ว่าด้วยเรื่อง Meat Hub กับ Makro
เอาตามตรงผมนี่เหมือนเป็น Marketing ให้ร้านเค้าเลยนะ ตั้งแต่แรก จนหลายๆคนสั่งตาม คนแรกๆที่ผมแท็กไปคือ บก. มั้งถ้าจำไม่ผิด
เพราะช่วงนั้นผมก็ไปซื้อเนื้อไทยมาด้วย(ห่วยชิบหาย)
ประมาณ เดือน มีนาคม ผมเริ่มมาทำ Carnivore อย่างจริงจัง
ผมก็ไปเจอในกลุ่ม Dry-Age Thailand นี่แหละ(กลุ่มแม่งแทบจะร้างแล้ว)
โดยผมไปเจอแอดมินเค้าโพส เริ่มแรกก็ไม่มั่นใจว่าราคาถูกจังเลย จนดูชื่อ คุ้นๆ แล้วก็ใช่
แอดมินน่าจะเป็น Dealer กับ Jagota ช่วงหนึ่งเคยทำเพจชื่อ Majestic food
ซึ่งช่วงที่ผมคลั่งสเต็กเมื่อเกือบสี่ปีที่แล้ว ผมสั่งร้านนี้
เหตุผลที่สั่งร้านนี้คือเนื้อยี่ห้อ Ebony Back angus MBS 4-5 Chilled
เพราะอยากมาเทียบเคียงกับ Wagyu Westholme
และเป็นเจ้าเดียวในตลาดที่ขาย 760 บาท/ กิโล ถูกชิบหาย (นอกตลาด 1,100)
แต่หลังจากมรสุมชีวิต ในที่สุดเหมือนคู่บุญร้านกันทำให้ได้กลับมาสั่งอีกรอบ
แล้วผมก็ไล่แท็กยกใหญ่เลย ซึ่งมันเหมือนชัยชนะคือผมได้เนื้อราคาถูก แม้จะเป็น freeze product เสียก็เถอะ
อ่ะมาเข้าเรื่อง freeze กับ ไม่ฟรีซ แตกต่างกันยังไง
โดยความเชื่อเราจะถูกครอบครัวสอนว่าให้เนื้อสัตว์ไว้ในช่องฟรีซ จะได้ไม่เน่าเสีย
ซึ่งสำหรับการทำเนื้อนั้นต่างกันออกไป
ลักษณะ การย่างเสต็ก(western style) จะใช้เนื้อในอุณหภูมิที่เสถียรและเข้ากับบรรยากาศในการทำสเต็ก หรือ คุ๊กกิ้งต่างๆ
เพราะมันให้ความนุ่มมากกว่า คิดภาพคุณไล่ล่าสัตว์ในอดีตกลางหิมะ คุณไม่มีทางเอาเนื้อเข้าถ้ำ นอกเสียจากหาสถานที่เก็บหรือถนอมมันไว้
ซึ่งต่างจากไทย ภูมิภาคเขตร้อน เราจะกินเนื้อที่ชำแหละมาสดๆ การถนอมอาหารในภูมิภาคเราจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แม้กระทั่งวันที่ ตู้เย็นเข้ามา วิธีการทำกับข้าวเราก็ยังเป็นแบบไทยอยู่
ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจ ทำไม วัตถุดิบไทย ถึงไปไกลได้เพียง สมุนไพร เพราะมันเป็นของแห้ง
เอาหล่ะมาว่าถึงเนื้อ ฟรีซ นั่นต้องเข้าใจว่ามันคือการเกผ้บรักษาและคุมอุณหภูมิเอ็นไซด์ เอาไว้เพื่อฆ่าบางชนิด แต่ไม่ได้มีผลกระทบถึงการทำลายอาหารในเรื่องคุณค่า เพียงแต่ ความนุ่มหรือการย่อยกรด นั้นไม่ดีเท่าวัตถุดิบสดๆ ดังนั้นจึงไม่มีใครนำไปทำเนื้อดรายเอจ
เนื้อ Makro หล่ะเป็นเช่นไร เนื้อ Makro คือเนื้อที่เก็บในอุณภูมิที่พอเหมาะพอควร แต่การจัดเก็บวัตถุดิบ แบบไม่สามารถกระจายออกไปนั่นคือปัญหา ของการสต๊อกสินค้าจำนวนมาก ทำให้เนื้อที่ออกมาแต่ละชิ้นส่วนหรือแต่ละล็อต “คุณภาพจะเป็นไปตามการเก็บ” ณ ขณะนั้น เราจึงเรียกมัน “เนื้อสุ่มดวง”
ส่วนเรื่องเนื้อ Makro ส่วนใหญ่เค้าเรียกว่าเนื้อ wet age เพราะต้องการยืดอายุเนื้อวัวออกมาจากการขนส่งครับ ซึ่งตรงจุดนี้ถือว่าทำได้ดี ครับ
ปัจจุบัน นี้นายหน้าชื่อ australian beef เป็นแบรนด์นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศเราเลย ไม่ต้องกลัวว่าเรา จะไม่มีเนื้อกินครับ มีแน่นอน แค่ไม่ใช่จากประเทศเรา และ ห่วงเงินในกระเป๋าท่านด้วยในการที่โดน รัฐบาลนรก ทำลายค่าเงิน อาจจะไม่มีตังค์กินเนื้อก็เป็นไปได้
#steakstr #siamstr #meatstr #beefstr