ก๊อปมาจาก mass land ครับ

____

เม้นท์เดียว สะเทือนทั้ง inbox

ขอเอามาตอบรวบที่โพสทีเดียวนะครับ เพราะค่อนข้างจะถามคำถามเดียวกันจริงๆเป็นเรื่องเก่ามากแล้วครับ แต่เข้าใจว่า ผ่านมาอีกยุคของคีโตแล้ว มันก็คงจะเลือนๆไป

ผมเจาะเนื้อข่าวให้ก่อนแล้วกันครับ โฟกัสแค่สิ่งที่คุณแอนกินเลยนะ

เพราะองค์รวมอื่นๆ ก็แย่พออยู่แล้วที่จะทำร้ายร่างกาย

"ตามที่ให้สัมภาษณ์ คุณอังคณา ทานโปรตีนเยอะเป็นพิเศษ

ทานไขมันได้ แต่ แคลวันนึงไม่เกิน 1,000แคล ไม่ทานแป้งและน้ำตาลเลย

อาหารหลักวันหนึ่งก็จะเน้นเป็นเนื้อสัตว์และผักมา 20ปี

ออกกำลังกายหนักๆเพื่อเบิร์นแคล"

พอเราอ่านข้อมูลปุ๊บ ก็เข้าระบบที่พูดเสมอคือ "ตั้งคำถาม"

ลองตั้งคำถามในใจก็ได้ครับ ลองคิดตาม mindset ของคนยุคนั้น

หรือยุคนี้ในบางคน แล้วหาคำตอบดู

- ทำไมแป้งถึงเป็นสาเหตุของการป่วยของคุณแอน สมมติฐานว่า ขาดแป้ง+ขาดอื่นๆ / ขาดแป้ง ไม่ขาดอื่นๆ / ขาดแป้ง แล้วอื่นๆทดแทนไม่พอ / บลา บลา บลา ก่อนจะฟันธงว่าแป้งขาดแล้วตาย เรามีเหตุผลมารองรับพอแล้วไหม?

- โปรตีนที่กินคือเนื้ออะไร วัว ?? คิดว่าน่าจะเป็น ไก่ ปลา ไหม หรือถั่วเหลืองเลย

-ทานไขมันได้ เป็นไขมันแบบไหน

-สารอาหารมีในแป้งหรือมีในอะไรมากกว่ากัน

-กินมื้อเดียวถ้าคิดว่าฟาส ก็ต้องถามต่อว่า สิ่งสำคัญสุดของฟาสคือ ฟีด มีการฟีดอะไรหลังฟาสบ้าง

-1000แคล ลิมิตแค่นั้น อ่ะสมมติบูชาแคล มันพอไหม กับงานวงการบันเทิง

แล้วเอาไปดูความสัมพันธ์กับประโยคแรก โปรตีน+ไขมัน 1000 แคล อันนี้คือเยอะพิเศษ???

-ไก่1ขีดราวๆ 300แคล โอเคปลากระพงมีราวๆ 150แคล แต่ถามว่าปลาที่กินแพลงตอน มีสารอาหารแค่ไหน แล้วพอนึ่งแล้วเหลือแค่ไหน

-ผสมรวมกับออกกำลังกายหนักๆอีก

-วนกลับไปที่คำว่าโปรตีนเยอะเป็นพิเศษเทียบกับอะไร? คำว่าเยอะของนางแบบ

เยอะในความคิดหรือเยอะตามชีวะ

มีคำถามที่ต้องมาอุดรอยรั่วของข่าว เต็มไปหมดเลยครับ

โลกนี้แม่งชอบความแบบ สำคัญ กับ ไม่สำคัญ ชอบมองชีวะเป็นดำกับขาว

คนเราเองแม่งก็พอกันไปใหญ่ เราเลยมีพวก idiot จัดประเภท คีโตแท้ คีโตปนเปื้อน เพราะเราคิดว่าเราเก่ง มองอะไรเป็น 0 1 0 1 ดิจิตอล หรือเรียกว่า binary thinking นั่นเอง ทั้งที่ชีวะเรามองแบบไบนารี ไม่ได้ มันอยู่บนพื้นฐานขององค์รวมความสัมพันธ์ โดมิโน เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว หรือ spectrum thinking นั่นเอง

เป็นธรรมดาของคนเราที่พยายามจะหาแพะ มารองรับครับ

เพราะการหาสาเหตุมันใช้เวลาและใช้ effort สูงในการจะหามัน

แต่แพะมันก็ตรวจย้อนง่าย แค่ตั้งคำถามมันก็จะพอบอกได้ครับ

จะเห็นภาพ ถ้านึกถึงเคสคลาสสิกที่ว่า "กินคีโตแล้วท้องเสีย"

เหตุผลล้านแปด แต่เอามาลงกับคีโตได้ตาเป็นประกายเฉยเลย

ไม่ได้เชียร์ให้กินคีโต หรือเห็นเป็นนิพพานแห่งโภชนาการ

ที่กินแล้วจะบรรลุโสดาโภชนาอะไร

แต่เห็นว่าคีโตมันก็มีดีอยู่

ทุกวันนี้ก็ด่าคีโตอิหยังวะ อยู่นั่นแหละครับ

ทุกไดเอทบนโลก ถ้ามองในมุม "ประเภท" ยังไงก็ WTF ทั้งหมดแหละ

แต่ถ้ามองทะลุไปที่ "ปริมาณ" ว่ามันรองรับการอยู่ของสปีชียส์ที่ดี

จะไดเอทอะไรก็ดีหมด เพราะไดเอท จะกลายเป็นแค่ "ประเภท" หรือ "ไลฟ์สไตล์"

ร่างกายมันไม่สนสี่สนแปดอะไรหรอกครับ ว่าจะกินแป้งกินเนื้อ

หรือกินน้ำมันที่สกัดมาจากมะกอกต้นแรกของโลกโดยเด็ดเฉพาะผลที่อยู่บนยอดสุด เอามาบีบอัดด้วยมือ ไม่ผ่านเครื่องโม่ใดๆ

มันตอบสนองแค่ว่า มันได้รับแร่ธาตุต่างๆ ไปเติมเต็มฟังก์ชั่นการทำงานของมันไหม

ก็อยู่ที่ว่า ฟังแล้วอ่านแล้ว เข้าใจในเหตุผลของมันไหม

ก็อยู่ที่ว่า คนพูดคนเขียน ส่งต่อความเข้าใจให้เราไหม

ก็อยู่ที่ว่า เราไปยึดติดรูปแบบ หรือปรับความเข้าใจ

การใช้ชีวิตที่มีโภชนาการที่ดี มันเลยยากไงครับ

หรือจะกลับไปท่องว่าอะไรกินได้ อะไรกินไมได้ ก็แล้วแต่เลยครับ

FIAT เขาปูทางไว้ให้คุณท่องแล้ว ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี (ต่อคุณหรือต่อกระเป๋า อันนี้ไม่แน่ใจ)

คลิปปิ้งข่าว ที่แปะให้ จะเห็นว่า ไม่มีการพูดถึง "ปริมาณ" ที่เหมาะสมเลย มีแต่ "ประเภท"

ปริมาณ สำคัญกว่า ประเภท

-----------------

เคสคุณอังคณา เป็นเคสคลาสสิกครับ

เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กันตั้งแต่ผมเริ่มกินคีโตเหมือนกัน (ปี2017)

อธิบายได้อย่างนี้ครับ พาดหัวข่าวกับเนื้อข่าวมักต่างกัน

การพาดหัวข่าวเป็นการด่วนสรุปเพื่อความกระชับและเรียกคนอ่าน

ส่วนในเนื้อข่าวก็มีรายละเอียดให้ประมาณนึง แม้จะไม่มาก

แต่ก็สามารถสรุปได้จากเนื้อข่าว และถ้าหาสาเหตุเพิ่มอีก

ก็จะมองภาพรวมของกลไกออกครับ

(แต่เข้าใจนะครับ ว่าข่าวมาจากการสัมภาษณ์ ซึ่งคุณอังคณาเอง

ก็ไม่ได้มีความรู้ทางโภชนาการ ตามประสานางแบบสมัยก่อนครับ)

ในเคสนี้ พาดหัวเหมือนกันทั้งประเทศว่า ไม่กินแป้งนาน 20ปี

ส่วนเนื้อข่าวแตกต่างกันไปตามแต่ละสำนักข่าว

แต่ขมวดรวมได้ว่า นอกจากนั้นแล้ว แต่ละวันกินน้อยมาก

รวมถึงถ้าดูอาหารที่กิน สารอาหารก็น้อยมากเช่นกัน

ยังไม่นับการพักผ่อนน้อย เพราะคุณอังคณา เป็นทั้ง นักแสดง

นางแบบ และนักร้อง

กลับมาดูที่คีโตเจนิคไดเอท

คีโตเจนิคไดเอทคือ การทำให้ร่างกายมีคาร์บไม่พอใช้ ร่างกายจึงดึงเอาไขมันมาสร้างเป็นคีโตน ใช้เป็นพลังงานสะอาด

คีโต ไม่เคยบอกว่าห้ามกินคาร์บครับ แต่คีโตบอกว่า ให้จำกัด

ปริมาณคาร์บ ให้เพียงพอกับการต้องการใช้งานของอวัยวะบางส่วน

เช่น สมองบางส่วน เม็ดเลือดแดง ที่ต้องใช้กลูโคส (ซึ่งเอาจริงๆ เราเอาโปรตีนมาสร้างได้)

อาหารหลัก จริงๆมีแค่ 3 หมู่ คือ คาร์บให้พลังงาน ไขมันให้พลังงาน โปรตีนซ่อมแซมเสริมสร้าง

เราแค่ตัดพลังงานออกไปอย่างนึง คีโต เลือกตัดคาร์บ เพราะทางโภชนาการ

จัดคาร์บเป็นหมวดหมู่อาหารที่ไม่จำเป็น หรือ non-essential

และถ้าถามถึงแร่ธาตุ วิตามิน ต้องบอกว่า 2หมู่นี้มันมีในโปรตีน ไขมัน ครบถ้วนอยู่แล้ว

เพียงแต่เรายังยึดว่า จะได้วิตามินต้องกินผัก โดยที่จริงๆแล้ว วิตามินจากพืช เราดูดซึมได้น้อยกว่า ไข่ เนื้อ และตับ

พิสูจน์แล้วในทาง vitamin value ครับ

ไม่ได้หมายความว่าผักไม่ดี แต่จะบอกว่า ไม่มีผักเราก็ไม่ขาดวิตามิน พอเห็นภาพไหมครับ

ดังนั้น คีโตเจนิค เราไม่ขาดสารอาหารใดๆเลยครับ เราแค่เลือกพลังงานที่เหมาะกับเรา

เลือกการบริโภคพลังงานที่ไม่ซ้ำซ้อนกัน เพราะเป็นสาเหตุของพลังงานล้น จนสะสม

และที่คีโตย้ำมากคือ ควรกินอาหารที่เป็นธรรชาติ และ

ต้องกินสารอาหาร แร่ธาตุ วิตามิน และน้ำ ให้ได้ครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ

เพียงแต่ว่า คนกินคีโต จะเข้าใจและทำตามไหม

บอกได้ว่า ในไทย ส่วนมากแล้ว ไม่

มันก็เลยเป็นเหตุที่คนออกมาบอกว่า คีโตไม่ดี

ถ้ามองตามวิทยาศาสตร์ชีวะ ก็ต้องบอกว่า ตัวคีโตเอง ดี แต่คนคีโตเองต่างหาก ที่เป็นปัญหาครับ

และในโลกนี้ ทุกๆไดเอท ดีหมดทุกตัว ประเด็นอยู่ที่ว่า

คนกินไดเอทนั้นๆ สามารถนำร่างกายได้รับ สารอาหาร แร่ธาตุ และ วิตามิน

ได้ครบตามร่างกายใช้งานหรือเปล่า นั่นต่างหากครับ ที่จะวัดว่า คนๆนั้นเข้าใจในโภชนาการ

และปรับให้เข้ากับไดเอทของตัวเองไหม

ไดเอท เป็นไลฟส์ไตล์ของแต่ละคน เป็นการเลือกของกินเฉยๆครับ

ถ้าเลือกกินของที่ร่างกายต้องการไม่ครบ ไดเอทไหน ก็ร่างพังทั้งนั้นเลยครับ

ปล. ผมขอไม่จับผิดคำสัมภาษณ์นะครับ วงการบันเทิง มันต้องมีการถามตอบแบบเหลือที่ยืนให้กันและกันครับ

#pirateketo

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

อันนี้เหมือนทำตามที่เคยได้ยินมา แต่เค้าคงไม่ได้เข้าใจจริงๆ ผลเลยออกมาเป็นแบบนี้

ใช่ครับ คุณแอนไม่เข้าใจจริงๆ เอาจริงๆก็เหมือนกับทุกคนครับ ถึงไม่ใช่นางแบบ ในยุคนั้นก็เข้าใจกันแบบนั้น แต่มีน้อยคนที่จะกดทุกอย่างต่ำเหมือนคุณแอน เธอเลยป่วยหนัก ทั้งขาดสารอาหาร เอาจริงๆผมว่าเลือดเป็นกรดด้วย เพราะยุคแรกๆ คนคีโตที่ตัดน้ำตาลหนักๆ แต่ไม่กินอะไรเข้าไปให้เพียงพอ และบางคนยังดื่มเบียร์ประจำ รวมกันแล้ว กรดตีไปสูงมากเลยครับ

อันนี้พอดีไปเม้นท์ในโพสหมอบิ๊กมา เพราะมีคนบอกว่าคีโตทำให้เป็นอังคณา ก็เลยชี้แจงไป เนื่องจากเคสนี้คนคีโตคุยกันมาตั้งแต่ 2017 แล้ว เป็นคำท้วงแรกๆของคนจะใช้เส้นทางคีโตสิสเลย "เดี๋ยวก็อังคณาหรอก" 5555

ความเชื่อฝังหัวไปแล้วครับ

ใช่เลยครับ 555