สืบเนื่องจากโพสนี้ เราก็นึกได้ว่า เราไม่เคยแชร์อะไรเกี่ยวกับกาแฟเลยนี่หว่า ชื่อเอสเย็นแท้ๆ 😅
อนึ่ง ผมกินกาแฟดำครับ แต่ชื่อเอสเย็นมันเท่ดี
เรื่องคือช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาผมได้กาแฟเป็นของขวัญปีใหม่ แต่กาแฟที่ได้นั้นเป็นแบบคั่วเข้มปึ๊ด แถมบดซะละเอียด เท่านั้นไม่พอ เป็นกาแฟเก่าค้างสต๊อกอีก เป็นกาแฟที่ผมไม่มีวันจะหยิบมากินแน่ๆ แต่จะทิ้งไปก็ดูจะหักหาญน้ำใจคนให้เกินไปหน่อย ก็เลยคิดได้ว่า Cold Brew หรือ สกัดเย็นมันน่าจะได้อยู่ เลยลองทำกินดูแต่มันเวิร์คแฮะ เลยจะมาแบ่งปันเผื่อใครอยากจะไปลองทำดูบ้าง
เริ่มเลย อุปกรณ์ หลักๆเลยมีแค่ ขวดน้ำ กับ ผ้าขาวบางไว้กรองกาแฟ หรือใครจะใช้อะไรที่แอดวานซ์กว่านั้นก็ตามสะดวกโยธิน
ที่สำคัญคือเมล็ดกาแฟ ถ้ากาแฟดีทำอะไรก็อร่อย เคี้ยวเมล็ดเฉยๆยังอร่อยเลย !
กาแฟโดยทั่วไป แบ่งได้คร่าวๆ เป็นสามระดับ คือ คั่วอ่อน กลาง เข้ม ยิ่งคั่วนานขึ้น(เข้ม) พวกสาร กลิ่น ต่างๆจะระเหยไปเรื่อยๆ
จนสุดท้ายสิ่งที่เหลืออยู่คือความว่างเปล่า นี่ ปรัชญาก็มา
เอาง่ายๆ ถ้าคั่วอ่อน ความเป็นเชอร์รี่ของกาแฟก็จะเหลือเยอะ ทำให้มีกลิ่นและรสชาติแตกต่างกันไปตามแหล่งเพาะปลูกและการหมัก (แต่เดี๋ยวนี้มีกาแฟแต่งกลิ่นด้วยนะ)
ทีนี้สิ่งที่เรามีคือ กาแฟคั่วเข้มแบบบดละเอียด(ที่ปกติจะใช้ทำกาแฟแมชชีน) กาแฟที่ได้มันต้องออกไปโทนแบบขมเข้มเต็มรสชาติแน่ๆ เพราะฉะนั้นเราทำเป็นหัวเชื้อแล้วค่อยไปผสมน้ำน่าจะดีกว่า
วิธีทำก็ง่ายแสนง่าย
1.เทผงกาแฟลงในขวด 100g / น้ำ 1 ลิตร คิดเป็นอัตราส่วน 1:10
2.นำไปแช่ตู้เย็น 8 ชั่วโมง
3.กรองกาแฟที่สกัดไว้ จำไม่ได้ล่ะว่ามันเหลือน้ำกาแฟจริงๆเท่าไหร่ แต่ก็พอกินไป 3-4 วัน
แถม วิธีคิดสำหรับใครจะหัดชงกาแฟกินเอง
-การบดกาแฟ ยิ่งละเอียด การสกัดจะมากขึ้น พวกรสชาติ กลิ่นหอมต่างๆจะออกดีขึ้น
-ratio หรื อัตราส่วน เลขยิ่งน้อย กาแฟจะเข้มขึ้น
-ผงกาแฟสัมผัสน้ำนาน การสกัดจะมากขึ้นตาม
ลองไปปรับใช้ดู ค่อยๆปรับทีละตัว จนเจอสูตรของตัวเองครับ
ขอให้สนุกกับการดื่มกาแฟครับ
จบล่ะ
ใครสงสัยตรงไหนถามได้เลย หรือมีสูตรอะไรแนะนำก็ยินดีเลยครับ
ตอนนี้ขอเวลาไปจิบเบียร์เย็นๆก่อน สวัสดีครับ 🍻
#siamstr #coffeechain
nostr:note1y0x03x9yjvcpmfc29z59pephkkuhhasxsfhqpec6n0wukfwex35qq6nzqy
