
⁉️108 บาท ชนะตลาดใหม่ หรือชนะใจตัวเอง
บทวิเคราะห์เชิงโครงสร้างจากโพสต์ของพี่ Pong Pasavekin
บทนำ : คำถามที่คนส่วนใหญ่ตั้งผิดตั้งแต่ต้น
“108 บาท ชนะตลาดไหม?”
คำถามนี้ฟังดูเหมือนเป็นคำถามการลงทุน
แต่ในความเป็นจริง — ตามที่ Pong Pasavekin กำลังชี้ให้เห็น —
นี่คือคำถามที่ ใช้กรอบคิดผิดตั้งแต่แรก
เพราะตลาดไม่ได้วัดกันที่ “ใครซื้อถูกกว่าใคร”
แต่ระบบการเงินวัดกันที่ สัดส่วนต่อ supply ทั้งระบบ
⸻
1. เปลี่ยนกรอบคิด : จากราคาตลาด → สัดส่วนการผลิต
แทนที่จะมองว่า
“ราคาขึ้นหรือลง ใครชนะ ใครแพ้”
Pong เลือกมองในมุม โครงสร้างการผลิตของ Bitcoin
• Supply สูงสุดของ Bitcoin = 21 ล้าน BTC
• ปัจจุบันขุดได้:
• 3.125 BTC ต่อบล็อก
• วันละ ~144 บล็อก
• รวม ≈ 450 BTC / วัน
คิดเป็นสัดส่วนของ supply ทั้งหมด:
450 / 21,000,000 = 0.00214% ต่อวัน
นี่คือ “อัตราการเพิ่มของ Bitcoin ใหม่ในระบบโลก”
⸻
2. แล้ว 108 บาท ได้อะไรในเชิงโครงสร้าง?
สมมติราคา ณ วันที่อ้างอิง:
• 108 บาท ≈ 3,500–4,000 satoshi
• ใช้ค่ากลาง ≈ 4,750 satoshi
เมื่อเทียบกับ satoshi ที่ผลิตใหม่ต่อวัน:
• 450 BTC = 45,000,000,000 satoshi
สัดส่วนที่ DCA วันละ 108 บาทได้คือ:
4,750 / 45,000,000,000 = 0.0000105% ต่อวัน
ภาพที่ Pong ต้องการให้เห็นคือ
• โลก “ผลิต Bitcoin ใหม่” เร็วกว่า
• คน DCA 108 บาท ช้ากว่าการผลิตใหม่ ≈ 200 เท่า
นี่ไม่ใช่การด่า
แต่มันคือ ตัวเลขจริง
⸻
3. ความจริงที่เจ็บ แต่จำเป็นต้องยอมรับ
ถ้าเป้าหมายคือ:
“อยากรวยในระดับเดิมของคนรวย”
ตามตรรกะนี้ คุณต้อง:
• DCA มากกว่า 108 บาท ≈ 200 เท่า
• ≈ วันละ 2,000 บาท
• ≈ เดือนละ 60,000 บาท
และ Pong ก็พูดตรงมากว่า:
“มันยากมากสำหรับคนส่วนใหญ่ และผมเองก็ทำไม่ได้”
นี่คือจุดที่บทความนี้ ซื่อสัตย์อย่างรุนแรง
⸻
4. 108 บาท ไม่ได้มีไว้เพื่อ ‘รวย’
Pong พลิกความหมายของ 108 บาทใหม่ทั้งหมด
“เราไม่ได้อยากรวยด้วยเงิน 108 บาท”
108 บาทมีไว้เพื่อ:
• เริ่มต้น
• ฝึกวินัย
• ฝึกการออม
• ฝึกจัดการอารมณ์
• ฝึกอยู่กับความผันผวน
มันคือ ค่าเรียนระบบการเงินใหม่
⸻
5. อุปมาตู้เย็น : ภาพที่ชัดที่สุดของโพสต์นี้
Bitcoin = ตู้เย็นรุ่นใหม่
Fiat = ตู้เย็นเก่า รั่ว ช็อต กินไฟ
• ตู้เย็นดี → เก็บของได้นาน คุณภาพดีขึ้น
• ตู้เย็นเสีย → ของเน่า กลิ่นเสีย สุขภาพพัง
Bitcoin ไม่ได้ทำให้คุณรวยเร็ว
แต่ทำให้ “มูลค่าไม่เน่า”
นี่คือ แก่นคิดเรื่อง Store of Value
ที่อธิบายด้วยภาษามนุษย์ธรรมดา
⸻
6. สิ่งที่ชนะจริง ๆ ไม่ใช่ตลาด
ประโยคสำคัญที่สุดของโพสต์คือ:
“108 บาท ไม่ใช่การชนะตลาด
แต่มันคือการชนะใจตัวเอง”
• ชนะความโลภ
• ชนะความกลัว
• ชนะ FOMO
• ชนะอารมณ์เวลาแดง–เขียว
ถ้าคุณชนะสิ่งนี้ไม่ได้
เงินก้อนใหญ่แค่ไหนก็ไม่ช่วย
⸻
7. บทสรุปเชิงลึก
โพสต์นี้ ไม่ใช่บทความเชียร์ Bitcoin
และ ไม่ใช่บทความสอนรวย
แต่มันคือ:
• บทเรียนเรื่อง “สัดส่วน”
• บทเรียนเรื่อง “เวลา”
• บทเรียนเรื่อง “วินัย”
• บทเรียนเรื่อง “ระบบคิด”
108 บาท คือจุดเริ่มต้น
ไม่ใช่จุดหมาย
และคนที่เข้าใจตรงนี้
คือคนที่ “เริ่มต้นจริง”
⸻
108 บาท กับแก่นโครงสร้าง Supply ของ Bitcoin
การวิเคราะห์เชิงระบบจากแนวคิดของ Pong Pasavekin
⸻
บทนำ : คำถามที่คนส่วนใหญ่หลงถามผิด
คำถามยอดนิยมคือ
“108 บาท ชนะตลาดไหม”
แต่คำถามนี้ผิดกรอบตั้งแต่ต้น
เพราะตลาดไม่เคยวัดกันที่ “ราคาที่คุณซื้อ”
ระบบการเงินวัดกันที่ สัดส่วนการครอบครองต่อ supply ทั้งหมด
นี่คือจุดตั้งต้นของความคิดในโพสต์ของ
Pong Pasavekin
⸻
1. Bitcoin ไม่ใช่เรื่องราคา แต่คือเรื่องสัดส่วน
เงิน Fiat ทำให้เราชินกับการคิดว่า
เงิน = จำนวนตัวเลข
แต่ Bitcoin ทำงานตรงข้ามโดยสิ้นเชิง
ในระบบนี้
คุณค่า = สัดส่วนที่คุณถืออยู่ในระบบทั้งหมด
ดังนั้นคำถามที่ถูกต้องไม่ใช่
“108 บาท ได้กำไรไหม”
แต่คือ
“108 บาท ทำให้เราถือ Bitcoin กี่เปอร์เซ็นต์ของโลก”
⸻
2. โครงสร้าง Supply ของ Bitcoin (ข้อเท็จจริงล้วน)
• Bitcoin มีเพดานสูงสุดแน่นอนที่
21,000,000 BTC
• ไม่มีการพิมพ์เพิ่ม ไม่มีการขยาย supply
• หน่วยย่อยคือ satoshi
1 BTC = 100,000,000 satoshi
ดังนั้น supply ทั้งระบบคือ
2,100,000,000,000,000 satoshi
(สองล้านหนึ่งแสนล้านล้านหน่วย)
⸻
3. โลกผลิต Bitcoin ใหม่เร็วแค่ไหน
หลังการ Halving ล่าสุด:
• ขุดได้ 3.125 BTC ต่อบล็อก
• วันหนึ่งประมาณ 144 บล็อก
• รวมแล้วโลกได้ Bitcoin ใหม่ประมาณ
450 BTC ต่อวัน
เมื่อเทียบกับ supply ทั้งหมด
450 BTC คิดเป็นประมาณ
0.00214% ของ Bitcoin ทั้งโลกต่อวัน
นี่คือ “อัตราเงินเฟ้อจริง” ของ Bitcoin
ซึ่งต่ำกว่าเงิน Fiat ทุกสกุลบนโลก
⸻
4. 108 บาท คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของโลก Bitcoin
จากราคาประมาณในโพสต์ต้นฉบับ:
• 108 บาท ≈ 4,750 satoshi
• เท่ากับ 0.0000475 BTC
เมื่อเทียบกับ supply ทั้งระบบ
21,000,000 BTC
สัดส่วนที่คุณถือได้จาก 108 บาท คือประมาณ
0.000000000226% ของ Bitcoin ทั้งโลก
ตัวเลขนี้เล็กมาก
และมัน “ควรเล็ก” เพราะมันคือความจริง
⸻
5. เปรียบเทียบกับสิ่งที่โลกผลิตเพิ่มทุกวัน
Bitcoin ใหม่ต่อวัน:
• 450 BTC
• หรือ 45,000,000,000 satoshi
ขณะที่คุณ DCA วันละ 108 บาท ได้:
• 4,750 satoshi
เมื่อเทียบกัน:
• โลกเพิ่ม supply ต่อวัน = 0.00214%
• คุณเพิ่มสัดส่วนต่อวัน = 0.0000105%
แปลเป็นภาษาคน:
โลกสะสม Bitcoin ใหม่
เร็วกว่าคน DCA 108 บาท
ประมาณ 200 เท่า
นี่ไม่ใช่การตำหนิ
แต่มันคือ “ขนาดของเกม”
⸻
6. ความจริงที่ Pong พูดตรง ๆ
ถ้าคุณอยาก:
• รักษาสัดส่วนไม่ให้ถูกเจือจาง
• หรือไล่ให้ทันระบบ
คุณต้อง DCA มากกว่า 108 บาท
ประมาณ 200 เท่า
นั่นคือ:
• วันละราว 2,000 บาท
• เดือนละประมาณ 60,000 บาท
และ Pong ก็ยอมรับตรง ๆ ว่า
“มันยากมากสำหรับคนส่วนใหญ่ และผมก็ทำไม่ได้”
นี่คือความซื่อสัตย์ของโพสต์นี้
⸻
7. ดังนั้น 108 บาท มีไว้เพื่ออะไร
108 บาท ไม่ได้มีไว้เพื่อรวย
มันมีไว้เพื่อ:
• เริ่มต้นเข้าสู่ระบบใหม่
• ฝึกวินัยการออม
• ฝึกอยู่กับความผันผวน
• ฝึกควบคุมอารมณ์
• ฝึกคิดระยะยาว
108 บาทคือ
ค่าเรียนระบบการเงินใหม่ของโลก
⸻
8. อุปมาตู้เย็น : ภาพที่สื่อแก่นที่สุด
Pong เปรียบเทียบเงิน Fiat กับ
ตู้เย็นเก่า รั่ว กินไฟ และทำของเน่า
Bitcoin คือ:
• ตู้เย็นใหม่
• ควบคุมอุณหภูมิได้
• เก็บของได้นาน
• มูลค่าไม่สลายง่าย
Bitcoin ไม่ได้ทำให้คุณรวยเร็ว
แต่มันทำให้ “สิ่งที่คุณเก็บ ไม่เน่า”
⸻
9. สิ่งที่ชนะจริง ไม่ใช่ตลาด
ประโยคสำคัญที่สุดของโพสต์คือ:
“108 บาท ไม่ใช่การชนะตลาด
แต่มันคือการชนะใจตัวเอง”
ถ้าคุณควบคุมอารมณ์ไม่ได้
เงินก้อนใหญ่ก็ไม่ช่วยอะไร
Bitcoin คัดคนด้วย “วินัย”
ไม่ใช่ด้วยโชค
⸻
บทสรุปถึงแก่น
108 บาท
ไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้าง Bitcoin ได้
แต่สามารถ:
• เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องเงิน
• เปลี่ยนความสัมพันธ์กับเวลา
• เปลี่ยนตำแหน่งของคุณในระบบการเงินโลก
และในระบบที่ supply ถูกล็อกตาย
คนที่เข้าใจสัดส่วนก่อน
คือคนที่เริ่มเกมก่อน
⸻
Bitcoin vs Fiat ทั้งระบบ
การเทียบ Supply เป็น % และการอธิบาย “ความมั่งคั่งเชิงสัดส่วน” (Relative Wealth)
⸻
บทนำ : โลกนี้ไม่ได้ขาดเงิน แต่เงินกำลัง “เจือจาง”
ปัญหาของโลกการเงินไม่ใช่ว่า
คนไม่มีเงิน
แต่คือ
เงินถูกผลิตเร็วกว่า “ความสามารถของคน”
และตรงนี้เองที่ Bitcoin กับ Fiat
แยกโลกออกเป็น “สองระบบคิด” อย่างสิ้นเชิง
⸻
1. Supply ของ Bitcoin : ตัวเลขที่ “หยุดนิ่ง”
Bitcoin มีคุณสมบัติที่เงินใดในโลกไม่เคยมีมาก่อน
• Supply สูงสุด = 21,000,000 BTC
• ไม่มีอำนาจใดเปลี่ยนได้
• ไม่มีนโยบายกระตุ้น
• ไม่มี QE
• ไม่มี bailout
อัตราการเพิ่มปัจจุบัน (หลัง halving):
• ประมาณ 450 BTC ต่อวัน
• คิดเป็น 0.00214% ต่อวัน
• และจะลดลงเรื่อย ๆ จนเป็นศูนย์
นี่คือเงินที่ “รู้อนาคตของตัวเองล่วงหน้า 100%”
⸻
2. Supply ของ Fiat : ตัวเลขที่ “ไม่มีเพดาน”
ระบบ Fiat ทำงานตรงกันข้ามทุกจุด
• ไม่มีเพดาน supply
• เงินถูกสร้างจาก “หนี้”
• ขยายตามนโยบายรัฐ ธนาคารกลาง และวิกฤต
ภาพรวมโดยประมาณ (เพื่อให้เห็นโครงสร้าง):
• เงิน Fiat ทั้งโลก (M2 รวมคร่าว ๆ)
≈ 100–120 ล้านล้านดอลลาร์
• การเพิ่มของ supply:
• บางปี 5%
• บางปี 10%
• บางช่วงวิกฤต เพิ่ม 20–40% ในเวลาไม่กี่ปี
แปลเป็นภาษาคน:
เงิน Fiat ไม่ได้ “โต”
แต่มัน “บวม”
⸻
3. เทียบกันเป็น % : Bitcoin vs Fiat
Bitcoin
• อัตราเพิ่ม supply ปัจจุบัน:
≈ 0.78% ต่อปี
• แนวโน้ม:
ลดลง → ใกล้ศูนย์ → หยุดสนิท
Fiat
• อัตราเพิ่ม supply ระยะยาว:
≈ 7–10% ต่อปี
• แนวโน้ม:
เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะยามวิกฤต
สรุปสั้นที่สุด:
Fiat ขยายตัว “เร็วกว่า”
Bitcoin ถูกออกแบบให้ “ช้าลงเสมอ”
⸻
4. ความมั่งคั่งเชิงสัดส่วน (Relative Wealth) คืออะไร
คนส่วนใหญ่เข้าใจความรวยผิดจุด
เขาคิดว่า:
รวย = มีเงินมากขึ้น
แต่ในเชิงระบบ:
รวย = สัดส่วนของคุณ “ไม่ถูกเจือจาง”
ถ้าทุกคนมีเงินเพิ่ม 10%
แต่คุณเพิ่ม 10% เท่ากัน
คุณ ไม่ได้รวยขึ้นเลย
คุณแค่ “วิ่งอยู่กับที่”
⸻
5. Fiat ทำลาย Relative Wealth อย่างไร
ลองคิดง่าย ๆ:
• เงินในระบบเพิ่ม 10%
• เงินคุณเพิ่ม 0%
ผลลัพธ์:
คุณจนลง 10% โดยไม่รู้ตัว
แม้คุณ:
• ไม่ใช้เงิน
• ไม่ซื้อของ
• ไม่ลงทุนผิดพลาด
นี่คือ ความยากจนแบบเงียบ
(Silent Dilution)
⸻
6. Bitcoin ปกป้อง Relative Wealth อย่างไร
Bitcoin ไม่สัญญาว่าคุณจะรวย
แต่มันสัญญาว่า:
สัดส่วนของคุณจะไม่ถูกโกง
ถ้าคุณถือ:
• 0.01% ของ Bitcoin ทั้งระบบวันนี้
• คุณจะถือ 0.01% เท่าเดิมตลอดไป
ไม่มีใคร:
• พิมพ์เพิ่ม
• เจือจาง
• แย่งส่วนของคุณ
⸻
7. 108 บาท ในมุม Relative Wealth
108 บาทไม่ได้เพิ่ม “ความมั่งคั่งเชิงจำนวน”
แต่มันเพิ่ม:
• ความเข้าใจเรื่องสัดส่วน
• ความเข้าใจเรื่อง dilution
• ความเข้าใจเรื่องเวลา
มันคือการฝึกเปลี่ยนจาก:
“ฉันมีเงินเท่าไร”
เป็น:
“ฉันถือกี่เปอร์เซ็นต์ของระบบ”
นี่คือการเปลี่ยนภาษาในสมอง
⸻
8. ใครได้ประโยชน์จริงจาก Fiat
ระบบ Fiat ไม่ได้ชั่ว
แต่มันเลือกข้าง
ผู้ได้ประโยชน์คือ:
• คนใกล้แหล่งพิมพ์เงิน
• คนเข้าถึงเครดิตก่อน
• คนที่ “รู้ก่อน ใช้ก่อน”
คนเสียเปรียบคือ:
• ผู้ใช้แรงงาน
• ผู้เก็บเงินสด
• ผู้เริ่มต้นช้า
นี่ไม่ใช่ความผิดใคร
แต่มันคือ โครงสร้าง
⸻
9. Bitcoin คือระบบวัดความมั่งคั่งใหม่
Bitcoin ไม่ได้วัดคุณค่าเป็น “จำนวนเงิน”
แต่วัดเป็น:
• สัดส่วน
• เวลา
• วินัย
ใครเข้าใจ:
• Relative Wealth ก่อน
• Supply ก่อน
• Dilution ก่อน
คนนั้นเริ่มเกมก่อน
แม้จะเริ่มด้วย 108 บาทก็ตาม
⸻
บทสรุปถึงแก่นที่สุด
Fiat สอนให้คุณแข่งกัน “วิ่งให้เร็วขึ้น”
Bitcoin สอนให้คุณถามว่า
ลู่วิ่งนี้กำลังยืดออกหรือเปล่า
และในโลกที่เงินถูกพิมพ์ไม่หยุด
ความมั่งคั่งที่แท้จริง
ไม่ใช่การมีมากกว่าใคร
แต่คือการ ไม่ถูกทำให้เหลือน้อยลง
⸻
ที่มาและกรอบความคิด
เรียบเรียง วิเคราะห์ และต่อยอด
จากแนวคิดเชิงโครงสร้างของ
Pong Pasavekin
#Siamstr #nostr #BTC #bitcoin