จิตวิทยาสายเม่า EP.9 Asymmetry of Gain and Loss Function

Asymmetry of Gain and Loss Function หรือ เป็นแนวคิดในพฤติกรรมศาสตร์ที่มาจาก ทฤษฎีโอกาส (Prospect Theory) โดย Daniel Kahneman และ Amos Tversky ซึ่งอธิบายว่าเม่าให้ความสำคัญและมุมมองจากผลกระทบที่ได้จาก "กำไร" และ "ขาดทุน" อย่างไม่เท่ากัน

แกนหลักของแนวคิด

อคติในมุมมองของความสูญเสีย (Loss Aversion):มนุษย์ให้ "น้ำหนักทางอารมณ์" ต่อการขาดทุนมากกว่าการได้กำไรในระดับเดียวกัน เช่น การสูญเสียเงิน $100 ทำให้รู้สึกแย่มากกว่าการได้กำไร $100 ทำให้รู้สึกดี

Asymmetry (ความไม่สมมาตร)

ผลกระทบต่อการตัดสินใจ:เมื่อเผชิญหน้ากับการเลือกที่มีโอกาสขาดทุน เม่ามักหลีกเลี่ยงแม้จะมีโอกาสได้กำไรที่คุ้มค่า

แต่ในสถานการณ์ที่ต้องรับความเสี่ยงเพื่อลดการขาดทุน เช่น การพนันเพื่อ "เอาทุนคืน" ผู้คนกลับยอมรับความเสี่ยงสูงขึ้น #ชอบถัว

ความไม่สมมาตรระหว่าง Gain และ Loss:กำไร (Gain): ผู้คนมักระมัดระวัง (Risk-Averse) และหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เพราะกำไรที่เพิ่มขึ้นให้ความสุขลดน้อยลง

ขาดทุน (Loss): ผู้คนมักรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือชดเชยการสูญเสีย (Risk-Seeking)

ตัวอย่างในชีวิตจริง

การลงทุน:นักลงทุนมัก "ขายเร็ว" สำหรับหุ้นที่กำไรเล็กน้อย เพราะกลัวว่าจะสูญเสียกำไร (Risk Averse in Gains)

แต่เมื่อติดหุ้นขาดทุน มักจะถือหุ้นต่อหรือเพิ่มการลงทุน หวังให้ราคาฟื้นตัว (Risk Seeking in Losses)

การตลาด:ผู้ขายมักใช้อารมณ์ "กลัวการสูญเสีย" (Fear of Missing Out - FOMO) เช่น โฆษณาที่ว่า “ซื้อวันนี้ลดพิเศษ 50% เฉพาะ 3 วันเท่านั้น” ซึ่งมุ่งเน้นการกระตุ้นด้านการขาดทุนมากกว่าการได้กำไร

คาสิโนหรือการพนัน:คนที่เริ่มขาดทุนมักจะเดิมพันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อพยายามคืนทุน แม้รู้ว่าเสี่ยงที่จะสูญเสียมากขึ้นไปอีก

Asymmetry of Gain and Loss Function เป็นผลกระทบจาก Loss Aversion ที่ทำให้มนุษย์มองความสูญเสียว่าสำคัญกว่าความได้กำไร แม้จะมีมูลค่าเท่ากัน อคตินี้ส่งผลต่อการตัดสินใจอย่างมากในด้านการลงทุน การตลาด หรือชีวิตประจำวัน การลดอคตินี้ต้องอาศัยการพิจารณาปัจจัยอย่างเป็นระบบ แทนการปล่อยให้อารมณ์หรือความกลัวกำหนดการตัดสินใจ

#siamsr #psychologyoftrade

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.