ว่าด้วยเรื่อง วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง

คือผมคนนึงที่ไม่เข้าใจ และ จงเกลียดจงชัง ร.9 เมื่อในอดีต

“ไอ้ควายตระกูลมึงหาแดกกับคนทั้งประเทศ ยังเสือกมาสอนให้พอเพียง ไอ้บอด”

-นี่คือความคิดสมัยอินกับม๊อบคอมมิวนิสใหม่ๆ-

คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ เศรษฐกิจแบบพอเพียง

ถ้าเรามาดูรูปธรรมจริงๆ คือ คนมันปฏิบัติกันไม่ได้ เพราะ แต่ละคนจะมีวิถีชีวิต ที่แตกต่าง บางครั้งตัวประสบการณ์จะพาเราเข้าสู่ลัทธิต่างๆในสังคม

ส่วนตัวผมนั้นติดหรูก็จะอยู่แนวๆ ไอ้ลัทธิบริโภคนิยม ใช้น้อยแดกเยอะ

แต่เรามาค้นพบอย่างหนึ่งในคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง นั้นมีวิถีชีวิต อยู่ในรากเง่านั้น

วิถีชีวิต ที่ทำให้เราไม่อดตาย คือการที่มีทรัพยากรณ์เป็นของตัวเอง นั่นแหละคือรากเง่าแห่งทุนนิยม เราสะสมความมั่งคั่งได้ เราได้มาเราสามารถพอใจ และเมื่อถึงจุดๆหนึ่งเราสามารถข้ามผ่านและมอบสิ่งๆนั้น ให้กับคนที่ยังไม่ได้มีแบบเราได้

เราสามารถสร้างประโยชน์จากทรัพยากรณ์ที่เราครอบครองได้จากการแลกเปลี่ยน

เราสามารถมีอิสรภาพจากวิถีชีวิต ตรงจุดนั้นได้

นี่เป็นอีกจุดนึง ที่ผมค่อนข้างเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับตัวสถาบันหลัก

มันมีอะไรที่มากกว่าการปกครองของนักการเมือง ที่ออกนโยบายที่เอาแกนหลักมากำหนดที่ตัวของรัฐ นั่นคือสิ่งที่ผู้ปกครองพึงมี ยกตัวอย่างการคลัง และพานิชย์

Anyway it doesn’t mean I’ll be Monarchist

มีอีกหลายเรื่องเมื่อได้ศึกษาเรื่องการปกครอง มันทำให้เรารู้สึกดีที่ได้รู้ว่า “มึงโชคดีที่เกิดที่นี่” มันคือธรรมชาติ ที่ยอดเยี่ยม และโชคของเรา

แน่นอน ว่า หลังจากการเอาตัวรอดหรือเรื่องปัจจัยสี่ มันมีอีกหลายเรื่องที่เราถวิลหา

มันไม่ใช่การสร้างคุณธรรม หรือ ศีลธรรม ต่อเพื่อนมนุษย์ มันคือการสร้างคุณค่าของเวลาที่เราได้ใช้ในโอกาสของหนึ่งชีวิต

#siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

หลักการใหญ่ของแนวคิดนี้ แข็งแรงมากพอที่จะพาเราเอาตัวรอดได้ในยุค fiat เฟื่องฟู ยิ่งประกอบกับทรัพยากรทางธรรมชาติที่เรามี ที่ทำให้แนวคิดนี้แข็งแรงไปอีก ซึ่งเราเองก็เห็นด้วย

แต่เราก็ยังมีปัญหากับสถาบันหลักอยู่ดี

เพราะมันดูเงินไปเติมกรวยน้ำจากข้างบนเยอะเหมือนกัน ด้วยโครงการที่เติมท้ายว่า

"ในพระราชดำริ" มันเหมือนใบเบิกทางให้ไม่มีใครมาตรวจสอบรายละเอียดที่มาโครงการของคุณได้ เอาอำนาจที่ใหญ่กว่า ครอบนโยบายไว้อีกที

ปัญหาหลักๆ คือ งบเยอะเกินไป แต่เอาจริงๆ สถาบัน แม่งก็ผลาญงบไม่จำเป็นเยอะ แต่ที่เยอะสุดคือ ศึกษาธิการ และ สาธา แม่งกากมาก

เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนี่ผมยกให้เป็น the way to exit the matrix เลย ทั้งทางโลกและทางธรรม

สิ่งนึ่งที่เป็นรากเง่าที่ดี แต่ผมมองว่าสถาบันยึดติดกับอำนาจ มากกว่าประชาชน เค้าควรจะหาวิธี ที่ทำให้ คนไทยครอบครองทรัพยากรณ์ได้มากที่สุด แต่เข้าใจว่าหละงจากเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตย อำนาจเค้าตรงนั้นก็ลดลงไปด้วย ความรักชาติ ไม่สู้ผลกำไรและอำนาจของตัวเอง

ปรัชญานี้เรียบง่ายไม่ฝืนธรรมชาติมนุษย์ แต่นักการเมืองเอามาตีกินหาประโยชน์ทางการเมืองให้ตัวเอง ทั้งโหนแนวคิดนี้คิดนโยบายไร้สาระขึันมาบิดเบือนกลไกตลาด ทั้งโจมตีแนวคิดนี้เพื่อกระพือความเกลียดชังตัวบุคคลและลามไปสถาบันฯ

ผมไม่เรียกมันว่าปรัชญาเท่าไหร่ เพราะตาบอด แกก็สื่อสาร ไม่ค่อยรู้เรื่อง สมัยก่อน พูดวันขึ้นปีใหม่ ไม่มีสาระไรเลย ล่อ ไป 10 นาที กว่าจะจบ เดี๋ยวนี้ลูกแกก็เป็น น่ารำคาญ พอออกไปทำเอง นั่นแหละ ถึงเห็นภาพ 555

นึกถึงคำพูดของไอส์ไตน์ ถ้าคุณพูดให้ใครเข้าใจง่ายๆไม่ได้ = คุณไม่เข้าใจมันดีพอ

Don't trust but can't verify.

แกพูดช้า และ แกไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นกษัตริย์ ตั้งแต่ทีแรกครับ แต่ผมเหมือนเคยเห็น ร.8 กับ 7 พูดนะ คือ กระชับมาก

ผมคนนึงที่เคยคิดประมาณนี้อยู่ช่วงนึงแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรมาก พอเข้าไปในหลุมกระต่าย กลับทำให้ผมเข้าใจอะไรต่างๆมากขึ้น ทุกอย่างมันล้วนเป็นไป ตามธรรมชาติ ผมรู้สึกโชคดีและภูมิใจมากๆที่เกิดเป็นคนไทย ซึ่งมีแนวคิด วัฒนธรรมหลายๆอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ที่แฝงไปด้วยแนวคิดอันชาญฉลาดของคนสมัยก่อน เป็นการส่งและสารต่ออารยธรรมที่แฝงไปด้วยคุณค่า การศึกษา bitcoin ทำให้ผมเปลี่ยนมุมมองต่อโลกและการใช้ชีวิตไปเยอะมากเลยครับ