วิธีการทำหมั่นโถว mántou 馒头 ในแบบชนบทของจีน โดยทำจากแป้งสาลีเป็นวัตถุดิบหลักและเป็นหนึ่งในอาหารหลักประจำวันของชาวจีน และคลิปยุ้งฉางของประเทศจีน ในที่ราบภาคกลางหรือจงหยวน Zhōngyuán 中原 บนพื้นที่เพาะปลูกกว่า 90 ล้านหมู่ (ประมาณ 60,000 ตร.กม. หรือประมาณ 37,500,000 ไร่) คิดเป็นสัดส่วนหนึ่งในสี่ของผลผลิตข้าวสาลี Xiǎomài 小麦 ทั้งหมดของประเทศจีน

จงหยวน Zhōngyuán 中原 หรือที่ราบตอนกลาง หรือที่รู้จักกันในชื่อ หัวเซี่ย huáxià 华夏, จงถู่ zhōng tǔ 中土, จงโจว zhōngzhōu 中州 หมายถึงพื้นที่เขตเหอลั่ว hé luò 河洛 (เหอลั่วคือพื้นที่ระหว่างแม่น้ำเหลืองหรือฮวงโห 黄河 และแม่น้ำลั่ว 洛水 หรือ 洛河 โดยมีแอ่งลั่วหยางเป็นศูนย์กลาง ขยายไปถึงพื้นที่ต่างๆ) เป็นต้นน้ำลำธารตอนกลางและตอนล่างของแม่น้ำเหลืองที่อยู่ตรงกลาง เมื่อชาวต่างชาติพูดถึงพื้นที่อาศัยหลักของชาวฮั่น จะหมายถึงประเทศจีนโดยทั่วไปและแคบลงมาคือมณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน

จงหยวน แปลว่า ถิ่นทุรกันดารกลางโลก (แปลจากกูเกิ้ล) tiānxià zhì zhōng de yuányě 天下至中的原野 เป็นแหล่งกำเนิดของอารยธรรมจีนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของประชาชาติจีน huáxià mínzú 华夏民族 และถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของโลก ด้วยการรวมตัวกันอย่างยิ่งใหญ่ของประชาชาติจีนและการขยายตัวของอารยธรรมที่ราบตอนกลางทำให้ภูมิภาคที่ราบตอนกลางค่อยๆ แผ่ออกไปด้านนอก ขยายกลุ่มชาติพันธุ์ฮั่นและจีนโดยมีวัฒนธรรมที่ราบภาคกลางเป็นหลัก การแลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ และวัฒนธรรมของที่ราบภาคกลางครองตำแหน่งหลักในกระบวนการความหลากหลายและการบูรณาการของต้นกำเนิดของอารยธรรมจีน

ภูมิภาคที่ราบตอนกลางหรือจงหยวนเป็นภูมิภาคที่มีราชวงศ์เมืองหลวงมากที่สุด มีประวัติศาสตร์เมืองหลวงยาวนานที่สุด และมีเมืองหลวงโบราณมากที่สุดในประเทศจีน นับตั้งแต่ราชวงศ์เซี่ย มีราชวงศ์มากกว่า 20 ราชวงศ์ รวมถึงชาง โจว ฮั่น เหว่ย จิน ซุย ถัง และซ่ง และจักรพรรดิมากกว่า 300 พระองค์ ตั้งเมืองหลวงที่นี่หรือย้ายเมืองหลวงที่นี่ ที่ราบภาคกลางเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการคมนาคมของจีนมายาวนาน ตั้งแต่สมัยโบราณกล่าวว่า "ใครชนะที่ราบภาคกลางก็จะชนะโลก" 得中原者得天下 มีเพียงการแข่งขันในที่ราบภาคกลางเท่านั้นที่โลกจะสถาปนาได้

ยีสต์ หรือ ส่าเหล้า (อังกฤษ: yeast) คือ รากลุ่มหนึ่งที่ส่วนใหญ่เป็นเซลล์เดี่ยว มีรูปร่างหลายแบบ เช่น รูปร่างกลม รี สามเหลี่ยม รูปร่างแบบมะนาว ฝรั่ง เป็นต้น ส่วนใหญ่มีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ โดยวิธีการแตกหน่อ พบทั่วไปในธรรมชาติในดิน ในน้ำ ในส่วนต่างๆ ของพืช ยีสต์บางชนิดพบอยู่กับแมลง และในกระเพาะของสัตว์บางชนิด แต่แหล่งที่พบยีสต์อยู่บ่อยๆ คือแหล่งที่มีน้ำตาลความเข้มข้นสูง เช่น น้ำผลไม้ที่มีรสหวาน ยีสต์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มักจะปนลงไปในอาหาร เป็นเหตุให้อาหารเน่าเสียได้ ยีสต์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมาก มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส (eukaryotic micro-organisms) จัดอยู่ในกลุ่มจำพวกเห็ด รา (Fungi) มีทั้งที่เป็นประโยชน์และโทษต่ออาหาร มีการนำยีสต์มาใช้ประโยชน์นานมาแล้ว โดยเฉพาะการผลิตอาหารที่มีแอลกอฮอล์ จากคุณสมบัติที่มีขนาดเล็กมาก สามารถเพาะเลี้ยงให้เกิดได้ในเวลาอันรวดเร็ว และวิธีการไม่ยุ่งยาก ทำให้ยีสต์เริ่มมีบทบาทที่สำคัญในวงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยสามารถนำมาใช้เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงอาหารธรรมชาติที่สำคัญอีกทีหนึ่ง เช่น ไรแดง โรติเฟอร์ และอาร์ทีเมีย (วิกิพีเดีย ยีสต์)

credit 抖音

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.