Replying to Avatar Gracialo679

Block size war แบบย่อๆ

คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้นะ

ปี 2009 Satoshi ได้ใช้ block size limit ขนาดบล็อก 1 MB

ปี 2010 Jeff Garzik เสนอให้ยกเลิก block size limit แล้วในปี 2010

ปี 2014 - 2015 ความพยายามจริงครั้งแรกในการจัดการกับblock size limit

ปี 2015 - 2017 Block size war

Block size War เป็นการถกเถียงกันเกี่ยวกับขนาด Block ของ blockchain ของ Bitcoin ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2015 ถึง 2017

เป็นการต่อสู้ของฝั่ง Small blockers ซึ่งมองถึงการที่ผู้ run node จะสามารถเข้าถึงโอกาสในการ run node ได้ง่าย และเป็นการรักษาความ decentralize ของระบบได้

และ Big blockers ผู้ที่ต้องการทำธุรกรรมที่ถูกกว่าผ่านการขยายขนาดของ Block

ตัวแทนฝั่ง Bigblocker Bitcoin XT, Classic และ Unlimited นั้นล้มเหลว แต่ก็ยังมีผู้เหลือรอดอยู่จนถึงปัจจุบัน คือ Bitcoin Cash และ BSV

Bitcoin block size limit เป็น parameter ใน Bitcoin protocol ซึ่งจำกัดขนาดของ Block ทำให้จำนวนธุรกรรม ณ เวลานั้นอยู่ที่ 7 transacion/second

เมื่อ Bitcoin network ขยายตัวขึ้น Block ก็เริ่มแน่นขึ้นและเต็มอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เกิดคำถามมากมายใน community ของ Bitcoin ว่า

-Block ควรจะเต็ม และมีธุรกรรมส่วนเกิน ไปอย่างนี้ตลอดหรือไม่

-กฎของ protocol นั้นควรเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ในกรณีที่คนส่วนใหญ่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

และมีคำถามอื่นๆอีกมากใน community แต่คำตอบสำหรับคำถามเหล่านั้นก็แบ่งได้เป็น 2 แบบ

Big Blockers - ให้ความสําคัญในระยะสั้น เน้นที่ประสบการณ์ผู้ใช้ การเติบโตของเครือข่าย และการมุ่งเน้นธุรกิจ

Small Blockers - ให้ความสําคัญความสําคัญระยะยาว เน้นไปที่ความยืดหยุ่นของระบบ

Bitcoin XT

เป็นข้อเสนอแรก แต่ก็ไม่ใช่ข้อเสนอสุดท้ายของ Big Blockers

เป็นข้อเสนอที่จะเพิ่ม blocksize จาก 1MB เป็น 8MB แล้วเพิ่มเป็นสองเท่า ทุกๆสองปีจนถึงปี 2036 ซึ่ง blocksize จะอยู่ที่ประมาณ 8GB การ update นี้จะทำให้ software ใหม่นี้ไม่สามารถทำงานกับ Node ที่เลือกจะใช้ software เดิมที่มีอยู่ในระบบ ณ ตอนนั้นได้ ซึ่งหมายความว่าจะเป็นการ Hard fork ออกมา ซึ่ง Bitcoin XT นี้ได้รับการสนับสนุนจาก Gavin Andresen ผู้ที่ครั้งหนึงเคยได้เป็น Bitcoin's Chief หลังจากที่ Satoshi ได้หายจากไป ซึ่งก็ทำให้ข้อเสนอนี้ยิ่งดูน่าเชื่อถือเข้าไปอีก

Big blockers ต้องการให้ Block มีขนาดที่ใหญ่เพื่อให้การทำธุรกรรมถูกลง

Small Blockers เชื่อว่าการที่ Block เต็มและมีธุรกรรมส่วนเกินนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากกับระบบในระยะยาว หากไม่มีส่วนเกินของการทำ transaction ก็จะไม่มีการเสนอค่า fees ให้กับ miner อันจะทำให้แรงจูงใจของ Miner ลดงลงไปในทุกๆ halving

มีการถกเถียงกันอย่างมากในวงกว้าง ครั้งแรกที่ Montreal ต่อจากนั้นก็ที่ ฮ่องกง ซึ่งเป็นที่ๆเป็นจุดเริ่มต้นให้ Gavin Andresen ต้องพ้นจากตำแหน่ง Bitcoin's Chief ที่รับไม้ต่อมาจาก Satoshi ไป และค่อยๆห่างหายไปจาก Bitcoin Community ในเวลาต่อมา

Segwit และ Lightning Network

สิ่งที่น่าสนใจในเหตุการณ์ช่วงนี้ คือ Peter Wullie ผู้ซึ่งเป็นอดีต Bitcoin core maintener และเพิ่งประกาศออกไปจากตำแหน่งเมื่อปี 2022 ได้เสนอวิธีการเพิ่มขนาดของ Block ผ่านการ Soft fork ซึ่งทำให้ทั้ง Node ที่เลือกจะใช้ code เก่า และ Node ที่เลือกจะใช้ code ใหม่นี้สามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งวิธีแก้ปัญหานี้เรียกว่า Segregated Witness หรือ SegWit ซึ่งข้อดีอีกอย่างของ SegWit softfork คือการเปิดใช้งาน Lightning Network เป็นเป็น scaling solution ที่แตกต่างจากแนวคิดแบบ Big blocker อย่างสิ้นเชิง

Big Blocker เคลื่อนไหวอีกครั้ง

หลังจากการตายสนิทของ Bitcoin XT ไปนั้น Jihan WU (Founder : Bitmain) ผู้ให้บริการ mining pool และผู้ผลิต Asics ยี่ห้อ Ant mainer ก็ได้นำเสนอ Bitcoin Classic ขึ้นมา

ซึ่งในขณะเดียวกับ Craig wright (Faketoshi) ผู้อ้างตัวว่าคือ Satoshi Nakamoto โดยมี Gavin Andresen อธิบายว่าทําไมเขาถึงเชื่อว่า Craig Wright เป็นผู้สร้าง Bitcoin หรือ Satoshi Nakamoto ที่งาน Consensus 2016 ซึ่งก็ทำให้เค้าสูญเสียความน่าเชื่อถือ และถูกสาปส่งจาก community bitcoin เป็นอย่างมาก

ในแทบจะช่วงเวลาดียวกันนั้นเอง Ethereum ก็ถูก hack และเกิดการ hard fork เป็น Ethereum และ Ethereum Classic ในเวลาต่อมา ซึ่งก็อาจเป็นภาพแทนที่ทำให้เห็นความเป็นไปได้ว่าสามารถเกิดอะไรขึ้นได้บ้างหากเกิดการ hard fork เหล่า miner ตะหนักได้ว่า Bitcoin classic จะไม่ได้มาแทนที่ Bitcoin แต่มันจะต่างคนต่างอยู่กันไป

โดยรวมแล้ว Bitcoin XT , Bitcoin Classic , Bitcoin limit ต่างก็ล้มเหลว

The New York agreement

มีการจัดประชุมแบบลับโดยคนอย่าง Jihan wu (Founder:Bitmain) , Barry Silbert(CEO ของ Digital curency group)และบริษัทต่างๆมากกว่า 50 บริษัท เพื่อที่จะตกลงการ Scaling Bitcoin โดยการเปิดเกิดการใช้งาน Segregated Witness และเพิ่มขนาด Block เป็น 2MB (Segwit2X) จนกระทั่งมี email จาก Mike Belshe ที่เป็น CEO ของ BITGO ซึ่งเป็นบริษัทที่เข้าร่วมใน The New York agreement ด้วยแต่ไม่ได้ลงนามข้อตกลงเอาไว้ หลุดออกมา ผู้คนใน Community Bitcoin จึงยิ่งกราดเกรี้ยว โกรธเคือง

Segwit ได้ถูกเปิดใช้งานแต่นั้นเป็นเพียงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ New York Agreement ซึ่ง Soft fork แต่ในส่วนของการเพิ่มขนาด block นั้นซึ่งจะเป็นการ hard fork ออกมาเป็นอีกเหรียญ ซึ่งคนจำนวนมากไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น เมื่อ Big blocker เห็นแนวโน้มว่าข้อตกลง New york agreement จะล้มเหลว จึงเสนอ Solution ใหม่ในนาม Bitcoin Cash และในขณะเดียวกันผู้เข้าร่วมใน New york agreement ก็เริ่มถอนตัวเพราะตัว implementation นี้จะไม่สามารถป้องกันการ repay attack ได้

สุดท้ายแล้วส่วนของ 2X นี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นจริงและถูกยกเลิกไปอย่างเป็นทางการไป มีเรื่องราวอีกมากมายเกิดขึ้นระหว่างเส้นทางการต่อสู้นี้ แต่ก็จบลงด้วยชัยชนะของ Small Blocker ถึงแม้ bitcoin cash จะอยู่มาถึงทุกวันนี้แต่ก็ไม่ได้มี Hashing power , จำนวน node และอื่นๆใกล้เคียงกับ Bitcoin ได้เลยแม้แต่น้อย

นี่อาจจะไม่ใช่สงครามครั้งสุดท้ายของ Bitcoin สงครามครั้งต่อไปของ Bitcoin อาจจะเป็นในมุมมองอื่นก็เป็นได้

worth reading krub

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.