เห็นพี่ๆเขียนกันแล้ว ผมอยากแชร์เรื่องราวของคนที่ไม่รับช่วงต่อ POW ของครอบครัวบ้าง
POW ของครอบคัว เริ่มจากพ่อผมที่ออกจากบ้านนอกตอนอายุ 12 ปี มาฝึกเป็นช่างที่สามพรานและกลายมาเป็นช่างกลึงมือดี ที่บริษัทซ่อมรถแม็คโครย่านพระขโนง
หลังจากฝึกฝนฝีมืออยู่นานจนเป็นทั้งงานกลึงและงานเชื่อม ประมาณปี 2536 พ่อผมจึงตัดสินใจออกจากงานมาร่วมหุ้นกับเพื่อนๆเช่าที่เปิดอู่ซ่อมรถแม็คโครเล็กๆอยู่แถวธัญบุรี (พ่อบอกว่าตอนเข้าไปลาออกที่ office โดนเถ้าแก่เขวี้ยงถ้วยน้ำชาใส่ดีนะหลบทัน555)
หลังจากนั้นพ่อก็ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวเรื่อยมา จนกระทั่งพี่ชายผมอายุ 16 ปี จึงได้เริ่มให้พี่ไปฝึกงานที่อู่เพราะหวังว่าจะให้รับสืบทอดกิจการของครอบครัว แต่พี่ผมทำได้สัปดาห์เดียว ก็ขอเลิกเพราะไม่ชอบ แล้วบอกกับพ่อว่า "ให้น้องไปทำ"
4ปี หลังจากที่พี่ส่งไม้ต่อมาให้ผม ก็ถึงเวลาที่ผมต้องไปฝึกงานกับพ่อ แต่รอบนี้พ่อผมใช้วิธีการส่งผมไปเรียน ปวช. เพื่อให้ลูกมีพื้นฐานของช่างก่อนมาฝึกงานที่บ้าน โดยผมทำช่วงปิดเทอมตั้งแต่ ปวช. ปี1 จนเรียนจบมหาลัย จากเด็กน้อยที่เจียรเหล็กเป็นอย่างเดียวจนผมสามารถดูแลงานบางอย่างแทนพ่อผมได้ (จากค่าแรง 50 บาท/วัน สู่ 300 บาท/วัน)
หลังจบมหาลัยในปี 2555 ก็ถึงเวลาที่ผมต้องเลือกว่าจะกลับไปทำงานที่บ้านหรือจะไปทำงานตามโรงงานอย่างเพื่อนๆ ตอนนั้นพ่อผมเสนอเงินเดือนให้ผม 10,000 บาท แต่ผมเลือกจะไปทำงานโรงงานเนื่องจากอยากลองไปทำงานที่อื่นดูบ้าง (แต่จริงๆแล้วโรงงานให้ 15,000 บาท เลยเอา555)
หลังไปทำงานที่โรงงาน พ่อผมก็คอยถามอยู่เสมอว่าจะกลับไปทำมั้ย ถ้าจะทำพ่อจะได้ซื้อเครื่องจักรใหม่เข้ามา จะเพิ่มเงินเดือนให้ แต่ผมก็บ่ายเบี่ยงไปเพราะงานที่ทำอยู่ที่โรงงานก็โอเคอยู่แล้ว มีทั้งโอทีทั้งโบนัส
ปี 2562 พ่อผมก็ตัดสินใจเลิกกิจการเล็กๆนี้หลังจากทำมาได้เกือบ 30 ปี โดยขายให้กับเสี่ยที่เป็นลูกค้าที่เคยเอางานมาให้ทำนี่แหละ
ผมถามเหตุผลว่าทำไมพ่อถึงขาย แกตอบไว้ดังนี้
1.ลูกไม่กลับมาทำ
2.แกเบื่อลูกน้องที่ชอบมาสายและชอบหยุดงานเนื่องจากเมาค้าง
3.การหาช่างใหม่ๆเป็นเรื่องยากเพราะทุกคนมุ่งหน้าเข้าสู่ที่โรงงาน
4.ด้วยสภาพร่างกายที่โรยราจากโรคต่างๆ
สุดท้ายแกทิ้งท้ายปลอบใจผมว่า "ลูกไม่มาทำก็ดีแล้วจะได้ไม่ปวดหัวเหมือนพ่อ และถ้าลูกน้องไม่ดีแบบนี้ทำไปก็ไม่รวยหรอก"
ผมอึ้งไม่รู้จะตอบยังไงดี ทำได้แค่บอกว่า "ครับ"
หลังจากที่พ่อขายกิจการไปผมก็ใช้ชีวิตเรื่อยมาจนบริษัทเริ่มมีการปรับลด OT และ เงินขึ้นประจำปี เนื่องจากต้องการลดต้นทุน ผมเลยถามพ่อผมที่ตอนนี้เป็นที่ปรึกษาให้กับเสี่ยว่า "ตอนนี้ที่อู่งานเยอะมั้ย" พ่อผมตอบว่า "เยอะมาก ทำกันแทบไม่ทันและกำลังจะรับคนเพิ่ม"
ช่างต่างกับสถานการณ์ของผมจริงๆ ตอนนั้นก็ยังไม่ได้คิดอะไร🤣
จนมาพบกับเรื่องราวของพี่ๆใน nostr นี่แหละที่ทำให้ผมกลับมาคิดได้ว่า "เห้ยนี่เราปล่อยให้ POW ที่พ่อได้สร้างมาทั้งชีวิตไปให้กับคนอื่นหรือนี่"
บอกตรงๆเลยว่าเสียดายที่ไม่ได้สานต่อ POW ที่ครอบครัวสร้างไว้ให้ ซึ่งหากตอนนั้นผมกล้ามากกว่านี้ซักนิด และไม่ติดกับดัก OT และโบนัสของโรงงาน สิ่งที่พ่อผมสร้างมาอาจจะได้ส่งต่อไปถึงรุ่นลูกผมก็เป็นได้
ปล. ตอนนี้พ่อผมก็มีความสุขดีในบทบาทที่ปรึกษา เพราะไม่ต้องเครียดเรื่องลูกน้องแล้ว ส่วนผมก็ยังทำงานอยู่โรงงานเหมือนเดิม และเเริ่มทำกิจการเล็กๆเผื่อจะเป็นมรดกส่งต่อให้ลูกหลานได้
#siamstr
nostr:nevent1qqszg5spag6yf9zn8dqra8402cfmeauyyunrr2vve5k9yxdvpypkajgpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfdupzp9m7k58qcxt8wmaj02gzwrkygkdhszkz0c57krgaxd2msxwvjw8nqvzqqqqqqyks8crw