Replying to Avatar OrangepillmasteR

กาแฟดี แช่น้ำเฉยๆ ก็อร่อย(Immersion) วันก่อนโน้นแนะนำพี่พฤก ทาง DM ไป ว่าลองแช่กาแฟดื่มก่อนก็ได้ครับ ข้อดีของวิธีการนี้คือ ผู้ทำไม่ต้องมีความชำนาญในการสกัด ตัวแปรในครั้งนี้คือ

1. ประมาณกาแฟ ครั้งนี้ผมใช้ 18.8 g (ไม่จำเป็นต้องเท่าผมก็ได้นะ)

2. บดผงกาแฟขนาดประมาณ น้ำตาลทรายแดง

3. Ratio น้ำต่อกาแฟ 1:12 เท่ากับใช้นำ ประมาณ 225 +- ได้ครับนิดหน่อย

4. เวลาในการสกัด 3 นาที

5. อุณหภูมิน้ำตอนเท 92c

มาเริ่มกันครับ ชั่งกาแฟ>>บดกาแฟ>>เทน้ำใส่>>รอ 3 นาที>> กรองออก จบแล้วครับ ☕️🤣

มาถึงขั้นตอนการดื่ม มาฝึกสกิลลิ้นทองกัน

(แพร้บๆๆ) 😝

-ผมจะไกด์ไลน์บางตัวแปรที่มันปรับง่ายๆนะ-

แนะนำว่าปรับที่ละตัวแปร

☕️ หากว่าดื่มแล้วกาแฟบางไปไม่เข้มข้น(การสกัดเนื้อกาแฟลงให้ละลายในน้ำ)

>> เพิ่มปริมาณกาแฟ เป็น 20g หรือ 22g

>> บดกาแฟละเอียดขึ้น

>> ลด Ratio น้ำต่อกาแฟลงมาเหลือ 1:10 หรือ 1:8

>> เพิ่มเวลาแช่กาแฟ

>> เพิ่มอุณหภูมิน้ำ

แต่ถ้าหากว่าน้ำกาแฟที่ทำแล้วเข้มข้นเกินไป ให้ปรับตัวแปรตรงข้ามกับไกด์ไลน์ด้านบน ทีละตัวแปร!!

ไกด์ไลน์พูดถึงแค่เรื่องการสกัด ไม่ได้ลึกลงไปถึงรสชาติ แต่ว่าถ้าสกัดได้ดี รสชาติก็ออกมาดื่มได้แล้วล่ะครับ

ปล.อายุของเมล็ดกาแฟที่คั่วแล้วก็มีผลนะ หรือถ้ากาแฟที่เปิดซองไว้นานแล้ว รสชาติก็จะเฟดไปอีก

มีอะไรสอบถามได้เลยนะครับ ยินดีตอบให้เท่าที่รู้

ไว้มาแชร์ขอมูลเกี่ยวกับกาแฟใหม่ครับ^^ #siamstr #coffeechain

สืบเนื่องจากโพสนี้ เราก็นึกได้ว่า เราไม่เคยแชร์อะไรเกี่ยวกับกาแฟเลยนี่หว่า ชื่อเอสเย็นแท้ๆ 😅

อนึ่ง ผมกินกาแฟดำครับ แต่ชื่อเอสเย็นมันเท่ดี

เรื่องคือช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาผมได้กาแฟเป็นของขวัญปีใหม่ แต่กาแฟที่ได้นั้นเป็นแบบคั่วเข้มปึ๊ด แถมบดซะละเอียด เท่านั้นไม่พอ เป็นกาแฟเก่าค้างสต๊อกอีก เป็นกาแฟที่ผมไม่มีวันจะหยิบมากินแน่ๆ 
แต่จะทิ้งไปก็ดูจะหักหาญน้ำใจคนให้เกินไปหน่อย ก็เลยคิดได้ว่า Cold Brew หรือ สกัดเย็นมันน่าจะได้อยู่ เลยลองทำกินดูแต่มันเวิร์คแฮะ เลยจะมาแบ่งปันเผื่อใครอยากจะไปลองทำดูบ้าง

เริ่มเลย อุปกรณ์ หลักๆเลยมีแค่ ขวดน้ำ กับ ผ้าขาวบางไว้กรองกาแฟ หรือใครจะใช้อะไรที่แอดวานซ์กว่านั้นก็ตามสะดวกโยธิน

ที่สำคัญคือเมล็ดกาแฟ ถ้ากาแฟดีทำอะไรก็อร่อย เคี้ยวเมล็ดเฉยๆยังอร่อยเลย !

กาแฟโดยทั่วไป แบ่งได้คร่าวๆ เป็นสามระดับ คือ คั่วอ่อน กลาง เข้ม 
ยิ่งคั่วนานขึ้น(เข้ม) พวกสาร กลิ่น ต่างๆจะระเหยไปเรื่อยๆ

จนสุดท้ายสิ่งที่เหลืออยู่คือความว่างเปล่า นี่ ปรัชญาก็มา

เอาง่ายๆ ถ้าคั่วอ่อน ความเป็นเชอร์รี่ของกาแฟก็จะเหลือเยอะ ทำให้มีกลิ่นและรสชาติแตกต่างกันไปตามแหล่งเพาะปลูกและการหมัก (แต่เดี๋ยวนี้มีกาแฟแต่งกลิ่นด้วยนะ)

ทีนี้สิ่งที่เรามีคือ กาแฟคั่วเข้มแบบบดละเอียด(ที่ปกติจะใช้ทำกาแฟแมชชีน) กาแฟที่ได้มันต้องออกไปโทนแบบขมเข้มเต็มรสชาติแน่ๆ เพราะฉะนั้นเราทำเป็นหัวเชื้อแล้วค่อยไปผสมน้ำน่าจะดีกว่า

วิธีทำก็ง่ายแสนง่าย

1.เทผงกาแฟลงในขวด 100g / น้ำ 1 ลิตร คิดเป็นอัตราส่วน 1:10

2.นำไปแช่ตู้เย็น 8 ชั่วโมง

3.กรองกาแฟที่สกัดไว้ จำไม่ได้ล่ะว่ามันเหลือน้ำกาแฟจริงๆเท่าไหร่ แต่ก็พอกินไป 3-4 วัน

แถม วิธีคิดสำหรับใครจะหัดชงกาแฟกินเอง

-การบดกาแฟ ยิ่งละเอียด การสกัดจะมากขึ้น พวกรสชาติ กลิ่นหอมต่างๆจะออกดีขึ้น

-ratio หรื อัตราส่วน เลขยิ่งน้อย กาแฟจะเข้มขึ้น

-ผงกาแฟสัมผัสน้ำนาน การสกัดจะมากขึ้นตาม

ลองไปปรับใช้ดู ค่อยๆปรับทีละตัว จนเจอสูตรของตัวเองครับ

ขอให้สนุกกับการดื่มกาแฟครับ

จบล่ะ

ใครสงสัยตรงไหนถามได้เลย หรือมีสูตรอะไรแนะนำก็ยินดีเลยครับ

ตอนนี้ขอเวลาไปจิบเบียร์เย็นๆก่อน สวัสดีครับ 🍻

#siamstr #coffeechain

nostr:note1y0x03x9yjvcpmfc29z59pephkkuhhasxsfhqpec6n0wukfwex35qq6nzqy

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

เริ่มด้วยกาแฟ จบด้วยเบียร์เฉย