Replying to Avatar OrangepillmasteR

GM ครับ ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดี

ข้อมูลด้านล่างเป็น คำชี้แจงของพุทธทาส เกี่ยวกับการศึกษาเรื่อง ปฏิจจสมุปบาท

ซึ่งผมได้ปรับให้กระชับและใช้ภาษาพูดง่ายๆ จากทั้งหมด 87 หน้า เห็นว่าเป็นข้อมูลที่เอาไว้ทำความเข้าใจก่อนที่จะนำ หัวข้อ ของปฏิจจสมุปบาท แต่ละข้อมาฝากในโอกาสต่อไปครับ

การศึกษาเรื่อง ปฏิจจสมุปบาท เป็นเรื่องสำคัญหรือจำเป็น เนื่องจากมี ธรรม 2 สองอย่างที่บอกไว้ในสังคีติสูตร ทีฆนิกาย ตอนสังคีติยทุกัง (ต่อไปผมจะตัดออกเพื่อความกระชับ) ควรที่จะทำการ สอบสวน(สังคีติ) คือ ความเป็นผู้ฉลาดในเรื่องอายตนะ และ ปฏิจจสมุปปาท เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ทะเลาะวิวาทกันในธรรมดังกล่าว (ในที่นี้จะอธิบายเฉพาะ ปฏิจจสมุปบาท ) เพื่อที่ศาสนา(พรหมจรรย์) จะมั่นคง อนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์หิตสุขแก่เทวดาและสัตว์ทั้งหลาย

ปฏิจจสมุปปาท เป็น เรื่องที่ลึกซึ้งที่สุด เป็นหัวใจ หรือ ตัวแท้ของศาสนา ดังนั้นจึงจำเป็นอยู่เอง ที่จะทำให้เกิดปัญหาบางอย่างขึ้นจนกระทั่งปัญหานั้นย้อนกลับมาเป็นอันตรายแก่ตัวศาสนาเอง เช่น ทำให้พุทธบริษัทไม่ได้รับประโยชน์จากตัวแท้ของพุทธศาสนา เรื่องนี้ ครั้งหนึ่งเมื่อพระอานนท์ ได้ฟัง ปฏิจจสมุปบาท จึงบอกกับพระพุทธเจ้าว่า ดูเป็นเรื่องง่ายเรื่องตื้นสำหรับตัวแกเอง พระพุทธเจ้าเลยบอกว่า อย่าพูดอย่างนั้น ธรรมนี้เป็นเรื่องลึก ลักษณะหน้าตาดูเป็นเรื่องลึก หมู่สัตว์ไม่รู้ตามที่เราสอน ไม่แทงตลอด(ปฏิเวธ) จิตจึงยังยุ่งเหมือนกลุ่มด้ายยุ่ง กลุ่มเศษด้ายที่เป็นปม พัวพันกันยุ่งเหมือนเซิงหญ้า ไม่ล่วงพ้นการเกิดดับ(สังสาระ) คือ อบาย ทุคติวินิบาต ไปได้ ข้อนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เราจะทำเล่นๆ กับเรื่องนี้ไม่ได้ แต่จะต้องระดมทุ่มเทกำลังสติปัญญาทั้งหมด ศึกษาเรื่องนี้ด้วยความไม่ประมาท

สำหรับคนทั่วๆไป ที่มีความรู้สึกว่ามีตัวตนอยู่ตลอดเวลานั้น(สัสสติทิฏฐิ) ปฏิจจสมุปบาท ก็เป็นเรื่องลึกเกินกว่าที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ แล้วก็กลายเป็นเรื่องปรัชญาอันลึกซึ้งยุ่งเหยิง แล้วก็จะต้องทุ่มเถียงกัน เหมือนคนตาบอดคลำช้าง แต่สำหรับพระอรหันต์ นั้น เรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องวิชาธรรมชาติ หรือเป็นวิทยาศาสตร์อันเปิดเผย เหมือนสิ่งของที่เอามาใส่ฝ่ามือดูเล่น ทั้งที่ไม่รู้จักชื่อของมันก็ได้ กล่าวคือ รู้จักสิ่งต่างๆดีจนไม่ยึดมั่นในสิ่งใด ไม่เกิดตันหาอุปาทาน ไม่ว่าอารมณ์ชนิดไหนมากระทบ เพราะความมีสติสมบูรณ์ถึงที่สุด ดับทุกข์ได้สิ้นเชิงตามวิธีการของปฏิจจสมุปบาทฝ่ายดับ(นิโรธวาร) แต่ไม่จำเป็นจะต้องรู้จักชื่อทั้ง 11 ชื่อ ของอาการแห่งปฏิจจสมุปบาททั้งหมดก็ได้ พ้นทุกข์ไปแล้วตามวิถี แต่อาจจะสอนธรรมนี้โดยละเอียดแก่ใครไม่ได้ หรือถึงกับพูดไม่เป็น ดังนี้ก็ได้ นั่นแหละคือความลึกซึ้งของธรรมนี้ ที่ลึกซึ้งถึงขนาดที่ต้องใช้สติปัญญาในชั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในการค้นหา และนำมาอธิบายสั่งสอนแก่คนทั่วไป แต่ก็ยังยากลำบากที่สัตว์ทั้งหลายจะเข้าใจ จนถึงกับคิดว่า จะไม่สั่งสอนใครเลยตอนที่ตรัสรู้ใหม่ๆ โดยเห็นว่าจะเหนื่อยเปล่า ได้ผลไม่คุ้มค่าเหนื่อย แต่ในที่สุดความกรุณากระตุ้นให้แกทนลำบาก เพื่อสอนเรื่องที่ยากหรือลึกซึ้งนี้จนได้ เพื่อเห็นแก่คนบางคน ที่อาจจะเข้าใจได้ และมีอยู่ในโลกนี้ ข้อนี้เราจะต้องเห็นแก่ความยากลำบากของพระพุทธเจ้า ในการที่จะต้องอธิบายเรื่องที่คนธรรมดาสามัญเข้าใจไม่ได้ ให้เข้าใจจนได้ #siamstr #ปฏิจจสมุปบาท

GMครับ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.