มันเป็นเรื่องง่ายหากคุณจะยกย่องชาติผู้ชนะสงครามว่ามีคุณธรรมเหนือทั้งสิ้นด้วยประการทั้งปวง Narrative ความดีและความชั่วถูกเผยแผ่ทั่วสะพัดผ่านระบบการศึกษาในปัจจุบัน

ผู้คนเริ่มอ่อนแอและอ่อนไหวกับสัญลักษณ์ของเหล่านาซี หรือ ขบวนการฟาสซิส ในทุกวันนี้จากการเคลื่อนไหวการต่อต้านหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แต่กับให้คุณค่าและสามารถแสดงออกผ่านสัญลักษณ์ของค้อนและเคียวของเหล่าคอมมิวนิสต์และลัทธิสังคมนิยมที่ครอบครองความคิดของประชาชนยุโรป และ เอเชียตะวันออกเกือบทุกภาคส่วน

“เพราะผู้ที่ชนะสงครามไม่ใช่ จักวรรดิแต่เป็นลัทธิภายใต้การปกครองของจักวรรดินั้นๆ“

การหว่านเมล็ดพืชวงไปในพื้นดินสิ่งที่โตมาก็มาจากรากฐานของสิ่งนั้นๆ หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แนวคิดการช่วยเหลือเพื่อ ”มนุษยชน“ เริ่มผลิดอกออกผลจากผลกระทบของหลายๆภาคส่วน เมื่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมเริ่มถือกำเนิด และ เหล่าทาส บางส่วนที่ไม่สามารถยกระดับตัวเองให้พ้น หรือ เอาชีวิตในตลาด ณ ตอนนั้นได้

เมื่อรัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายทางการเงิน ผ่านระบบธนาคารกลางเพื่อมา subsidize รวมถึงเหล่าธนาคารที่พยายามสร้างธุรกิจที่เสกเงินขึ้นมาได้

สงครามโลกครั้งที่หนึ่งคือจุดเปลี่ยน เมื่อความขัดแย้งภายในประเทศและการดำเนินนโยบายของเหล่านายธนาคารผู้มั่งคั่ง ลงขันกันสนับสนุนการโค่นล้มกษัตริย์แห่งราชวงศ์โรมานอฟ และการรวมชาติแบบในปัจจุบันเริ่มต้นขึ้น

ประชาชนชาวปรัสเซีย และ ออสเตรีย-ฮังการี เริ่มแตกสลายกลายเป็นประเทศเล็กๆย่อยๆ อย่างที่เราเห็นในทุกวัน และ ทุกที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการสร้างชาติแบบที่เราเห็น

”Modern State” หรือ “รัฐชาติสมัยใหม่”

จุดกำเนิดที่ดูสวยหรูและดูดี ผ่านอุดมการณ์ “เพื่อคนในประเทศ” และผู้ปกครองระยะสั้นผ่านระบบการจัดสรรค์ผู้นำสมัยใหม่ “ประชาธิปไตย” การหลอกลวงได้เริ่มต้นขึ้นในยุโรป ขณะที่ประชาชนชาวรัสเซียเผชิญหายนะที่ร้ายแรงกว่านั้นจากวลาดิเมีย เลนิน ที่ถูกยกย่องจากกลุ่มผู้สนับสนุนจนนำไปสู่เผด็จการทางสังคมและเศรษฐกิจ

เพราะนักปกครองที่ขึ้นมาไม่ใช่ผู้ปกครอง แต่เป็นเพียงนักการเมือง

สภาวะสุญญากาศและเรื่องราวของความเป็น “มนุษย์” ผ่านทางศาสนาที่มีเทพเจ้าองค์เดียว เศรษฐกิจที่ควบคุมโดยรัฐ และ มนุษย์ผู้เกิดมาภายใต้ความอ่อนแอจำเป็นต้องหาทางดิ้นรน ซึ่งระดับชั้นทางสังคมสามารถกำหนดให้พวกเค้าเป็นได้มากที่สุดแค่เพียงพ่อค้า หรือ นักธุรกิจ

ทางด้านสหภาพโซเวียดชนชั้นนายทุนเกือบ 90% ถูกกวาดล้างไปจนหมด เหลือแต่ผู้ที่ไม่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศ และสิ่งที่ คาร์ล มาร์กซ์ทำนายไว้ได้เกิดขึ้นในด้าน การลดทอนคุณค่าของชนชั้นนายทุน มีเพียงข้าราชการและแรงงาน ซึ่งเหล่าข้าราชการก็มิสามารถสร้างการผลิตที่ดีได้ เช่นเดียวกันเหล่าแรงวานก็ไม่สามารถยกระดับความเป็นอยู่ได้จากศีลธรรมในช่วง 10 ปีให้หลังจากการปฏิวัติ และอุดมการณ์ทั้งหลายก็เกิดเป็นเพียงความฝัน…

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

เสรีภาพจงเจริญ.