พ่อรวยสอนลูก Robert Kiyosaki โพสต์ยาวส่งท้ายปี เรื่อง ทองคำ แร่เงิน และ #Bitcoin 🤩

เดี๋ยวแปะต้นโพสต์ให้นะสหาย แต่มันยาวมาก ! และเป็นภาษาอังกฤษล้วนด้วย (ก็ถ้าโรเบิร์ตพิมพ์ไทยสิแปลก55555) โพสต์นี้ข้าก็เลยมาแปลข้อความสุดยาวส่งท้ายปีของพี่แกให้ฟังนะ เป็นมุมมองเกี่ยวกับ "ทองคำ แร่เงิน และ #BTC" ซึ่งอ่านแล้วมันน่าสนใจและมีประเด็นให้คุยกันเต็มไปหมดเลยล่ะ... 👀

====================

ทองคำ แร่เงิน และ Bitcoin: จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่เหลืออะไรให้ซื้อแล้ว

ผู้คนเฝ้าตั้งคำถามผิด ๆ

ชอบถามว่า

“ทองคำราคาเท่าไหร่แล้ว ?”

“แร่เงินราคาเท่าไหร่แล้ว ?”

“Bitcoin ราคาเท่าไหร่แล้ว ?”

เป็นวิธีคิดแบบมือสมัครเล่น

คำถามที่แท้จริงคือ:

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่เหลืออะไรให้ซื้อแล้ว ?

เพราะในตอนจบของทุกวัฏจักรการเงิน ราคาจะไม่สำคัญอีกต่อไป

ยังมีของให้ซื้อได้ไหมต่างหาก

ผมศึกษาเรื่องเงินมาหลายสิบปี ผมผ่านช่วงเงินเฟ้อ วิกฤต ฟองสบู่ และช่วงที่รัฐพิมพ์เงินมาอุ้มเศรษฐกิจ และประวัติศาสตร์ก็วนซ้ำแบบเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า

เมื่อความเชื่อมั่นในเงินกระดาษพังทลาย ผู้คนจะไม่ถามว่า

“ราคามันถูกแค่ไหน ?”

แต่จะถามว่า

“ยังหาซื้อมันได้หรือเปล่า ?”

ซึ่งเป็นช่วงที่สายไปแล้วสำหรับคนส่วนใหญ่

นี่คือสิ่งที่พ่อรวยสอนผม:

เงินหาใช่สิ่งที่รัฐบาลบอกว่าเป็นเงิน

เงินคือสิ่งที่ผู้คนยอมรับ ยามที่ไม่มีใครเชื่อในคำมั่นสัญญาอีกต่อไป

ทองคำและแร่เงินผ่านพ้นทุกจักรวรรดิมาได้เพราะไม่ต้องเชื่อถือใครอื่น ไม่มีต้องมีคู่สัญญา ไม่ต้องมีคำมั่น ไม่ต้องพึ่งธนาคารกลาง

Bitcoin ก็มีตัวตนอยู่ด้วยเหตุผลเดียวกัน

ไม่ใช่เพราะมันสมบูรณ์แบบ

แต่เพราะมันอยู่นอกระบบ

ผมจึงไม่มานั่งเถียงเรื่องทองคำกับ Bitcoin

ผมถือทั้งคู่

ผมไม่เลือกปฏิบัติกับสิ่งใดก็ตามที่ช่วยปกป้องผมจากเงินปลอม ๆ

คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้:

เราไม่ได้กำลังเห็นราคามันขึ้น

เรากำลังเห็นมูลค่าเงินกระดาษมันลง

ยามที่ต้องใช้เงินดอลลาร์จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อจะซื้อแร่เงินหรือทองคำปริมาณเท่าเดิม ไม่ได้หมายความว่าพวกแร่มีค่ามัน "แพงขึ้น"

แต่หมายความว่าเงินดอลลาร์นั้นมันอ่อนแอลง

และนี่คือเรื่องที่ไม่มีใครอยากพูดถึง

แร่เงินไม่ได้เป็นแค่เงิน

แต่เป็นฝังอยู่ในโครงสร้าง

- อยู่ในแผงโซลาร์เซลล์

- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

- เครื่องมือแพทย์

- ระบบป้องกันภัย

- โครงสร้างพื้นฐานของ AI

ทองคำส่วนใหญ่นอนอยู่ในห้องนิรภัย

แต่แร่เงินถูกใช้งานจริง

เมื่อใช้แล้ว ก็หมดไป

ตอนของมันขาดจึงมีผลกว่ากราฟราคา

และตอนนี้รัฐบาลต่าง ๆ เริ่มตื่นแล้ว

เมื่อประเทศต่าง ๆ เริ่มกักตุนโลหะมีค่า

เมื่อมีการจำกัดการส่งออก

เมื่อธนาคารกลางเทขายพันธบัตรเพื่อมาซื้อทองคำ

นั่นไม่ใช่การเก็งกำไร

มันคือการเอาตัวรอด

Bitcoin นั้นต่างออกไป

มันพกพาได้

ไร้พรมแดน

มีจำนวนจำกัด

สิ่งนี้เกิดขึ้นในยามผู้คนต่างพูดว่า

“ไม่อยากเชื่อรัฐบาลอีกแล้ว”

แต่ความจริงอันโหดร้ายที่นักลงทุนส่วนใหญ่มองไม่เห็นคือ:

เมื่อความตื่นตระหนกมาเยือน คุณไม่ได้ไปซื้อสินทรัพย์ตอนนั้น

คุณต้องมีมันอยู่แล้ว

เพราะในวิกฤตจริง ๆ สิ่งที่จะหยุดหยุดชะงักก่อนไม่ใช่ตลาด

มันคือของในตลาด

ผมเลยพูดมาตลอดว่า:

คนเก็บออมคือผู้แพ้

ถ้าคุณเก็บออมเงินกระดาษ คุณกำลังเก็บสิ่งที่รัฐบาลสามารถสร้างได้ไม่จำกัด

ทองคำพิมพ์เพิ่มไม่ได้

แร่เงินพิมพ์เพิ่มไม่ได้

Bitcoin พิมพ์เพิ่มไม่ได้

นั่นแหละประเด็น

เพราะงั้นอนาคตไม่ใช่ว่าสินทรัพย์ตัวไหนจะราคาขึ้นมากที่สุด

แต่สินทรัพย์ไหนจะยังคงอยู่ตอนที่ความเชื่อมั่นหายไปต่างหาก

เพราะเมื่อไม่มีอะไรเหลือให้ซื้ออีกแล้ว…

ราคาจะไม่สำคัญอีกต่อไป

การมีของอยู่ในมือต่างหากที่สำคัญ

====================

อ่านจบแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างสหาย ? ใครเห็นตรงหรือเห็นต่างยังไงก็ลองมาแลกเปลี่ยนกัน... สวัสดีปีใหม่นะ ! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️

#พ่อมดคริปโต #siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.