## ระบบเบรตตันวูดส์: จุดจบ

ระบบนี้ดำเนินต่อไปจนกระทั่งปี 1971 สหรัฐอเมริกาประกาศหยุดแลกเงินดอลลาร์เป็นทองคำ สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IMF) พยายามแก้ไขโดยสร้างสกุลเงินสำรองใหม่ (SDR) ขึ้นมาทดแทนเงินดอลลาร์ แต่แรงกดดันต่อระบบก็ยังมีอยู่

สาเหตุหลักมาจากนักลงทุนต่างชาติเทขายเงินดอลลาร์เพื่อซื้อเงินมาร์กเยอรมนีและเงินเยนญี่ปุ่นแทน เพราะเงินดอลลาร์แลกเป็นทองคำไม่ได้แล้ว

นี่ถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะระบบเบรตตันวูดส์ก่อตั้งขึ้นตอนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเศรษฐกิจยุโรปและญี่ปุ่นย่ำแย่ ตรงกันข้ามกับสหรัฐอเมริกาที่เข้มแข็ง พอเยอรมนีและญี่ปุ่นฟื้นตัว (โดยเฉพาะเยอรมนี) อัตราแลกเปลี่ยนของพวกเขาก็ย่อมต้องเปลี่ยนแปลง เงินมาร์กเยอรมนีและเงินกิลเดอร์ดัตช์ปรับค่าขึ้นในปี 1961 แต่ก็ไม่เพียงพอ

ในปี 1969 มีการปรับค่าเงินมาร์กอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่พออยู่ดี สหรัฐอเมริกาในฐานะเสาหลักของระบบจึงต้องยึดมั่นกับมาตรฐานทองคำแบบดั้งเดิม แต่การเมืองอเมริกันไม่ต้องการใช้นโยบายที่เข้มงวดในประเทศ เพราะกลัวจะส่งผลต่อผลการเลือกตั้ง

ในปี 1971 ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ตัดสินใจระงับการแลกเงินดอลลาร์เป็นทองคำ และเพิ่มภาษีนำเข้า 10% เพื่อกดดันให้ประเทศอื่นปรับค่าเงินของตัวเอง ต่อมาในปีเดียวกัน ข้อตกลงสมิธโซเนียน (Smithsonian Agreement) ได้ลดค่าเงินดอลลาร์ (ดันราคาทองคำขึ้นไปเป็น 38 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และอนุญาตให้ประเทศอื่นมีสกุลเงินที่ผันผวนได้เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์

#siamstr

#nostr

#bitcoin

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.