🪙 จากกระปุกสู่บิทคอยน์: ผมออมเพื่อรักษาคุณภาพของมิตรภาพ
ผมเป็นคนธรรมดาที่ชอบออมเงิน
ไม่ใช่ออมเพื่อรวย ไม่ใช่เพราะมีเป้าหมายยิ่งใหญ่
แต่ผมออมเพราะ “ผมอยากเลี้ยงเพื่อน”
ย้อนกลับไปสมัยเด็ก ๆ ผมจะหยอดกระปุกทุกวัน วันละไม่กี่บาท
ไม่เคยขาด…เพราะรู้ว่า ปลายปีจะได้ทุบกระปุก
แล้วเอาเงินทั้งหมดนั้นไปเลี้ยงเพื่อนในวันรวมตัวสิ้นปี
ร้านอาหารริมทาง โต๊ะใหญ่ ๆ กับเพื่อนฝูงหลายคน อาหารเต็มโต๊ะ เสียงหัวเราะเต็มร้าน
มันคือความสุขง่าย ๆ ที่ผมรู้สึกว่า “เงินออมของผมมีพลัง”
แต่พอเวลาผ่านไป…ผมเริ่มรู้สึกบางอย่างเปลี่ยนไป
เงินจำนวนเท่าเดิมที่เคยหยอดทุกวัน วันนี้มัน “ไม่มีพลัง” เท่าเดิมอีกแล้ว
อาหารเต็มโต๊ะ กลายเป็นกับข้าว 2 อย่าง
จากเสียงหัวเราะยาว ๆ ทั้งคืน กลายเป็นมื้อที่จบเร็วกว่าปกติ เพราะเราต้อง “ประหยัด”
ผมเริ่มตั้งคำถามว่า:
เกิดอะไรขึ้นกับเงินของผม? ผมทำผิดอะไร? ทำไมคนที่ออมถึงรู้สึกเหมือนถูกลงโทษ?
คำตอบที่ผมได้ไม่ใช่อะไรซับซ้อนเลยครับ
คำว่า “เงินเฟ้อ” ที่เราได้ยินบ่อย ๆ นั่นแหละ คือคำตอบ
โลกเราผลิตเงินออกมาเรื่อย ๆ
ของแพงขึ้น แต่เงินในกระปุกผม…ยังเท่าเดิม
ผมไม่ได้ฝันอยากเป็นเศรษฐี ผมแค่อยากเลี้ยงเพื่อนชุดเดิม ด้วยอาหารชุดเดิม
แต่ดูเหมือน…ในโลกการเงินแบบเดิม สิ่งเล็ก ๆ แบบนั้นยัง “รักษาไว้ไม่ได้”
จนวันหนึ่ง…ผมหันไปเจอบิทคอยน์ (Bitcoin)
ผมไม่ได้เข้าใจมันลึกซึ้งในตอนแรก
แค่รู้ว่ามันเป็นเงินดิจิทัล ที่ “มีจำกัด”
มันไม่มีใครสามารถพิมพ์เพิ่มได้แบบเงินบาทหรือดอลลาร์
และที่สำคัญ…มันถูกออกแบบมาเพื่อ “ต้านเงินเฟ้อ”
ผมลองเริ่มด้วยวิธีที่ผมถนัดที่สุด:
ออมวันละ 100 บาท
ตอนนั้นราคาบิทคอยน์อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท
ผมซื้อวันละ 100 บาทตามเดิม แล้วผมก็คิดเล่น ๆ ว่า…
ถ้ามันแตะ 2 ล้าน จะเพิ่มเป็น 200 บาท/วัน
ถ้า 3 ล้าน จะออม 300 บาท/วัน
ผมตั้งใจจะ “ท้าทายตัวเอง” เพราะคิดว่ามันคงนานกว่าจะขึ้นขนาดนั้น…
แต่ผมคิดผิดครับ…
ราคามันขึ้นเร็วกว่าที่ผมตั้งตัวทัน
ทุกวันนี้ผมเริ่มหนักใจแล้วว่า…
“ถ้าบิทคอยน์ขึ้นถึง 10 ล้าน ผมต้องออมวันละ 1,000 บาทเหรอ!? ผมตายแน่!” 😅
แต่ถึงจะพูดเล่นแบบนั้น
ผมก็ยังไม่หยุดออม
เพราะเป้าหมายของผมยังเหมือนเดิม
ผมไม่ได้หวังว่าจะรวยเป็นล้านจากบิทคอยน์
แต่ผมหวังว่า…ในอีก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า
ผมจะยังสามารถเลี้ยงเพื่อนด้วยอาหารชุดเดิม บนโต๊ะเดิม และเสียงหัวเราะเดิม
และถ้ากระเป๋าบิทคอยน์ของผม จะช่วยรักษาคุณภาพของมิตรภาพนั้นไว้ได้
ผมก็พร้อมจะ “หยอด” มันทุกวัน
เหมือนที่เคยหยอดกระปุกตอนเด็ก ๆ
เพราะสุดท้าย…การออมไม่ใช่แค่เรื่องของ “เงิน”
แต่มันคือการ “รักษาคุณค่า” บางอย่างในชีวิต
ที่เราไม่อยากให้มันหายไป
แม้โลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม จบข่าว