ถ้าตามตรรกะ คนมีเงินเก็บมมากกว่า 500,000 ไม่น่าจะถอนเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้เพียงเพื่อรับเงินหมื่นเดียวครับ และเงื่อนไขอีกอย่างคือรายได้มากกว่า 70,000 รับไม่ได้ เอาจริงๆคนจะมีเงินเก็บมากกว่า 500,000 นอนเล่นๆในบัญชีเราคิดว่าเขาควรมีสภาพคล่องต่อเดือน เดือนละเท่าไหร่ถึงจะใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้โดยไม่รบกวนเงินเก็บ 500,000 บาทที่อยู่ในบัญชีเลย และต่อให้เงินในบัญชีที่มากกว่า 500,000 เป็นมรดกที่ครอบครัวทิ้งไว้ให้แต่ถ้ารายได้ต่อเดือนไม่พอใช้สภาพคล่องไม่ดียังไงก็ต้องเอาเงินที่ครอบครัวฝากไว้ให้มาเบิกใช้อยู่ดีมันจึงเป็นเหตุผลที่รัฐกำหนดเงื่อนไข 2เกณฑ์นี้ขึ้นมาครับถ้าลงล็อคเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งก็หมดสิทธิ์รับ กลับมาเข้าเรื่องว่า Bank Run เพราะเหตุนี้เป็นไปได้ไหม เป็นไปได้น้อยมากๆครับ เพราะเงินเก็บนอนนิ่งๆในบัญชี 500,000 แล้วไม่ใช้เลยส่วนใหญ่จะเป็นคนที่บริหารสภาพคล่องได้ดีหรือมีรายได้พอจ่ายในชีวิตประจำวันเยอะมากพอที่จะไม่ยุ่งกับเงินเก็บก้อนนี้ครับ และเขาคงไม่สนใจเงินดิจิม่อนนะผมว่าเพราะเขาน่าจะหาได้มากกว่านี้ และถ้ามีลูกนักเรียนนักศึกษาน่าจะไปตรงเงื่อนที่ลูกหลานเขามากกว่าดังนั้นต่อให้เขาไม่ได้ลูกหลานเขาก็ได้ครับ เรื่อง BankRun เพราะเหตุนี้น่าจะยากครับเพราะเงื่อนไขคนที่จะได้ก็คือคนที่ไม่ค่อยจะมีเงินเก็บในบัญชีหรือไม่ได้เก็บเงินไว้ในบัญชีธนาคารคงไม่มีอะไรให้ถอนเยอะขนาดนั้นอยู่ละครับ ส่วนรายได้ไม่ถึง 70,000 แต่ไม่เก็บเงินไว้ในธนาคารเก็บเป็น Bitcoin ก็น่าจะชาวเรานี่แหละครับ ส่วนตัวไม่ได้เห็นด้วยกับนโยบายนี้ครับแค่ตอบส่วนที่บอกว่า Bank Run เพราะเหตุนี้ได้ไหมผมมองว่าเป็นไปได้ยากครับ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีนะครับคนที่เงินเดือนน้อยแต่เขาก็ประหยัดอดออมหวังใช้ตอนแก่ อย่างเช่นกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ต่างจังหวัด ที่เป็นเกษตรกร สล่าช่างไม้ ช่างฝีมือต่าง ๆ ที่พวกเขาไม่ได้มีรายได้แน่นอน และบางทีเงินก้อนนั้นเป็นทุนสำรองในการประกอบอาชีพ/เลี้ยงชีพซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาเงินจำนวนนี้มันอาจจะไม่พอด้วยซ้ำ

ผมเข้าใจครับ แต่มีน้อยครับคงไม่ถึงกับทำ BankRun ได้ ผมเคยเห็นข่าวอยู่ที่คนแก่ไปถอนเงินหลายร้าน แต่ส่วนใหญ่มีลูกหลานเขาก็จะแบ่งให้ลูกหลานใช้จนหมดครับ

*Typo หลายล้าน