
🍊 Orange Pill: Bitcoin ในกรอบเศรษฐศาสตร์ออสเตรียน
เงิน เสรีภาพ และการแยกรัฐออกจากเงิน
⸻
บทนำ: ภาพที่ดูเหมือนมีม แต่ซ่อนทฤษฎีทั้งระบบ
ภาพ Bitcoiner ลอยอยู่เหนือแกนการเมือง
และภาพ “Dr. Satoshi’s Orange Pill”
ไม่ได้กำลังบอกว่า Bitcoin คืออุดมการณ์การเมือง
แต่กำลังบอกว่า
Bitcoin ปฏิเสธกรอบการเมืองทั้งหมด
เพราะมันย้อนกลับไปที่คำถามพื้นฐานกว่า:
‘เงินคืออะไร และใครควรควบคุมมัน’
นี่คือจุดตั้งต้นเดียวกับ เศรษฐศาสตร์ออสเตรียน
⸻
1️⃣ เงินไม่ใช่สิ่งที่รัฐ “สร้าง” แต่คือสิ่งที่ตลาด “เลือก”
เศรษฐศาสตร์ออสเตรียนปฏิเสธแนวคิดว่า
เงินเกิดจากกฎหมาย หรือพระราชกฤษฎีกา
Carl Menger
ผู้ก่อตั้งสำนักออสเตรียน อธิบายไว้ใน On the Origins of Money (1892) ว่า:
“Money did not come into existence by law.
It is not the product of a legislative act.”
เงินเกิดจาก กระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติของตลาด
สินค้าที่:
• แบ่งย่อยได้
• คงทน
• ขนย้ายง่าย
• เป็นที่ยอมรับกว้าง
จึงค่อย ๆ ถูกเลือกให้เป็นเงิน
👉 ทองคำชนะมาแล้วหนึ่งรอบ
👉 Bitcoin กำลังถูกทดสอบในยุคดิจิทัล
⸻
2️⃣ ปัญหาหลักของระบบปัจจุบัน: เงินที่ถูก “บิดเบือนด้วยหนี้”
เศรษฐศาสตร์ออสเตรียนชี้ว่า
ต้นตอของวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่ใช่ตลาดเสรี แต่คือการแทรกแซงเงิน
Ludwig von Mises
กล่าวไว้ใน Human Action ว่า:
“There is no means of avoiding the final collapse of a boom
brought about by credit expansion.”
เมื่อรัฐและธนาคารกลาง:
• พิมพ์เงิน
• กดดอกเบี้ย
• ขยายสินเชื่อเกินเงินออมจริง
ผลที่เกิดคือ:
• การลงทุนผิดพลาด (malinvestment)
• ฟองสบู่
• ความเหลื่อมล้ำ
• วัฏจักร boom–bust
นี่คือรากของ เงินเฟ้อ และ ดอกเบี้ยแท้จริงติดลบ
⸻
3️⃣ Bitcoin ตอบโจทย์ “เงินที่ไม่ถูกบิดเบือน”
Bitcoin ถูกออกแบบมา ตัดกลไกที่ออสเตรียนวิจารณ์ทั้งหมด
ระบบเดิม Bitcoin
เงินเพิ่มได้ตามนโยบาย จำนวนจำกัด 21 ล้าน
ต้องเชื่อใจรัฐ Trustless
ดอกเบี้ยถูกบิด อัตราดอกเบี้ยเกิดจากตลาด
หนี้นำเงิน เงินมาก่อนหนี้
Satoshi Nakamoto
ฝังข้อความไว้ใน Genesis Block:
“Chancellor on brink of second bailout for banks”
นี่ไม่ใช่เรื่องเทคนิค
แต่คือ แถลงการณ์ทางเศรษฐศาสตร์
⸻
4️⃣ “Orange Pill” คือการตื่นจาก Money Illusion
แนวคิด Money Illusion
คือการที่ผู้คนคิดว่า “ตัวเลขเพิ่ม = รวยขึ้น”
ทั้งที่อำนาจซื้อจริงลดลง
Friedrich Hayek
เตือนไว้ชัดเจนว่า:
“I don’t believe we shall ever have good money again
before we take it out of the hands of government.”
Orange Pill ไม่ได้ทำให้คน “รัก Bitcoin”
แต่ทำให้คน:
• เห็นว่าเงินเฟ้อคือภาษีเงียบ
• เห็นว่าดอกเบี้ยติดลบคือการปล้นผู้ออม
• เห็นว่ารัฐ ไม่เป็นกลาง ต่อเงิน
⸻
5️⃣ ทำไม Bitcoiner “ลอยเหนือแกนซ้าย–ขวา”
เศรษฐศาสตร์ออสเตรียน ไม่ใช่ซ้าย ไม่ใช่ขวา
• ซ้าย → ใช้เงินพิมพ์เพื่อสวัสดิการ
• ขวา → ใช้เงินพิมพ์เพื่ออุ้มทุน/สงคราม
แต่ Bitcoin ถามคำถามที่ลึกกว่า:
“ทำไมใครก็ตามควรมีอำนาจพิมพ์เงิน?”
เมื่อเงินเป็นกลาง:
• การเมืองถูกจำกัด
• หนี้ถูกจำกัด
• การโกงเชิงโครงสร้างลดลง
นี่คือเหตุผลที่ Bitcoiner “ไม่เล่นการเมือง”
แต่ รื้อรากของการเมือง
⸻
6️⃣ บทสรุปเชิงออสเตรียน (ตรงไปตรงมา)
Bitcoin ไม่ได้สัญญาว่าจะทำให้โลกดี
แต่สัญญาว่า จะไม่โกงเชิงระบบ
มันไม่รับประกันความยุติธรรม
แต่ยกเลิกอภิสิทธิ์ในการพิมพ์เงิน
และนั่นคือสิ่งที่เศรษฐศาสตร์ออสเตรียนเรียกว่า
เงินที่ซื่อสัตย์ (Sound Money)
⸻
7️⃣ เงินคือ “เครื่องมือถ่ายทอดเวลา” ไม่ใช่แค่สื่อแลกเปลี่ยน
เศรษฐศาสตร์กระแสหลักมองเงินเป็น:
• Medium of exchange
• Unit of account
• Store of value (พูดแบบผ่าน ๆ)
แต่ออสเตรียนมองลึกกว่านั้น
เงินคือ สะพานข้ามเวลา (Intertemporal Coordination)
Eugen von Böhm-Bawerk
ผู้พัฒนาทฤษฎี Time Preference อธิบายว่า:
มนุษย์ให้คุณค่ากับ “ปัจจุบัน” มากกว่า “อนาคต”
ดอกเบี้ยคือราคาของเวลา
ดังนั้น:
• เงินที่เสถียร → คนคิดระยะยาว
• เงินที่เสื่อมค่า → คนเร่งบริโภค
👉 เงินเฟ้อไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่คือการบิดเบือนพฤติกรรมมนุษย์
⸻
8️⃣ เงินเฟ้อ = การบังคับให้สังคม “สายสั้น”
เมื่อดอกเบี้ยแท้จริงติดลบ:
• ออม = โดนลงโทษ
• รอ = เสียเปรียบ
• คิดยาว = โง่ในเชิงระบบ
นี่คือสิ่งที่ออสเตรียนเรียกว่า
การทำลายโครงสร้างทุน (Capital Structure Destruction)
Roger Garrison
งานวิจัยของเขาแสดงว่า:
• ดอกเบี้ยต่ำเทียม → โครงสร้างการลงทุน “ยาวเกินจริง”
• เมื่อความจริงปรากฏ → bust หลีกเลี่ยงไม่ได้
Bitcoin แก้ตรงไหน?
• มัน ไม่สามารถ กดดอกเบี้ยได้
• ดอกเบี้ยต้องสะท้อน “การยอมรอจริง”
⸻
9️⃣ Bitcoin กับ Time Preference: งานวิจัยที่เริ่มปรากฏ
แม้ Bitcoin ยังใหม่
แต่งานเชิงพฤติกรรมเริ่มชี้ไปในทิศเดียวกัน
งานศึกษาด้าน Behavioral Economics (หลังปี 2019) พบว่า:
• ผู้ถือสินทรัพย์ที่ “คาดว่ามูลค่าเพิ่มตามเวลา”
มี อัตราการบริโภคฉับพลันต่ำกว่า
• มีแนวโน้มวางแผนระยะยาวมากกว่า
ในชุมชน Bitcoin เรียกสิ่งนี้ว่า
Low Time Preference Culture
ซึ่ง ตรงข้ามโดยตรง กับวัฒนธรรมเงินเฟ้อ
⸻
🔟 จาก Fractional Reserve → สู่ “ความจริงทางบัญชี”
ระบบธนาคารปัจจุบัน:
• เงินฝาก ≠ เงินของคุณจริง
• เป็นเพียง IOU
• เงินเดียวถูกปล่อยกู้ซ้ำหลายชั้น
Jesús Huerta de Soto
ใน Money, Bank Credit, and Economic Cycles
เขาอธิบายว่า:
Fractional reserve banking is legally privileged fraud.
Bitcoin เปลี่ยนกติกานี้:
• Self-custody = ถือจริง
• No rehypothecation โดยโครงสร้าง
• เงินหนึ่งหน่วย = หนึ่งหน่วยเสมอ
นี่ไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี
แต่คือ จริยธรรมของเงิน
⸻
11️⃣ “Separation of Money and State” ไม่ใช่อุดมการณ์ แต่คือบทเรียนประวัติศาสตร์
ออสเตรียนไม่ได้เริ่มจากความเกลียดรัฐ
แต่เริ่มจาก ข้อมูลจริง
Milton Friedman
(แม้ไม่ใช่ออสเตรียนแท้ แต่เห็นตรงจุดนี้) กล่าวว่า:
“Inflation is taxation without legislation.”
Bitcoin ทำให้:
• การเก็บภาษีผ่านเงินเฟ้อ = ทำไม่ได้
• สงครามผ่านการพิมพ์เงิน = แพงทันที
• นโยบายประชานิยม = ต้องจ่ายจริง
นี่คือเหตุผลที่ Bitcoin
ไม่ต้องโฆษณา แต่ถูกต่อต้าน
⸻
12️⃣ ภาพ Bitcoiner เหนือแกนการเมือง: ความหมายที่แท้จริง
ภาพนั้นไม่ได้บอกว่า:
“Bitcoin ดีกว่าอุดมการณ์อื่น”
แต่มันบอกว่า:
“ทุกอุดมการณ์ล้มเหลว เมื่อควบคุมเงินได้”
Bitcoin ไม่สัญญาสังคมยูโทเปีย
แต่มัน ตัดปุ่มโกง
⸻
13️⃣ บทสรุปสุดท้ายแบบออสเตรียน (ไม่ปลอบใจ)
Bitcoin ไม่ได้แก้ความโลภมนุษย์
แต่หยุดไม่ให้ความโลภถูกขยายด้วยเครื่องพิมพ์เงิน
มันไม่ทำให้คนดี
แต่มันทำให้การโกงเชิงโครงสร้างแพงมาก
และนั่นคือสิ่งสูงสุดที่ “เงิน” ควรทำได้
⸻
14️⃣ เศรษฐศาสตร์ออสเตรียน = วิทยาศาสตร์ของ “การเลือก”
จุดแตกหักระหว่างออสเตรียนกับเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก
ไม่ได้อยู่ที่ ตัวเลข
แต่อยู่ที่ วิธีมองมนุษย์
Ludwig von Mises
เสนอศาสตร์ที่เรียกว่า Praxeology — วิทยาศาสตร์แห่งการกระทำมนุษย์
“Human action is purposeful behavior.”
มนุษย์:
• เลือก
• ประเมิน
• คาดหวัง
• ผิดพลาดได้
ดังนั้น:
• เศรษฐกิจ ≠ เครื่องจักร
• เงิน ≠ ปุ่มควบคุม
• ดอกเบี้ย ≠ คันโยกนโยบาย
👉 ทุกการแทรกแซงเงิน คือการแทรกแซงการเลือกของมนุษย์
⸻
15️⃣ เงินเฟ้อ = การบิดเบือน “สัญญาณศีลธรรม”
ออสเตรียนมองราคาว่าเป็น ภาษา
ราคาบอกว่า:
• อะไรขาดแคลน
• อะไรฟุ่มเฟือย
• อะไรควรผลิต
• อะไรควรหยุด
เมื่อเงินถูกพิมพ์:
• ราคาโกหก
• กำไรปลอม
• ความเสี่ยงถูกซ่อน
Friedrich Hayek
ในบทความ The Use of Knowledge in Society ชี้ว่า:
ระบบราคาคือกลไกประสานความรู้ที่ไม่มีใครควบคุมได้ทั้งหมด
เงินเฟ้อจึงไม่ใช่แค่ปัญหาเศรษฐกิจ
แต่คือ ปัญหาศีลธรรมเชิงระบบ
เพราะมันทำให้ “การตัดสินใจผิด” ดูเหมือน “ถูก”
⸻
16️⃣ Bitcoin = เงินที่ “ไม่สัญญาอนาคต”
Fiat money:
• สัญญาว่าจะเสถียร
• สัญญาว่าจะคุมเงินเฟ้อ
• สัญญาว่าจะรักษามูลค่า
แต่สัญญาเหล่านี้ ไม่ผูกมัดใครจริง
Bitcoin กลับตรงกันข้าม:
• ไม่สัญญา
• ไม่รับประกัน
• ไม่ปลอบใจ
มันแค่พูดว่า:
“กติกานี้เปลี่ยนไม่ได้”
Satoshi Nakamoto
ไม่เคยสัญญาว่า Bitcoin จะราคาเพิ่ม
แต่สัญญาแค่ว่า:
• supply เปลี่ยนไม่ได้
• กติกาโปร่งใส
• ไม่มีใครพิเศษ
นี่คือ ความซื่อสัตย์แบบออสเตรียน
⸻
17️⃣ Time Preference กับ “กรรมทางเศรษฐกิจ”
ในเชิงลึก
Time Preference คือรากของ “กรรม”
• เลือกเสพวันนี้ → ผลระยะสั้น
• เลือกอดทน → ผลระยะยาว
• กดดอกเบี้ย → บังคับกรรมหมู่
ระบบเงินเฟ้อ:
• ให้รางวัลกับหนี้
• ลงโทษความอดทน
• เร่งการบริโภค
Bitcoin:
• ให้รางวัลกับการรอ
• ลงโทษการใช้เกินตัว
• บังคับให้รับผลการเลือกของตน
นี่คือเหตุผลที่ Bitcoiner มักพูดว่า
“Bitcoin teaches you responsibility.”
ไม่ใช่ศีลธรรมเชิงเทศนา
แต่คือ ศีลธรรมเชิงโครงสร้าง
⸻
18️⃣ ทำไม Bitcoin “ไม่เมตตา” แต่ยุติธรรม
รัฐสมัยใหม่ใช้เงินเพื่อ “ช่วย”
• อุ้มธนาคาร
• อุ้มตลาด
• อุ้มความผิดพลาด
ออสเตรียนมองว่า:
การไม่ปล่อยให้ล้ม คือการสะสมความผิดพลาด
Bitcoin ไม่ช่วยใคร:
• ลืม private key = จบ
• โกง = ธุรกรรมไม่ผ่าน
• คิดผิด = แบกรับเอง
นี่ดูโหด
แต่คือ ความยุติธรรมแบบไม่เลือกหน้า
⸻
19️⃣ ภาพ Orange Pill = พิธี “ถอนอวิชชา”
Orange Pill ไม่ใช่การเชียร์เหรียญ
แต่คือการ:
• ถอน Money Illusion
• ถอนศรัทธาในผู้คุมระบบ
• ถอนความหวังว่ารัฐจะช่วยแก้ปัญหาเงิน
เมื่อถอนแล้ว:
• คนเริ่มถามคำถามยาก
• เริ่มคิดระยะยาว
• เริ่มรับผิดชอบชีวิตตน
นี่คือเหตุผลที่ Orange Pill
ไม่ถูกแจกโดยรัฐ
⸻
20️⃣ บทสรุประดับแก่น (ตรงที่สุด)
Bitcoin ไม่ได้เสนอระบบที่ดีที่สุด
แต่มันปิดทางลัดที่เลวร้ายที่สุด
มันไม่ทำให้โลกยุติธรรม
แต่มันทำให้ความอยุติธรรม “ซ่อนยาก”
และนั่นคือทั้งหมดที่เงินควรเป็น
#Siamstr #nostr #BTC #bitcoin