‼️ความแตกต่างของ Libertarians กับ Anarchists

และวัฏจักรการล่มสลายทางการเมือง

Libertarians และ Anarchists มีจุดร่วมในแนวคิดเกี่ยวกับเสรีภาพและการต่อต้านการควบคุมจากรัฐ แต่พวกเขามี จุดมุ่งหมายและวิธีการที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อการจัดระเบียบสังคมในระยะยาว

1. มุมมองต่อรัฐ

• Libertarians:

• เชื่อว่ารัฐควรมีอยู่ แต่ควรมีบทบาทจำกัดให้น้อยที่สุด เช่น การป้องกันประเทศ การบังคับใช้กฎหมาย และการคุ้มครองทรัพย์สินส่วนบุคคล

• ตัวอย่าง:

Libertarians สนับสนุนการใช้ Bitcoin เพื่อปกป้องเสรีภาพทางการเงิน เนื่องจาก Bitcoin ไม่ขึ้นอยู่กับการควบคุมของรัฐหรือธนาคารกลาง พวกเขาเชื่อว่าการลดอำนาจรัฐในเรื่องเศรษฐกิจจะช่วยส่งเสริมเสรีภาพส่วนบุคคล

• Anarchists:

• ปฏิเสธการมีอยู่ของรัฐโดยสิ้นเชิง เพราะมองว่ารัฐเป็นเครื่องมือของการกดขี่

• ตัวอย่าง:

Anarchists อาจใช้ Bitcoin เช่นเดียวกัน แต่พวกเขามุ่งเป้าไปที่การล้มล้างโครงสร้างรัฐทั้งหมดและเชื่อว่าสังคมสามารถดำรงอยู่ได้ด้วยความร่วมมือแบบไร้ผู้นำ เช่น ชุมชนที่ปกครองตนเองผ่านฉันทามติ

2. ระบบเศรษฐกิจ

• Libertarians:

• สนับสนุนระบบทุนนิยมเสรี (Free-market capitalism) ที่รัฐไม่เข้ามาแทรกแซง เช่น ลดภาษี ลดกฎระเบียบ

• ตัวอย่าง:

Libertarians อาจเสนอให้รัฐลดการควบคุมตลาด เช่น ยกเลิกการกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ หรือเปิดโอกาสให้บริษัทแข่งขันกันโดยเสรี เพื่อสร้างความมั่งคั่งโดยไม่ถูกจำกัด

• Anarchists:

• แนวคิดทางเศรษฐกิจของพวกเขาหลากหลาย เช่น Anarcho-communism (ทรัพย์สินส่วนรวม) หรือ Anarcho-syndicalism (ความร่วมมือของแรงงาน)

• ตัวอย่าง:

Anarchists อาจตั้งระบบเศรษฐกิจในชุมชนที่ไม่มีเจ้าของทรัพย์สินส่วนบุคคล ทุกคนใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น การสร้างสหกรณ์อาหารที่ไม่มีระบบเงินตรา

3. การจัดระเบียบสังคม

• Libertarians:

• มองว่าการจัดระเบียบควรเป็นหน้าที่ของตลาดเสรีและปัจเจกชน รัฐควรทำหน้าที่แค่บังคับใช้กฎหมายขั้นพื้นฐาน

• ตัวอย่าง:

การพัฒนาสังคมที่ป้องกันอาชญากรรมโดยไม่พึ่งตำรวจ เช่น การว่าจ้างบริษัทเอกชนที่ให้บริการด้านความปลอดภัย

• Anarchists:

• เชื่อในสังคมไร้ผู้นำ โดยมุ่งเน้นการตัดสินใจร่วมกันของชุมชนผ่านฉันทามติ

• ตัวอย่าง:

การรวมตัวของชุมชนเพื่อแก้ปัญหาโดยไม่พึ่งศาลรัฐ เช่น การตั้งกลุ่มไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสิน

4. วัฏจักรของการล่มสลายทางการเมือง

ก. รัฐมีอำนาจมากเกินไป

ในช่วงที่รัฐมีอำนาจมากเกินไป เช่น การเก็บภาษีสูง การควบคุมชีวิตประจำวันของประชาชน หรือการใช้อำนาจในทางที่ผิด กลุ่ม Libertarians มักจะเรียกร้องให้ ลดบทบาทของรัฐ

• ตัวอย่างในปัจจุบัน:

การใช้ Bitcoin หรือเทคโนโลยี Web3 เพื่อลดการพึ่งพาสถาบันการเงินและการกำกับดูแลจากรัฐ

ข. การลดอำนาจรัฐ

เมื่ออำนาจรัฐลดลงและประชาชนมีเสรีภาพมากขึ้น สังคมอาจเข้าสู่ช่วงของการ อยู่ดีกินดี ที่เสรีภาพส่วนบุคคลและเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง

• ตัวอย่าง:

การเติบโตของระบบเศรษฐกิจแบบไร้ตัวกลาง (Decentralized economy)

ค. การเรียกร้องให้รัฐกลับมา

เมื่อสังคมอยู่ดีกินดี ประชาชนบางส่วนอาจเริ่มรู้สึกว่าต้องการ รัฐ เพื่อจัดระเบียบหรือรับมือกับปัญหาที่เกิดจากเสรีภาพที่ไม่มีข้อจำกัด เช่น ความเหลื่อมล้ำหรืออาชญากรรม

• ตัวอย่าง:

การออกกฎหมายใหม่เพื่อควบคุมตลาดคริปโต หรือการตั้งหน่วยงานกำกับดูแล

ง. ความวุ่นวายและการกลับมาของรัฐเผด็จการ

หากรัฐถูกล้มล้างอย่างสมบูรณ์แบบตามแนวคิด Anarchists สังคมอาจเกิดความวุ่นวายจากการขาดโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอาจนำไปสู่การ คืนอำนาจแก่รัฐในรูปแบบเผด็จการ

• ตัวอย่าง:

การที่ผู้นำเผด็จการอ้างความวุ่นวายเป็นข้ออ้างในการรวบอำนาจ เช่น การรัฐประหาร

5. สรุป

• Libertarians: สนับสนุนรัฐขนาดเล็ก เพื่อให้ปัจเจกชนมีเสรีภาพสูงสุดภายใต้กรอบกฎหมาย

• Anarchists: ปฏิเสธการมีอยู่ของรัฐโดยสิ้นเชิง และมุ่งสร้างสังคมที่ไร้ผู้นำ

• วัฏจักรการล่มสลายทางการเมือง:

1. รัฐมีอำนาจมากเกินไป → เรียกร้องเสรีภาพ

2. ลดอำนาจรัฐ → สังคมเสรี

3. ปัญหาสังคม → เรียกร้องรัฐกลับมา

4. ความวุ่นวาย → การกลับมาของรัฐเผด็จการ

ความสมดุลระหว่างรัฐและเสรีภาพส่วนบุคคลจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาในทุกระบอบการปกครอง

#Siamstr #economy #bitcoin #nostr #BTC #Finance

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.