ได้
ผมจะ รวมทุกนิทานที่เล่ามาให้เป็น “หนึ่งบทเดียว”
น้ำเสียงเดียว — พ่อค้าแห่งบาบิโลน
ไม่สอนตรง ไม่ปลุกอารมณ์ แต่หนักและจริง
⸻
บทที่หนึ่ง
พ่อค้า ผู้วางแผนด้วยกระดาษหนึ่งแผ่น
ในนครบาบิโลน
มีพ่อค้าผู้หนึ่งซึ่งมิได้เป็นที่รู้จักในยามหนุ่ม
ร้านของเขาเล็ก อยู่ในถนนที่ผู้คนผ่านไม่มาก
ใต้ตาชั่งของเขา มีกระดาษหนึ่งแผ่น
ซึ่งเขียนและแก้ไขอยู่เสมอ
พ่อค้าคนอื่นถามเขาว่า
“เหตุใดเจ้าจึงมัวเขียน
ในขณะที่เรามัวนับเหรียญ”
เขาตอบเพียงว่า
“ข้านับเส้นทางของเหรียญ
ก่อนนับจำนวนของมัน”
⸻
ในยามเช้า
พ่อค้าผู้นั้นมักเห็นเด็ก ๆ ขายของข้างทาง
มือเล็กถือของหนัก
สายตาเฝ้ารอเหรียญที่ไม่แน่นอน
เขาเคยโกรธ
โกรธนคร
โกรธโชคชะตา
โกรธผู้ใหญ่ที่ปล่อยให้เด็กต้องแบกชีวิตเร็วเกินวัย
แต่เขาไม่ตะโกน
ไม่ด่าฟ้า
เขากลับไปที่ร้าน
และเขียนลงบนกระดาษแผ่นเดิมว่า
“ความโกรธไม่สร้างดอกผล
แต่เวลาที่ถูกใช้ถูกทาง จะทำเช่นนั้น”
⸻
พ่อค้าผู้นี้ไม่เร่งร่ำรวย
เขาไม่ยืมเพื่อขยาย
ไม่เสี่ยงในสิ่งที่ตนไม่เข้าใจ
และไม่ปล่อยให้ความฝันเดินเร็วกว่าทุนของตน
เขาปล่อยให้เหรียญทำงานช้า ๆ
อย่างซื่อสัตย์
อย่างอดทน
และอย่างไม่แตกหัก
ปีแล้วปีเล่า
เหรียญเหล่านั้นไม่เพียงกลับมา
แต่มันพาเหรียญอื่นกลับมาด้วย
ผู้คนเริ่มเรียกเขาว่า “ผู้มั่งคั่ง”
แต่ไม่มีใครรู้ว่า
เขามั่งคั่งตั้งแต่เมื่อใด
⸻
เมื่อเขามองเห็นนครชัดขึ้น
เขาเห็นสิ่งหนึ่งที่อันตรายยิ่งกว่าโจร
นั่นคือ นายธนาคารใหญ่
ไม่ใช่เพราะนายธนาคารเลว
แต่เพราะเกมถูกตั้งไว้ให้
ผู้ไม่รู้แพ้ตั้งแต่ต้น
พ่อค้าจึงไม่สอนเด็กให้เกลียดธนาคาร
เขากล่าวว่า
“ผู้ที่เกลียดเกม
จะไม่มีวันชนะมัน”
เขาสอนเด็กเพียงสามสิ่ง
หนึ่ง
“เหรียญที่ยืมมา
ทำงานให้ผู้อื่น
ก่อนจะทำงานให้เจ้า”
สอง
“เวลาเป็นพันธมิตรของผู้ที่อดทน
และเป็นศัตรูของผู้ที่รีบพิสูจน์ตน”
สาม
“ผู้ชนะ
ไม่ใช่ผู้ที่วิ่งเร็วที่สุด
แต่คือผู้ที่อยู่ในสนามได้นานที่สุด”
⸻
เมื่อเขามั่งคั่งพอ
เขาไม่สร้างคฤหาสน์
เขาสร้าง ที่ว่าง
ยามเย็น
เด็กขายของข้างทางสามารถมานั่งฟัง
เขาไม่แจกเหรียญ
เขาให้ สายตาที่มองเหรียญได้ถูกทาง
เด็กบางคนจากไป
เด็กบางคนกลับมา
และเด็กที่กลับมา
ไม่กลับมามือเปล่า
หลายปีผ่านไป
เด็กบางคนกลายเป็นพ่อค้า
บางคนเป็นผู้ให้กู้
และบางคนเป็นนายธนาคาร
แต่พ่อค้าผู้นั้นสังเกตว่า
นายธนาคารรุ่นใหม่
ไม่สร้างกำไรจากความไม่รู้
พวกเขายังคงเก็บดอกเบี้ย
แต่ไม่เก็บศักดิ์ศรี
⸻
ในบั้นปลาย
มีคนถามพ่อค้าว่า
“เจ้าหวังจะเอาชนะใครหรือไม่”
เขาส่ายหน้า
แล้วตอบว่า
“ข้าไม่ต้องการผู้แพ้
ข้าเพียงไม่อยากให้เด็กที่มีใจสู้
แพ้ตั้งแต่ยังไม่เข้าใจเกม”
เมื่อร้านเล็กปิดลงในวันหนึ่ง
ผู้คนจึงพบว่า
ความมั่งคั่งของพ่อค้าผู้นั้น
ไม่ได้หายไปกับเขา
เพราะมันได้กลายเป็น
วิธีคิดที่เดินทางต่อได้เอง
⸻
บทนี้
ไม่ได้กล่าวถึงพ่อค้าที่ร่ำรวยที่สุดในบาบิโลน
แต่กล่าวถึงพ่อค้าที่
อยู่ได้นานพอ
จนชัยชนะไม่ใช่สิทธิของคนไม่กี่คน
และหากผู้อ่านรู้สึกว่า
บทนี้ไม่เร่ง
ไม่หวือหวา
แต่หนักและจริง
นั่นหมายความว่า
ความฝันนี้
ไม่ได้ลอยอยู่บนฟ้าอีกต่อไป
แต่วางเท้าอยู่บนพื้นแล้ว