเปลี่ยนชีวิตเราหรือเปล่า
ดังนั้นปีนึงไม่ต้องอ่านเยอะ เลือกเล่มที่ impact กับเราจริง ๆ
ในโลกความจริง เช่น Elon Musk เขามีบริษัท Tesla ซึ่งเขาตั้ง position เป็น tech company ที่เน้นในด้าน battery เดิม battery ราคาแพงมาก 600 เหรียญ พอมาวิเคราะห์แยกส่วนประกอบว่ามีอะไรบ้าง ทำการวิจัย แล้วประกอบกลับเข้าไปใหม่ ทำให้มีราคาเพียง 80 เหรียญ และมีเป้าหมายลดต้นทุนให้เหลือ 8 เหรียญให้ราคาถูกลงเรื่อย ๆ
หรืออีกเคส SpaceX เกิดมาจากอยากซื้อจรวดจาก NASA แต่เขาขายแพง และถ้าเราสร้างเอง เราจะใช้เงินเยอะพร้อมที่ NASA ขายหรือเปล่า พอทีมวิเคราะห์แล้ว พบว่าถูกกว่าหลายเท่า เลยสร้างเอง แล้วจรวดที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง สามารถใช้ซํ้าได้ไหมนะ
ดังนั้น First Principles Thinking ของ Elon Musk คือ ถ้าแพงกว่าซื้อมาใช้ วิเคราะห์ต้นทุนว่าคุ้มไหมที่จะทำ
หรืออีกเคสที่แอดทอยชอบมาก คือ Amazon เคยสั่งหนังสือมาที่ไทยด้วยราคาถูกสุดที่ไม่มี tracking number ให้ รอแล้ววรอเล่าหนังสือที่สั่งร่วม 5,000 บาทก็ยังไม่มาสักที เลยตัดสินใจถาม customer service เขาตอบมาว่า เขาขอโทษ และส่งหนังสือที่สั่งให้ใหม่ เดี๋ยวได้ใน 2-3 วันน้า
อีกเคส คือสั่ง Pixel 5A แล้วเข้าไทยไม่ได้ เนื่องจาก กสทช ยังไม่รับรองมือถือรุ่นนี้ เลยทักไปหาที่ customer service เขาขอโทษและ refund เข้าบัตร สำเร็จภายใน 3 วัน
ดังนั้น First Principles Thinking ของ Amazon คือ ลูกค้าต้องมาก่อนเสมอ ถ้าลูกค้า happy เราจะได้กำไรเอง ต้อง focus การตอบโจทย์ลูกค้าเป็นหลัก เดี๋ยวอันอื่นมันจะมาเอง มันจะ success เอง ยอมเสียเงินซํ้าเพื่อให้ลูกค้า happy ทำให้ลูกค้าซื้อซํ้า แล้วบอกต่อ
อีกหนึ่งตัวอย่าง คุณ Alex Hormozi เขาเปิดยิมออกกำลังกาย มี First Principles Thinking คือ
เราจะรวย หาเงินได้เยอะ ใช้ชีวิตอย่างที่เราต้องการ ทำสองข้อนี้ได้
1. หาเงิน 100 ใช้เงินไม่เกิน 100 → อย่าใช้เงินเกินตัว คนไทยเป็นหนี้นอกระบบ 40% ถ้าจำเปนต้องอดก็ต้องอดก่อน
2. เก็บเงินมาลงทุนในตัวเอง ยิ่งเราเก่งขึ้นเท่าไหร่ ปัจจัยภายนอกทำร้ายเราได้น้อยลง และเพิ่ม earning capacity ให้เราจากความรู้บางอย่างที่เราเรียน
และสุดท้ายกลับมาที่ตัวเราเอง ชีวิตของเราควรพึ่งตัวเองให้ได้
⭐ ความรู้ที่อยู่รอดได้ 2000 ปี จาก Marcus Aurelius ถูกส่งต่อถึงวันนี้ ให้ focus สิ่งที่เราควบคุมได้ คือวิธีการคิดของเรา mental model, การกระทำของเรา ความคิดเปลี่ยนเป็นการกระทำ ไม่ต้องสนใจสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้
⭐ เศรษฐกิจไม่ดี คนกลัวอะไร? กลัวตัวเองไม่เก่งพอ ดังนั้นเราต้องทำตัวให้เก่งขึ้น คิดและลงมือทำ ทำให้ไปไกลกว่าคนอื่น เช่น AI มาแล้ว เราต้องเรียนอะไรดี → มี skill บางอย่าง เหนือ skill บางอย่าง เราเข้าใจและปลดล็อกได้
5 skills ที่คนอยู่รอด อ่านทุกวัน, เขียนทุกวัน, มี focus, กระบวนการคิด, ความเชื่อที่ถูกต้อง หรือเชื่อว่าตัวเองทำได้
attendion คือ community ที่ราคาแพงที่สุด คือเวลา
.
🟡 Second-order Thinking
first-order thinking ได้ในระยะสั้น
second-order thinking คิดระยะยาว what’s next มีอะไรต่อจากนั้นไหม - มองถึงผลระยะยาวของสิ่งที่เราทำตอนนี้
เช่น การลดราคาสินค้า ข้อดีคือได้ยอดขายตอนนี้ แต่ลดราคาบ่อย มีผลเสียในระยะยาว หรืออย่างกิน junk food อร่อยตอนนี้ แต่เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว อีกเคสเล่นโทรศัพท์เยอะ ๆ เกิดอะไรขึ้น คนไทยใช้เวลาเฉลี่ย 5 ชั่วโมง รูรั่วเล็ก ๆ ทำให้เรือล่มได้ คิดเป็น 2.5 เดือนต่อปี ถ้าดึงเวลามาทำกิจกรรมอื่น ๆ ให้เป็นประโยชน์ เช่น ใช้อ่านหนังสือ
⭐ สิ่งที่เราทำเวลาเราเบื่อสามารถกำหนดชีวิตเราได้ เช่น หยิบหนังสือมานั่งอ่าน ได้ reframe สมอง เป็นการเพิ่ม earning capacity อีกด้วย
.
🟡 Probabilistic Thinking
มองโลกไม่ใช่ขาวกับดำ แต่เป็นสีเทา สำคัญไม่แพ้ model ที่สอง ไม่มองเป็น yes กับ no มองเป็น spectrum
ความน่าจะเป็นจะมี 2 อย่าง
- Frequentist: อาศัยความถี่ ทำซํ้า ได้ pattern
- Subjective Belief: ความเชื่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น 10 ปีข้างหน้าประเทศเราจะเจริญไหม แต่ละคนมี mental model ในหัวต่างกัน และ estimate ตัวเลขออกมาไม่เหมือนกัน
สิ่งที่ถูก estimate สามารถเปลี่ยนได้ หรือถูก update ได้ = อัพเดตความเชื่อเดิมเป็นความเชื่อใหม่
.
🟡 Inversion Thinking
flip โลกเพื่อมองอีกด้าน เราอาจจะเห็นโลกที่ไม่เหมือนเดิม
เช่น ถูกมากขึ้น หรือผิดน้อยลง ทำให้ถูกมากขึ้น ตัวอย่างสุขภาพที่ดี เพิ่มอาหารสุขภาพ หรือหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
⭐ to do list ไม่สำคัญเท่า not to do lists เช่น ไม่เล่น TikTok ไม่ซื้อหนังสือเพิ่มกองดอง
ส่วนเรื่องอิสรภาพ อิสระที่เกิดขึ้นจะอยู่ในกรอบ freedon of excellence ทำเพื่อพัฒนาตัวเองเป็น version ที่ดีที่สุด ดังนั้น focus สิ่งที่เราควรทำ ไม่ใช่สิ่งที่อยากทำ เกิดขึ้นภายใต้ข้อจำกัด และสิ่งที่เราทำตอนเราเบื่อ เป็นลิขิตชีวิตเราตอนนี้
.
🟡 Circle of competence
ให้เราค้นหา และสร้างวงกลม หากรอบตรงนี้ให้เจอ ใช้ชีวิตในกรอบให้แข็งแกร่ง อย่าไปแตะวงกลมที่เราไม่เข้าใจ ให้ขยายวงกลมของเราเพื่อเข้าใจโลกนี้ได้ดีขึ้น เพราะโอกาสที่พังจะสูง เพราะ operate ในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ
ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่ เราหยุดเรียนรู้ไม่ได้ หน้าที่ของเราคือ update mental model ของเราไปเรื่อย ๆ
อย่าไปเสนอความเห็นกับเรื่องที่เราไม่เข้าใจ หรือแนวคิดตรงกันข้ามกับเราที่เราไม่เข้าใจ
.
🟡 Statistics as a Mental Model
Statistics = mental model ที่ทำให้เราเข้าใจโลกนี้ได้ดีขึ้น
การตัดสินใจ base on sample data เราเข้าถึงข้อมูลบางส่วน จึง sample data ออกมาดู ถ้าสุ่มด้วยความน่าจะเป็นกับ data หลาย ๆ source และการ generaliaztion เราอยากเข้าใจ population generate กลับไปที่ population ที่เราสนใจ เรียกกระบวนการนี้ว่า inductive reasoning
เวลาตัดสินใจ ใช้สองอันนี้ควบคู่กัน
- กฏบางอย่างที่มันเป็นจริงเสมอ เช่น แรงโน้มถ่วงทำงานเหมือนกัน - mental model applied event ที่อยู่ตรงหน้าเรา
- เรียนจาก event ที่อยู่ตรงหน้าเรา สรุปผลกลับไปหาประชากรใหญ่
.
เรื่องที่ยาก point คือเราไม่จำเป็นต้องมีข้อมูล complete แต่ make great การตัดสินใจได้
ต้องมี 3 อย่าง
- มี great mental model เข้าใจ 1st principle โลกเป็นสีเทา แผนที่ไม่ใช่ permistery
- ใช้ data ตรงหน้ามา update mental model
- เปลี่ยนมันให้กลายเป็นผลลัพธ์บางอย่าง คิดอย่างมี logic
#siamstr