Replying to Avatar Stellar ✨🪐

ช่วงนี้กระแสคนตื่นธรรมคือแรงมาก เอาจริงฟังแล้วชอบนะ มันดูฟังง่ายและตามหลักความเป็นจริงดี

แต่มีข้อสงสัยที่ไม่เข้าใจอย่างหนึ่ง คือ การที่อนาคตไม่ได้ถูกลิขิตไว้แล้ว คือพอจะเข้าใจว่าทุกอย่างอยู่ที่เหตุปัจจัยการกระทำของตนเอง ถ้าเราไม่ทำอะไรให้เกิดเหตุเลยมันก็ไม่มีทางที่จะเกิดอะไรขึ้นมาได้

ทีนี้คำถามคือถ้าเราพยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว เราจะสามารถกำหนดอนาคตตัวเองได้อย่างที่เป็นจริงๆไหมจากการกระทำของเรา เพราะเอาจริงๆมันก็มีปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ อย่างสภาพแวดล้อม สังคม ผู้คนต่างๆ และ สถานการณ์อันไม่คาคคิด

ยกตัวอย่างเวลา หางาน สัมภาษงาน มันมีคู่แข่งมากมายเป็นร้อนเป็นพันคน สภาวะตลาดที่ไม่เอื้อให้เด็กรุ่นใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์อีก ถ้าสมมติเราพยายามที่จะอัพสกิลใดๆแล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าเป้า เข้าตาของบริษัทต่างๆ ประสบการณ์จริงไม่พอ ประจวบกับ timing อาจจะไม่ได้ เป็นไปได้ไหมที่ถ้าเราพยายามหนักกว่านี้มันจะสามารถก้าวข้ามปัจจัยภายนอกต่างๆไปได้

#siamstr #discussion

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ก็จริงแหะ ยังมีบางส่วนที่ยังสงสัยอยู่ ต้องหาข้อมูลเพิ่ม

พุทธไทยสำหรับผมมันคือความพังพินาศ แต่มันอยู่ได้ เพราะคนในสังคมมันมีความเชื่อฝังอยู่ เพราะไอ้พวก Cancel Culture มันทำลายไม่ได้ คนไทยมันชอบทำลายและสร้างไปพร้อมๆกัน

ดูตัวอย่างกฏหมายออกมาเพื่อทำแบบนั้น จึงไม่แปลกใจว่าสังคมไทยพวกข้าราชการจึงใช้เงินมือเติบ แบบนั้น

ทุนนิยมไทย ทำเหี้ยไรก็ได้แค่อย่าไปเหยียบเท้าใครก็พอ

Cancel culture นี่คืออะไรนะครับสุดหล่อ อธิบานให้หน่อย

Cancel Culture เป็นตัวทำลายโครงสร้างหลักของสังคมครับ จริงๆ แนวคิดมันมีมาตั้งแต่การปฏิวัติฝรั่งเศส

ในทฤษฎีของตัวเลขและเวลา

ไอ้พวกนักปฏิวัติที่จับกษัตริย์ไปฆ่า แม่งจะปรับเปลี่ยนให้โครงสร้างทางเวลาไม่ใช่ 24 ชม. พวกคอมมูน ปารีส

ลองหาอ่านใน Sliberty ครับ

ซึ่งไอ้ทฤษฎี Cancel Culture เป็นในสังคมไทยในตอนนี้ เพราะ มีพวก Minority ที่ไม่มีพื้นฐานด้านสังคมเดินเข้ามาในกลุ่มสังคมและบอกว่า ที่พวกมึงทำอะ… ทำลายคุณภาพชีวิต และความเชื่อที่ไร้แก่นสารของพวกมึงแม่งผิด

“ยกตัวอย่างประเพณีสงกานต์ที่มีอุบัติเหตุเป็นประจำ ความผิดมาจากเล่นน้ำสงกานต์หรอ? คำตอบคือไม่ใช่ มันมาจาก ปริมาณรถที่ค่อนข้างเยอะที่ใช้ในการสัญจร”

คนเหล่านี้ก็จะบอกว่าถ้าไม่มี ปัญหานี้ก็จะไม่เกิด ซึ่งหลงลืม ความเป็นมาของสังคมดั้งเดิม

วัฒนธรรมเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสร้างมาตรฐานสำหรับภาคพื้นนั้นๆ

พวกวัฒนธรรมหรือการส่งออก มันมี Value ของมัน ซึ่ง Cancel Culture มันนำไปสู่การเอารัฐมาครอบกฏหมายอีกที

อย่างการที่ ร.6ไล่ปราบผีบุญ หรือ ที่ไอ้ ป.พิบูล หรือ พวกระยำ 2475 มันทำกับการที่บังคับให้ผู้ที่มีเชื้อชาติใกล้เคียงกันพูดภาษาไทย ละทิ้งภาษาถิ่นเดิม(ย้อนกลับไปดูจังหวัดผม แม่งมี 4 ภาษา)

ปัญหาของการรวมศูนย์มันทำให้ภาครัฐส่วนกลางมีบทบาทในวัฒนธรรมท้องถิ่นมากเกินไป แต่ประเทศไทยดีหน่อย ที่รัฐแม่งปล่อยอิสระ(บ้าง)ต่างกับจีน ที่สุดท้ายความดีความชอบขึ้นอยู่กับความเท่าเทียม

อยากให้ลองสังเกตด้านประเพณีบ้าง สงกรานต์ของพรรคเพื่อไทยปีที่ผ่านมา(กฏหมายค่อนข้างหลวม) ต่างกับ ยุคก่อนมาก ที่แม่งบังคับทุกอย่าง เอาน้ำเย็นสาดใส่คนอื่น แม่งโดนปรับ

คือไอ้ห่ากูออกมาเล่นสงกรานต์กูพร้อมเปียกเมษาแม่งร้อน น้ำเหี้ยไรก็เอามาเถอะ อย่าอาน้ำร้อนมาก็พอ พวกเชี่ยนี่ก็ใส่กฏหมายลงไปชิบหาย ตำรวจที่ไปช่วยแทนที่จะได้มีความสุขช่วงเทศกาลรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ต้องไปคอยระวังไปทุกอย่าง ระวังว่าคนนู้นคนนี้จะทำผิด ผมมองว่าสังคมที่ต้องมีกฏมาบังคับในสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงประเพณี มันทำให้กฏนั้นเป็นกฏที่แท้จริงด้านประเพณี

และใครเล่าจะทำได้ดีเท่ากับสิ่งที่ดำรงค์อยู่

เอออจริง เหมือนที่โทษทัศนศึกษาเพราะรถบัสไฟไหม้เลย

รถบัสไฟไหม้ สำหรับผมคือ Black Swan และ เราไม่จำเป็นต้องพิจารณาหรือแก้ไขปัญหา เพราะมันแก้ไม่ได้ มันมีความประมาท 1 หรือ 2 หรือ 3 ถ้า อ่าน Black Swan จะเข้าใจดีเรื่อง Insecurity ถ้าให้ออกความคิดเห็นผมมองว่า ผมสงสารเด็กๆ แต่ความสงสารผมแก้ไขปัญหาไม่ได้ ผมทำได้แค่เห็นคุณค่าของการดำรงค์ที่ดับสูญหลงแต่ฝังในความทรงจำ