บิตคอยน์ทำงานอย่างไร? (Part 3) — ความยากในการขุดบิตคอยน์

ในโพสต์ที่แล้ว เราคุยกันว่าการขุดบิตคอยน์คือการแข่งขันหาค่า Hash ที่ต่ำกว่า "เป้าหมาย" ที่เครือข่ายกำหนด

ใครที่พบค่าที่ถูกต้องก่อนจะมีสิทธิ์บันทึกบล็อกใหม่ลงในบัญชีธุรกรรม

และเราเรียกบุคคลหรือกลุ่มคนที่รันโหนดเพื่อขุดบิตคอยน์นี้ว่า “นักขุด” ครับ

.

ในวันนี้ผมจะมาลงรายละเอียดอีกซักหน่อยเกี่ยวกับความยากในการขุดบิตคอยน์กันนะครับ

.

ก่อนอื่น เรามาดูเรื่องความสัมพันธ์ของ “เป้าหมาย” กับ ความยาก” ในการขุดกันนะครับ

.

เป้าหมายต่ำลง = ขุดยากขึ้น

ลองนึกภาพว่าเรามีตัวเลขสุ่มระหว่าง 0 ถึง 1,000,000 แล้วกำหนดเงื่อนไขว่า

.

ถ้าสุ่มได้ตัวเลขต่ำกว่า 100,000 ถือว่าผ่าน → โอกาสผ่าน 10%

ถ้ากำหนดให้ต่ำกว่า 10,000 ถือว่าผ่าน → โอกาสผ่าน 1%

ถ้ากำหนดให้ต่ำกว่า 1,000 ถือว่าผ่าน → โอกาสผ่าน 0.1%

.

ดังนั้น ยิ่งเป้าหมายต่ำ (ตัวเลขเล็ก) การสุ่มหาตัวเลขที่ถูกต้องก็ยิ่งยากขึ้น

Proof of Work ก็ทำงานแบบเดียวกันครับ

.

ถ้าเครือข่ายกำหนดค่าเป้าหมายสูง (ตัวเลขใหญ่) → นักขุดมีโอกาสพบค่า Hash ได้ง่าย

ถ้าค่าเป้าหมายต่ำ (ตัวเลขเล็ก) → นักขุดต้องลองคำนวณซ้ำ ๆ มากขึ้นกว่าจะพบค่าที่ถูกต้อง

.

ทำไมต้องมีการปรับระดับความยาก?

เพราะพลังประมวลผลของเครือข่ายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาครับ

.

ถ้านักขุดเพิ่มขึ้น จำนวนโหนดมากขึ้น หรือมีเครื่องขุดที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

บล็อกใหม่จะถูกขุดเร็วขึ้น และอาจเร็วจนเกินไป ทำให้โหนดทั้งเครือข่ายอัปเดตและข้อมูลไม่ทันครับ

เพราะเครือข่ายบิตคอยน์นั้นมีโหนดกระจายตัวทั่วโลก ทุกโหนดต้องรับ-ส่งและตรวจสอบธุรกรรมกับโหนดอื่น ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งต้องใช้เวลา

ถ้าบล็อกถูกสร้างเร็วเกินไป ข้อมูลอาจยังไม่ถูกกระจายไปครบทุกโหนด เกิดความเสี่ยงที่บัญชีธุรกรรมจะแตกออกเป็นหลายเวอร์ชันครับ

.

หรือถ้านักขุดลดลง อาจเพราะโหนดที่ขุดบางส่วนปิดตัวลง

บล็อกใหม่ถูกขุดช้าลง ทำให้ธุรกรรมใช้เวลานานกว่าจะถูกยืนยัน ส่งผลต่อประสิทธิภาพของเครือข่าย

.

ดังนั้นหากไม่มีการควบคุมความเร็วในการขุด ระบบบิตคอยน์จะขาดเสถียรภาพครับ

.

บิตคอยน์จึงถูกออกแบบให้สร้างบล็อกใหม่เฉลี่ยทุก 10 นาที ด้วยกลไกที่เรียกว่า "การปรับระดับความยาก" (Difficulty Adjustment)

.

ทุก ๆ 2016 บล็อก (ประมาณ 2 สัปดาห์) เครือข่ายจะประเมินว่าในช่วงที่ผ่านมาใช้เวลาขุดเร็วหรือช้าเกินไป

.

ถ้าขุดเร็วเกินไป → ลดค่าเป้าหมาย (ขุดยากขึ้น)

ถ้าขุดช้าเกินไป → เพิ่มค่าเป้าหมาย (ขุดง่ายขึ้น)

.

ด้วยกลไกนี้ ไม่ว่าพลังขุดจะเพิ่มหรือลดลง เครือข่ายบิตคอยน์สามารถปรับตัวได้เอง นักขุดทุกโหนดยังคงแข่งขันเพื่อสร้างบล็อกใหม่ทุก 10 นาทีโดยเฉลี่ยได้อย่างมีเสถียรภาพและไม่มีตัวกลางใดควบคุมครับ

.

ป.ล. โพสต์หน้าผมจะพูดถึงเรื่องอะไรที่น่าสนใจเกี่ยวกับบิตคอยน์อีก ฝากติดตามด้วยนะครับ

#siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

Hashrate นึกว่า M2😂

เหรียญอื่นจะเอาอะไรมาสู้ hash rate ขนาดนี้