Replying to Avatar BKMiner

ช่วงหลังๆมานี่ จู่ๆก็ริดสีดวงระเบิดระเบ้อ เข้าห้องน้ำทีนึกว่า เชี่ย กรูมี ปจด.ได้ พวก LGBTV ต้องมาโหนกูแน่ แต่แม่งไม่ใช่ 555555

ไอเราก็พยายามหาสาเหตุมา 2-3 วัน

ลองงดเวจดิ้ ไม่หาย

ลองงดผักดิ้ ไม่หายเหมือนกัน

วันนี้ > ลองงด “น้ำสลัด 3 oil” ดิ๊

เห้ย วันนี้ไม่มีเลือดเลยจ้า

ว่าแต่ว่า มันเกิดจากน้ำสลัดนี่ได้จริงดิ๊ ?

จริงๆก็ไม่ชัวร์อะนะ แต่ส่วนตัว มีทฤษฎีที่เกี่ยวข้องดังนี้

ในน้ำสลัด 3 oil เรามีน้ำมันงาขี้ม้อน

น้ำมันงาขี้ม้อน เอามาใช้เติม ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน มี omega 3 : omega 6 ratio ประมาณ 3-4:1 (แต่ omega 3 ไม่มี DHA/EPA แบบในสัตว์นะ ในพืชน่าจะเป็นชื่อ ALA มั้ง) ซึ่งสารพวกนี้มีความเกี่ยวข้องกับการสร้างสารกลุ่ม prostagladins ในร่างกาย ซึ่งมีการทำงานเกี่ยวข้องกะเกล็ดเลือดได้นะ

(สังเกตว่ายาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์ ต่อต้าน prostaglandins บางตัว เอามาใช้เป็นยาต้านเกล็ดเลือด เช่น Aspirin ละใช้แค่ dose ต่ำด้วยนะ)

และนอกจากนี้ อาหารจากพืชย่อมมี Secondary metabolites หรือที่เราตั้งชื่อให้มันหรูๆว่า phytochemicals, สารยา, พฤษเคมี พวกนี้สมัยเรียน pharmacog เราท่องไปสอบแบบง่ายๆว่า อิพวกฤทธิ์ร้อน มักเสริม bleeding และก็ต่อยอดมาท่องเป็นอาหารเสริม/สมุนไพรที่อาจเสริมฤทธิ์ยาต้านเกล็ดเลือดและยาต้าน coagulation (การแข็งตัวของเลือด)

นอกจากนี้ในพืชก็อาจมีสารกลุ่ม coumarin เป็นสารที่หน้าตาคล้ายๆยาต้าน coagulation โดยตรงที่ชื่อ warfarin ก็มีสิทธิ์ที่จะทำให้ bleeding เกิดง่ายขึ้นเหมือนกัน

คำถามต่อมาคือ พาโถของริดสีดวง มันมาทางเดียวกะ bleeding จากสารพวกนี้จริงรึป่าว และในน้ำมันที่เราใช้ทำ 3 oil มันมีสาร secondary metabolite พวกนี้จริงๆรึป่าว

สงสัยคงต้องรีวิวข้อมูลต่อจากนี้เอง

ก็ถือว่านานๆจะมาแชร์สาระ เผื่อมีใครมาสาย LCHF 3 oil แล้วประสบปัญหา จะได้มีเพื่อน 555555

ส่วนทางปฏิบัติ ก็คงกลับไปสาย เนื้อ เนย ไข่ ซักพัก เพื่อดูๆว่างด 3 oil ละหายจริงมั้ย ซึ่งดีเหมือนกัน เอียนกลิ่น acetic acid ผสมผลไม้เต็มที 555555

#siamstr

#3oil

#น้ำสลัด3oil

#LCHF

ผมก็เป็นครับ สังเกตร่างกายตัวเองหลายทีละ เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่ากินคาร์บมากเกินไป ต้อง (เกือบ) Carnivore เลย จนกว่าจะหาย

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ละเมนสตรีมก็ยังใช้ carb (insoluble fiber) มาช่วยถ่ายในกลุ่มคนเป็นริดสีดวงอยู่เลย บอกว่าช่วยให้มันนุ่มลื่นขึ้น ไม่บาดตรูด

ซึ่งมันไม่ใช่!!! ถ้าว่ากันตามตำราฟามาโค fiber มันทำงานเป็น bulk forming ทำให้มี volume/mass มากขึ้นแล้วเกิด mechanical pressure ช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ทำงาน อาจมีการลดการดูดซึมน้ำร่วมด้วยเพื่อให้มีน้ำกระตุ้นการถ่าย แต่คือมันไม่ได้ทำให้ความเสียดทาน/ความแหลมคมของก้อน mass ลดลงอะ

ถ้าอยากได้ยาที่ทำให้ mass มีความนุ่มลื่น ไปบาดตรูด เขาเรียกยากลุ่ม stool softener ตัวที่ตำราฟามาโคชอบยกมาคือ mineral oil และ soft parafin แต่จริงๆแค่กินสามชั้นติดมันเยอะๆเข้าไปก็ได้มาฟรีๆละ เพราะจริงๆแล้ว active ingredient ก็คือไขมันนั่นแหละ 55555

ปัญหาไม่ใช่แค่บาดตรูด แต่ก้อนมันใหญ่จนตรูดฉีก!!! กินเนื้อ ไข่ นี่ นุ่มลื่นน่ารัก ถ่ายคล่องฮะ 555

Nutritional efficiency มันต่างกัน