
ภาพนี้แสดงแนวคิดเรื่อง การรักษาทุนหรือความมั่งคั่ง (Capital Preservation) โดยเปรียบเทียบระหว่างประเภทสินทรัพย์ต่างๆ และระยะเวลาที่สินทรัพย์เหล่านั้นสามารถรักษามูลค่าไว้ได้:
1. สินทรัพย์เพื่อการบริโภค (Consumption Assets) - 1 ปี
• ตัวอย่าง: รถยนต์, เรือยอชต์, หรือสินค้าที่ใช้แล้วเสื่อมสภาพ
• สินทรัพย์เหล่านี้มีมูลค่าลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากการใช้งานและการเสื่อมสภาพ
• มูลค่าโดยทั่วไปคงอยู่ได้เพียงช่วงสั้นๆ
2. สินทรัพย์ทุนแบบดั้งเดิม (Traditional Capital Assets) - 10–100 ปี
• ตัวอย่าง: อสังหาริมทรัพย์, ทองคำ, งานศิลปะ, หรือระบบกฎหมาย
• สินทรัพย์เหล่านี้สามารถรักษามูลค่าได้ในระยะยาว อาจนานหลายสิบปีหรือหลายศตวรรษ
• อย่างไรก็ตาม มูลค่าของสินทรัพย์เหล่านี้ยังคงถูกกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี หรือเงินเฟ้อ
3. ทุนดิจิทัล (Digital Capital) - 1,000+ ปี
• ตัวแทนในที่นี้คือ Bitcoin ซึ่งถูกมองว่าเป็นทุนดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อรักษามูลค่าในระยะยาวอย่างยิ่ง
• Bitcoin มีความพิเศษเพราะมีจำนวนจำกัด (21 ล้านเหรียญ), กระจายอำนาจ (Decentralized), และไม่เสื่อมสภาพเหมือนสินทรัพย์ทางกายภาพ
• ด้วยลักษณะเหล่านี้ Bitcoin จึงถูกมองว่าเป็น เครื่องมือเก็บออมในระยะยาว และเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ซึ่งในทางทฤษฎีสามารถรักษามูลค่าได้เป็นพันปี หากระบบบล็อกเชนและเครือข่ายยังคงมั่นคง
สรุป:
Bitcoin ถูกนำเสนอว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยรักษาความมั่งคั่งในระยะยาว โดยมีความเหนือกว่าสินทรัพย์แบบดั้งเดิมและสินทรัพย์เพื่อการบริโภคที่มูลค่าลดลงตามกาลเวลา
Cr. Jimmy Kostro
#Siamstr #nostr #bitcoinnews #bitcoin #BTC #finance