Don't Trust, Verify
พูดถึงวิธีการกินของกลุ่มสุขภาพคีโตสิสนะครับ ถ้าเราอยู่ในวงการนานพอ
จะเห็นภาพ เห็น loop บางอย่าง โน้ตนี้ผมยกตัวอย่างการกินที่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆเอามาเขียนเป็นไมล์สโตนได้ราวๆนี้ครับ
จุดเริ่มต้นคีโตสิสในไทยคือราวๆปี 2016 จากการกระตุ้นของพี่หนึ่ง keto daddy ที่เป็นคนแรกๆ ในการเผยแพร่แบบฉบับภาษาไทย สไตล์เล่าประสบการณ์
จนหลังจากนั้นเริ่มมีกลุ่มโซเชียล ที่เคยศึกษาในเวลาไล่เลี่ยกัน เริ่มกำหนดการกินแบ่งตามปีคราวๆได้ประมาณนี้
2017 คาร์บ 20g โปรตีนจำกัดมากๆ GNG คือทำให้หลุดคีโต ต้องนับ1กำมือ ไม่มีการคำนวนต่อน้ำหนักตัว ไขมัน75% จากสัดส่วนทั้งหมดที่กินในวันนั้น ถ้าไม่ถึงให้เติมไขมันกินเข้าไป ยุคนั้นเรามีเมนู fat bomb กัน ไขมันจะไม่กินไขมันพืช ยกเว้น มะพร้าว กับ มะกอก สมัยนั้น น้ำมันอโวคาโด mct อะไรพวกนี้ยังไม่มีขาย ต้องสั่งจากต่างประเทศ และคนยังไม่รู้จัก
เริ่มต้นมือแรกด้วย Bulletproof coffee หรือ กาแฟร้อนปั่นกับเนย เพื่อสร้าง ezy water และได้พลังไขมัน
ขนม วัตถุดิบตามที่จำกัดไว้ ถ้าทำขนมได้ ก็เป็นขนมได้
มีการมีตติ้ง มีการแจกขนม ชื่นชมในครีเอเทีฟคนไทย
2018 คาร์บ 20g โปรตีนไม่ต้องกลัวมาก GNG เป็นการผลิตตามสั่ง ไม่ทำให้เกินใช้ ขยายปริมาณได้ 0.8-1.5 ต่อน้ำหนักตัว ดูสไตล์การใช้กำลังเอา ไขมันต้องสูง
2019 ไม่มีคำว่าคีโตแล้ว เนื้อล้วนๆ เนื้อ เกลือ ไข่ ทุกพืชคือเลวหมด พริกไทยก็เลว เป็น nightshade เป็นพิษ ถ้าจะร่วมไดเอทนี้ แล้วไม่เป๊ะคือ มีสิทธิตายได้
การกินคีโต ไม่ได้ทำให้ร่างกายเข้าคีโตสิส เพราะมีคาร์บอยู่ในคีโตไดเอท
2020 เนื้อไม่ล้วน กินพืชบางอย่าง แนวๆปรุงรส สมุนไพร จำกัดเฉพาะตัวที่ระบุเท่านั้น แต่ปริมาณใช้น้ำหนักตาชั่ง แทนน้ำหนักกรัม nutrition
ลดสัดส่วนไขมันลงมาก เน้นเนื้อโปรตีน ไม่ให้อัดไขมัน
จัดเนื้อไปได้ไม่อั้น จะ 2 กิโล 3 กิโล ได้หมด ขอให้ไม่พืช ทุกอย่างคือไม่อั้น
ชีสได้ทุกชนิด แต่วิปครีมไม่ได้
ดื่มกาแฟได้ ดื่มชาได้ ต้องเป็นใบชงใบบดละเอียดแบบมัทฉะ ไม่ได้
ทุกอย่างที่ฉลากเขียนว่าน้ำตาล ไม่ได้ทั้งหมด ไม่สนใจสัดส่วนและปริมาณ
ขนม ไม่มีจริง มีแต่การตลาด
กินแบบนี้แล้วจะทำให้เข้า deep ketosis
2021 เนื้อไม่ล้วน เพิ่มพืชมากขึ้นหลายชนิดเพื่อให้มีรสชาติมากขึ้น ภายใต้กติกาชั่งตาชั่ง 20กรัม กินครีมชีสได้ แต่จำกัดล็อคเสปคจากปริมาณคาร์บ ของฉลาก (ซึ่งก็คือบางยี่ห้อเท่านั้น)
ขนมมีจริง ถ้าใช้วัตถุดิบตามกำหนด แต่ต้องเขียนว่า "กินในมื้ออาหาร" เพื่อป้องกันคนเลียนแบบ
2022-ปัจจุบัน ไม่มีคำว่าเนื้อล้วนอีกต่อไป ขยายขอบเขตวัตถุดิบกว้างขึ้นมาก ไปจนถึงพืชหัวต่างๆ herbs ต่างๆ seed ต่างๆของพืช รวมถึง processed food บางตัว (ไม่ถึงกับ ultra processed) ขมวดการกินได้ว่า คาร์บห้ามเกิน 20กรัม โปรตีนพออิ่มแต่ห้ามไปจนถึงอิ่ม โดยความอื่มที่เหลือ ให้จัดเป็นรูปแบบไขมัน จนอิ่ม
ไม่ได้เน้นสัตว์เคี้ยวเอื้องอีกต่อไป จัดหมวดว่าถ้าได้คือดี 5วันกินหมู 2วันกินเนื้อก็มี
คาร์บในโควต้า20กรัม เปลี่ยนจากตาชั่งเป็น ตาชั่ง+ฉลาก โดยชั่งตาชั่งในพืช และฉลากจากของอื่นๆที่อนุญาตแต่ชั่งตาชั่งไม่ได้เพราะมันรวมกับอย่างอื่น เช่น โยเกิร์ต วิปครีม
มีเครื่องดื่มกาแฟ+เนย หรือ mct oil หรือ วิปครีม
ถ้ามองภาพกว้างจะเห็นว่า ปัจจุบันก็คืออดีต ระหว่างทางคือการแวะเที่ยวนิดหน่อย
ถ้าเราเลิกยึดติดคำคุณศัพท์ต่างๆ
ผมพยายามเขียนโน้ตนี้ ให้เป็นแบบ no emotion ใดๆนะครับ 5555
และเชื่อว่าเพื่อนๆหลายท่าน ก็ชื่นชมหลักการนี้อยู่ ซึ่งผมก็ชื่นชมนะ ชื่นชมในเจตนาดี ที่พยายามสร้างหลักจำ หลักบังคับทำ ให้คนไม่ศึกษาแค่ทำตามไป ห้ามแตกแถว เป็น one size fit all ไป ก็สะดวกดีในอีกแบบครับ
แต่ที่เขียนมาลงใน nostr นี้ไว้เพราะเห็นว่าชาวเรายึดมั่น don't trust, verify ใช่ไหมครับ
และสิ่งที่พูดบ่อยๆคือ จงตั้งคำถาม
เอาแบบง่ายๆก่อนเลยคือ ทำไมคาร์บจากแต่ละที่ มีผลต่างกัน? ให้เห็นภาพคือ
น้ำปลาปกติ ไม่ต้องมีตรา no sugar ไม่ต้องมีตรา royal เป็นน้ำปลาที่มีน้ำตาลสัก 1% 2% ราคาปกติไม่ต้องแพงกว่า SKU อื่นๆด้วย "ตรา" ที่ "เขา" ประทับมา
ทำไมคาร์บในน้ำปลานี้ เลวร้ายกว่า แลคโตสใน มอสซาเรลลา ที่บอกว่ากินได้ไม่อั้น มอสซาเรลลา ที่เอาไปทำ "ขนม" ตามแบบฉบับของกลุ่ม ซึ่งถ้าใส่ 500กรัม มีปริมาณแลคโตสมากกว่า น้ำปลาสักครู่นี้ 2ช้อนชา
หรือใหม่ๆหน่อย ทำไมกำหนดล็อคเสปควิปครีม TOR ที่ออกมาแปลกไหมว่าเอื้อต่อบางยี่ห้อ (ผมไมได้มองว่ารับเงินนะครับ ผมมองว่ามันทำให้มีข้อแม้เพื่อความชอบธรรมในการกินหรือเปล่า) แล้วเหตุผลอะไรที่มารองรับคำว่า แลคโตสสลายเกลี้ยงไปแล้วตอนสกัดครีม
ในฐานะที่ผมคลุกคลีวงการอุตสาหกรรมอาหาร ยังมองไม่ออกว่าจะสลายแลคโตสออกในกระบวนการทำครีมอย่างไร ? ผมเองก็อาจจะรู้ไม่มากพอก็ได้ครับ อาจมีบางโรงงานที่ทำได้ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ปริมาณ คาร์บบนฉลาก คือความเท็จใช่ไหมครับ 3.1กรัม ที่ตรวจจากแลป จะต้องไม่มีจริง แล้วทำไมเขาไม่เขียน 0กรัม
นี่คือสิ่งที่ผมสงสัยว่า เราตั้งคำถามกับมันไหม เรา verify ก่อนจะ trust แล้วหรือไม่
แล้วถ้าประโยคนั้นเป็นเท็จ จะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่ยึดมั่นกับการเกี่ยงน้ำปลาที่มีคำว่าน้ำตาล 1% เราสามารถบอกว่าไม่เป็นไรได้หรือไม่
นี่เป็นการโน้ตใน context ที่ไม่เอาเรื่องพวก นิดหน่อย สนใจอะไรเยอะ กินๆไปเหอะ มาปนเลยนะครับ 5555 คือลงตรรกะ จากขอบเขตที่มีอยู่ในวิธีการกินนั้นเลย เพื่อทำการ verify สิ่งที่ยึดถือในการกิน ไม่เอาอย่างอื่นมาปนเลย ไม่งั้นคำถามฉีกไปกว่านั้นเยอะเลยครับ
ส่วนตัวผมเองก็นิยมไดเอทที่เน้นวัว แล้วพืช less มากๆ กิน CD ตั้งแต่ 2018 แต่เพราะการตั้งคำถามนี่หละครับ ทำให้ผมถอยออกมา รวมกับชีวิตผมต้องพัวพันกับอุตสาหกรรมอาหาร มันก็คือชีวิตที่ต้องดำเนินไป
ผมพยายามค้นแล้ว ผมเข้าใจไม่ผิดใช่ไหมครับว่า ไม่เคยมีใครตั้งคำถามเลย แต่ทำตามกันหมดเลย
ทราบครับว่าอาจจะเป็นคำถามที่แตะต้อง คนที่คนเคารพ
ก็เรียบเรียงคำพูดให้สมกับความเคารพให้แล้วนะครับ ผมก็เคารพนะ แต่ผมก็คิดว่ายิ่งเคารพ ยิ่งควรมีคำถามใช่ไหม เพราะถ้าเราจะปฎิบัติตาม เราก็น่าจะสมควรที่รู้เหตุผล
ส่วนถ้าจะเป็นเรื่องจักวาลคีโตเลยนี่ คิดว่าเอาไว้ทำเป็น podcast แล้วกันครับ
ขอเรียบเรียงการกล่าวถึงก่อน กระทบเยอะและวงกว้าง แต่มันจะทำให้เห็นภาพคีโตทุกวันนี้ชัดขึ้น
และผมเชื่อว่าจะมี multiverse มากมายที่คล้ายกัน รวมถึงจักรวาล nostr นี้ด้วยครับ
เป็นที่มาของคำว่า พอแก่แล้วเราจะเห็นว่า หลายครั้งมันคือภาพซ้ำๆกัน core คล้ายกันแต่ต่างไปตามรายละเอียด 5555
#siamstr #pirateketo