ช่วงนี้กำลังทำแอปพลิเคชันลงโทรศัพท์มือถือ อยู่ดีๆก็นึกขึ้นมาได้ว่า ระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์มือถือกับรัฐก็ดูมีความคล้ายกันหลายอย่าง รัฐสามารถออกกฎหมายควบคุมประชาชนได้ เก็บภาษีได้ ในขณะเดียวกัน ระบบปฏิบัติการมือถือก็มีกฎได้เหมือนกัน โดยเฉพาะกระบวนการในการติดตั้งแอปพลิเคชัน และค่าธรรมเนียมการทำสิ่งต่างๆบน platform นั้นๆ แต่อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติต่างๆเหล่านั้นการถูกควบคุมโดยบริษัท ไม่ใช่รัฐบาล ดังนั้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอาจจะมีความแตกต่างกันบ้าง

Android เป็นเหมือนประเทศที่มีกฎหมายอ่อนๆและเก็บภาษีต่ำกว่า ถึงแม้ว่าการตั้งค่าแอปพลิเคชันใหม่บน Google Play จะน่าเบื่อบ้าง แต่เนื่องจากมันไม่ได้มีกฎที่เข้มงวดมาก ถ้าเราไม่ได้คิดจะทำอะไรไม่ดีก็อาจจะไม่ต้องกังวลอะไรมากมาย แต่อย่างไรก็ตาม ถ้า Google ปฏิเสธแอปที่ไม่ได้มีจุดประสงค์ร้ายอะไร ผู้ใช้ก็ยังมีทางเลือกที่จะติดตั้งจาก store อื่นๆ หรือจากไฟล์ APK โดยตรงเลยก็ได้ แต่พลังที่ยิ่งใหญ่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง

ในทางตรงกันข้าม iOS เปรียบเสมือนประเทศที่มีกฎหมายที่เข้มงวดกว่าและเก็บภาษีสูงกว่า แม้แต่แอปพลิเคชันที่ยังพัฒนาไม่เสร็จ ถ้าต้องการเอามาทดสอบบนอุปกรณ์จริงก็ต้องจ่าย $99 ต่อปีก่อน แถมยังต้องทำขั้นตอนที่น่าเบื่ออีกหลายอย่างเพื่อให้แอปนั้้นๆติดตั้งบนอุปกรณ์จริงได้ (แถมยังได้แค่บางเครื่องด้วย) ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ผู้ใช้งาน iOS ปลอดภัยจากมัลแวร์ต่างๆ แต่มันก็จำกัดเสรีภาพในการพัฒนาแอปพลิเคชันที่เป็นนวัตกรรม อย่างที่ได้เห็นกับแอป Damus

อีกแง่มุมนึงที่อยากจะพูดถึงคือค่าธรรมเนียมที่แต่ละค่ายเก็บในการทำธุรกรรมต่างๆ ซึ่งเปรียบเสมือนการเก็บภาษีของรัฐ ถ้าเราขายแอปหรือ in-app purchase ได้ platform ก็จะเก็บค่าธรรมเนียมในราคาที่แตกต่างกัน โดย Android เก็บ 15% และ iOS เก็บ 30% นี่ก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมสินค้าบางอย่างบน Android ราคาถูกกว่า iOS แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้พัฒนาด้วยว่าจะตั้งให้ราคาต่างกันไหม

ถึงแม้ว่า Android จะให้เสรีภาพมากกว่า และเก็บค่าธรรมเนียมถูกกว่า แต่จำนวนผู้ใช้งาน iOS ก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็คงจะมีอีกหลายเหตุผลสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นความเสถียร ความเป็นส่วนตัว หรือ ecosystem ที่ไร้รอยต่อระหว่างอุปกรณ์ iOS ต่างๆ นี่ไม่ใช่รัฐที่จะบังคับว่าเราต้องอยู่ในกฎที่พวกเขาวางไว้ตลอดไป และผู้ใช้ก็มีอิสระในการเปลี่ยนระบบปฏิบัติการเมื่อไรก็ได้ตามที่เขาต้องการ ดังนั้นเราก็คงแย้งไม่ได้ว่า Apple ก็คงจะนำเงินค่าธรรมเนียมที่เก็บได้ไปใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ใช้อาจจะยอมจ่ายเงินที่มากกว่าเพื่อประสบการณ์บางอย่างที่ Android ให้ไม่ได้ มันก็คงจะคล้ายๆกับการจ่ายเงินจ้าง bodyguard ก็ได้มั้ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนแล้วว่าต้องการแบบไหน

#Siamstr #ThaiNostrich

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.