
พระอริยบุคคล ละสังโยชน์ (เครื่องผูก) อะไรบ้าง ถึงจะไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ‼️
ในพระพุทธศาสนา สังโยชน์หมายถึงสิ่งที่ผูกมัดจิตใจของเราไม่ให้หลุดพ้นจากวัฏสงสาร (การเวียนว่ายตายเกิด) สังโยชน์ทำให้เรายึดติดกับความคิด ความเชื่อ และอารมณ์ที่ขัดขวางหนทางไปสู่ความสงบหรือการหลุดพ้นจากทุกข์ หลักธรรมเรื่องสังโยชน์จึงช่วยให้เรารู้เท่าทันกิเลสและเรียนรู้วิธีปลดปล่อยตนเองจากพันธนาการของจิต
สังโยชน์มีทั้งหมด 10 ประการ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ สังโยชน์เบื้องต่ำ (ผูกมัดกับกิเลสพื้นฐาน) และสังโยชน์เบื้องสูง (ผูกมัดกับกิเลสที่ละเอียดอ่อน)
สังโยชน์ 10 ประการ
1. สังโยชน์เบื้องต่ำ (5 ข้อแรก)
1. สักกายทิฏฐิ - ความยึดมั่นว่าร่างกายและจิตใจนี้เป็นตัวตน
2. วิจิกิจฉา - ความลังเลสงสัยในพระรัตนตรัยหรือหนทางปฏิบัติ
3. สีลัพพตปรามาส - การยึดถือศีลหรือพิธีกรรมอย่างงมงาย
4. กามราคะ - ความหลงใหลในกามคุณ (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส)
5. ปฏิฆะ - ความโกรธ ความขัดเคืองใจ
2. สังโยชน์เบื้องสูง (5 ข้อหลัง)
6. รูปราคะ - ความติดข้องในรูปฌาน (ความสงบจากสมาธิในระดับรูปภพ)
7. อรูปราคะ - ความติดข้องในอรูปฌาน (ความสงบจากสมาธิในระดับอรูปภพ)
8. มานะ - ความถือตัว เปรียบเทียบว่าตนเหนือกว่าหรือด้อยกว่า
9. อุทธัจจะ - ความฟุ้งซ่าน จิตไม่นิ่งสงบ
10. อวิชชา - ความไม่รู้จริงในอริยสัจ 4 และธรรมชาติของสรรพสิ่ง
การละสังโยชน์ในแต่ละขั้นของการบรรลุธรรม
พระพุทธศาสนาสอนว่าการหลุดพ้นจากทุกข์เกิดขึ้นจากการละสังโยชน์ทีละลำดับตาม 4 ขั้นของการบรรลุธรรม:
1. โสดาบัน (ผู้เข้าสู่กระแสธรรม)
• ละได้:
• สักกายทิฏฐิ
• วิจิกิจฉา
• สีลัพพตปรามาส
• ผลที่ได้:
• ไม่ตกไปสู่อบายภูมิอีก (นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน)
• จะเวียนว่ายตายเกิดไม่เกิน 7 ชาติ
ตัวอย่าง:
คนที่เคยเชื่อว่าร่างกายเป็น “ตัวเรา” เริ่มเข้าใจว่าร่างกายเป็นเพียงธาตุ 4 (ดิน น้ำ ลม ไฟ) ที่รวมกันชั่วคราว เขาลดความยึดติดและเริ่มปฏิบัติตามหลักธรรมได้มั่นคง
2. สกทาคามี (ผู้กลับมาเพียงครั้งเดียว)
• ละได้บางส่วน:
• กามราคะ
• ปฏิฆะ
• ผลที่ได้:
• เกิดในโลกมนุษย์หรือสวรรค์อีกเพียง 1 ชาติ
ตัวอย่าง:
คนที่เคยติดสุขในกามคุณ เช่น ความสวยงามของรูป เสียง หรือสัมผัส เริ่มลดความพึงพอใจในสิ่งเหล่านี้ เขายังอาจมีอารมณ์โกรธบ้าง แต่ลดลงจนควบคุมได้ง่ายขึ้น
3. อนาคามี (ผู้ไม่กลับมาเกิดในกามภพ)
• ละได้:
• กามราคะ
• ปฏิฆะ (อย่างสมบูรณ์)
• ผลที่ได้:
• ไม่กลับมาเกิดในกามภพอีก (โลกมนุษย์และสวรรค์) จะเกิดในพรหมโลกและบรรลุธรรมขั้นสูงที่นั่น
ตัวอย่าง:
คนที่ไม่มีความพึงพอใจในกามคุณอีกต่อไป ไม่ว่าในเรื่องอาหาร การครอบครองทรัพย์สิน หรือความสัมพันธ์ เขายังมีจิตใจสงบ แม้เจอสิ่งที่เคยทำให้โกรธ
4. อรหันต์ (ผู้หลุดพ้นสมบูรณ์)
• ละได้:
• รูปราคะ
• อรูปราคะ
• มานะ
• อุทธัจจะ
• อวิชชา
• ผลที่ได้:
• หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด บรรลุนิพพาน
ตัวอย่าง:
คนที่เคยติดสงบจากสมาธิในรูปฌานหรืออรูปฌาน เลิกยึดติดกับความสงบเหล่านี้ เขารู้เท่าทันธรรมชาติของจิต และเข้าใจอริยสัจ 4 อย่างสมบูรณ์
สรุป
1. สังโยชน์คือสิ่งที่ผูกมัดจิตไม่ให้หลุดพ้นจากวัฏสงสาร
2. เราสามารถละสังโยชน์ได้ตามลำดับการบรรลุธรรม (โสดาบัน, สกทาคามี, อนาคามี, อรหันต์)
3. การละสังโยชน์ช่วยให้เราปลดปล่อยตัวเองจากความทุกข์ในระดับต่าง ๆ และนำไปสู่ความหลุดพ้นในที่สุด
การฝึกสติ สมาธิ และปัญญา (อานาปานสติ) คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราเห็นสังโยชน์ในจิตของตัวเอง และละมันไปทีละขั้นตอน
#Siamstr #buddhism #buddha #dhamma #buddhateachings