
“การกลับตัวของ Bitcoin Dominance : จุดเปลี่ยนของวัฏจักรทุนและพฤติกรรมความเชื่อในสินทรัพย์ดิจิทัล”
⸻
๑. ภาพรวมและบริบทของกราฟ
กราฟแสดงว่า Bitcoin Dominance (BTC.D) ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 60.6%
หลังจากร่วงลงต่อเนื่องจากจุดสูงสุดราว 65% ในเดือนเมษายน 2025
ลงมาทำจุดต่ำสุดใกล้ 56% ในเดือนสิงหาคม 2025
ก่อนจะ “ดีดกลับอย่างแรง” ในช่วงปลายกันยายนถึงตุลาคม —
เกิดแท่งเขียวขนาดใหญ่ (Bullish Marubozu) พร้อม RSI พุ่งขึ้นเกินระดับ 70 (Overbought)
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้น (EMA 12, EMA 26)
เกิดการ “ตัดขึ้น” อย่างชัดเจน (Bullish Crossover)
บ่งบอกถึง การเปลี่ยนแนวโน้มจากขาลงสู่ขาขึ้น ของ BTC Dominance
ซึ่งในทางจิตวิทยาตลาด หมายถึง “การไหลกลับของเงินทุนจาก Altcoin กลับเข้าสู่ Bitcoin”
⸻
๒. ความหมายของ Bitcoin Dominance
BTC Dominance (%) คือสัดส่วนของมูลค่าตลาด Bitcoin
เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดของสินทรัพย์คริปโททั้งหมด
BTC.D = \frac{Market\,Cap_{BTC}}{Total\,Crypto\,Market\,Cap} \times 100
ดังนั้น เมื่อ BTC.D เพิ่มขึ้น แปลว่า
• นักลงทุน “กลับมาถือ Bitcoin มากขึ้น”
• หรือ “มูลค่า Altcoin หดตัวเร็วกว่ามูลค่า Bitcoin”
ในทางจิตวิทยาการลงทุน นี่คือสัญญาณของ “flight to safety”
คือการไหลกลับของทุนสู่สินทรัพย์ที่มั่นคงกว่าในช่วงความไม่แน่นอน
คล้ายกับการที่นักลงทุนขายหุ้นเล็กแล้วกลับไปถือทองคำหรือพันธบัตรรัฐบาลในตลาดการเงินดั้งเดิม
⸻
๓. การวิเคราะห์เชิงเทคนิค
(๑) Trend Reversal Pattern
กราฟช่วงกรกฎาคมถึงตุลาคม 2025 แสดงลักษณะ “Double Bottom”
ราว 56% สองครั้ง แล้วดีดกลับทะลุเส้นคอ (neckline) ที่ 59%
ถือเป็นสัญญาณกลับตัวขึ้น (Reversal Confirmation)
(๒) EMA Crossover
เส้น EMA12 ตัดขึ้นเหนือ EMA26 พร้อมแรงซื้อเพิ่ม (volume implied)
เป็นรูปแบบที่บ่งชี้ถึง “momentum shift” ของกระแสเงินทุน
ในทางเทคนิค นี่คือ จุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ ของ BTC Dominance
(๓) RSI Overbought Zone
RSI ปัจจุบันอยู่ที่ 70.62
แม้แปลว่าเริ่มอยู่ในโซน Overbought แต่ยังไม่ถึงระดับ exhaustion
จึงอาจยังมีแรงต่อเนื่องได้อีกระยะ ก่อนเกิดการพักตัวระยะสั้น
ในบริบทนี้ RSI สูงสะท้อนว่า “ความเชื่อมั่นใน Bitcoin กลับมาอย่างรุนแรง”
⸻
๔. มิติทางเศรษฐศาสตร์ของวัฏจักรทุน
แนวโน้ม BTC.D ที่เพิ่มขึ้นมักสัมพันธ์กับ “ช่วงเริ่มต้นของวัฏจักรตลาดใหม่”
เมื่อ Bitcoin เริ่มนำการเคลื่อนไหวของตลาด (BTC Season)
ขณะที่ Altcoins จะตามมาทีหลัง (Alt Season)
ในเชิงเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม นี่คือช่วง
“ทุนไหลกลับสู่ศูนย์กลางแห่งความเชื่อก่อนแตกแขนงใหม่”
คือระยะที่นักลงทุนย้ายจากการเก็งกำไรในเหรียญเล็ก
กลับไปถือสินทรัพย์ที่มี “ความมั่นคงเชิงจิตวิทยา” มากกว่า
เพื่อรอความชัดเจนของนโยบายการเงิน ดอกเบี้ย และการไหลของสภาพคล่อง (Liquidity Flow)
⸻
๕. การตีความเชิงจิตวิทยา
การที่กราฟ BTC.D ดีดแรงพร้อม RSI พุ่ง
ไม่เพียงแสดงถึงแรงซื้อเชิงเทคนิค แต่ยังสะท้อนถึง “การฟื้นคืนของความศรัทธาในแก่นของระบบ”
เพราะ Bitcoin ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงเหรียญหนึ่งในตลาด
แต่เป็น “สินทรัพย์ฐาน” ที่สร้างโครงสร้างแห่งความไว้วางใจ (Trust Infrastructure)
เมื่อความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น เช่น
• ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์
• นโยบายดอกเบี้ยโลก
• ความเสี่ยงจาก Stablecoin หรือ DeFi
ผู้ถือสินทรัพย์คริปโทมัก “หดกลับ” เข้าสู่ Bitcoin
ซึ่งทำหน้าที่เหมือน “กระดองเต่าแห่งสติ” ในตลาดที่วุ่นวาย —
ตรงกับแนวคิดทางพุทธที่ว่า
“ผู้สำรวมอินทรีย์ ย่อมปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลาย”
⸻
๖. แนวโน้มต่อไป (Outlook)
หาก BTC.D สามารถยืนเหนือ 61%–62% ได้อย่างมั่นคง
แนวโน้มระยะกลางอาจมุ่งสู่ 64%–65%
ซึ่งเป็นระดับแนวต้านสำคัญในเดือนเมษายน 2025
แต่หากไม่สามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้
มีโอกาสพักฐานลงมาที่ 59% ก่อนขึ้นต่อ
แนวรับสำคัญ: 59.0%
แนวต้านสำคัญ: 61.8%, 64.5%
Momentum: ยังเป็นขาขึ้นระยะกลาง
Risk: RSI Overbought → ระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้น
⸻
๗. บทสรุป
“เมื่อความกลัวเพิ่มขึ้น ทุนย่อมหดกลับสู่ศูนย์กลางแห่งความมั่นคง”
— วัฏจักรนี้มิใช่เพียงกลไกตลาด แต่เป็นรูปแบบทางจิตของมนุษย์
การที่ BTC Dominance พุ่งขึ้นในขณะนี้
สะท้อน “ความไม่มั่นใจต่อความเสี่ยงรอบข้าง”
และการกลับมาของสภาวะที่ตลาดเลือก Trust over Speculation —
ศรัทธาเหนือความโลภ
ในเชิงมหภาค นี่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ “Bitcoin-led Cycle”
ที่คลื่นใหญ่กำลังเคลื่อนเข้าสู่รอบใหม่
และผู้ที่เข้าใจโครงสร้างนี้ในระดับจิตใจและเศรษฐกิจ
ย่อมเห็นว่า BTC.D มิใช่เพียงตัวเลข —
แต่มันคือ “ภาพสะท้อนของแรงศรัทธาในยุคดิจิทัล”
⸻
“Bitcoin Dominance กับวัฏจักรทุนโลก : จาก Fear → Trust → Speculation → Collapse”
⸻
1. ภาพรวมของวัฏจักรทุนโลก
ในระบบการเงินโลก “ทุน” ไม่เคยอยู่นิ่ง — มันหมุนเวียนจากสินทรัพย์หนึ่งไปสู่อีกสินทรัพย์หนึ่ง
ตามแรงขับของ ความกลัว (Fear) และ ความโลภ (Greed) ซึ่งเป็นแก่นของพฤติกรรมตลาด
วัฏจักรทุนโลกจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเศรษฐศาสตร์เชิงปริมาณ
แต่คือ “ชีพจรของจิตวิทยามวลชน” ที่สะท้อนผ่านกราฟราคาและสัดส่วนมูลค่าตลาด
ซึ่งในโลกคริปโท ตัวชี้วัดที่แม่นยำที่สุดของวัฏจักรนี้ คือ Bitcoin Dominance (BTC.D)
⸻
3. สัญญาณปัจจุบัน : การเปลี่ยนผ่านจาก Trust สู่ Fear
กราฟ BTC.D ที่ดีดกลับจากระดับต่ำสุดราว 56% สู่ 60–61%
พร้อม RSI ทะลุระดับ 70 และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เกิด Bullish Crossover
สะท้อนถึง การเปลี่ยนเฟสของตลาดจาก “การเชื่อมั่นแบบเปราะบาง” สู่ “การป้องกันความเสี่ยง”
สัญญาณลักษณะนี้มักเกิดในช่วงเริ่มต้นของการชะลอตัวของสภาพคล่องโลก
เมื่อสถาบันเริ่มลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง (Altcoins, DeFi tokens)
และกลับมาถือ Bitcoin หรือ Stablecoin ที่มีความเสี่ยงระบบต่ำกว่า
ในเชิงมหภาค อัตราดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวสูง
และสภาพคล่องสุทธิจากธนาคารกลางที่หดตัว
ทำให้ทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่เน้น “รักษาสภาพคล่อง (Liquidity Preservation)”
มากกว่าการไล่ตามผลตอบแทน
⸻
4. Bitcoin Dominance ในฐานะตัวชี้นำวัฏจักร
ในอดีต BTC Dominance เคยให้สัญญาณนำที่แม่นยำต่อการเปลี่ยนทิศของตลาด
• 2017–2018: BTC.D พุ่งขึ้นก่อนเกิดการล่มของตลาด Altcoin ครั้งใหญ่
• 2020–2021: BTC.D ลดลงต่อเนื่อง ก่อนเกิด “Altcoin Mania” และ NFT boom
• 2022–2023: BTC.D เพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงตลาดหมี
• 2025: การดีดตัวล่าสุดอาจเป็น “Phase Shift” เตือนว่าตลาดกำลังเข้าสู่รอบปกป้องทุน
ดังนั้น การที่ BTC.D เพิ่มขึ้นต่อเนื่องใน Q4 2025
อาจบ่งชี้ว่า ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงปลายของวัฏจักรความเชื่อมั่น (Late Trust)
และกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงต้นของ “Fear Cycle” อีกครั้ง
⸻
5. มิติของจิตวิทยาการลงทุน
การเปลี่ยนแปลงของ BTC Dominance ไม่ได้สะท้อนแค่สัดส่วนมูลค่าทางการเงิน
แต่สะท้อน “โครงสร้างจิตใจของนักลงทุน”
1. ในช่วง Fear: นักลงทุนแสวงหาความมั่นคง
• ต้องการสินทรัพย์ที่มี “ความเชื่อพื้นฐาน” เช่น Bitcoin
• พฤติกรรมคล้ายการไหลกลับสู่ทองคำในตลาดการเงินดั้งเดิม
2. ในช่วง Trust: ตลาดเริ่มเปิดรับความเสี่ยงใหม่
• นักลงทุนกลับมาซื้อ Altcoins ที่มีโครงการจริง
3. ในช่วง Speculation: ศรัทธากลายเป็นความโลภ
• ตลาดขยายตัวเกินมูลค่าจริง
• BTC.D ลดลงรวดเร็วจากการเทเงินเข้าสินทรัพย์รอง
4. ในช่วง Collapse: ระบบกลับเข้าสู่สภาพตั้งต้น
• BTC.D พุ่ง เพราะ Altcoins สูญเสียมูลค่า
• นักลงทุนกลับมาพึ่งสินทรัพย์ฐานที่ “อยู่รอด” หลังการแตกของฟองสบู่
⸻
6. ความเชื่อมโยงกับปัจจัยมหภาค (Macro Correlation)
BTC Dominance ยังสัมพันธ์กับตัวชี้วัดมหภาคอื่นอย่างใกล้ชิด เช่น
• Global Liquidity Index (GLI): เมื่อสภาพคล่องโลกหดตัว BTC.D มักเพิ่ม
• US Dollar Index (DXY): ดอลลาร์แข็ง = สภาพคล่องโลกตึง = BTC.D สูง
• Bond Yield: เมื่อ Bond Yield สูง นักลงทุนลดความเสี่ยง → BTC.D พุ่ง
การเคลื่อนไหวของ BTC Dominance จึงสามารถใช้เป็น “ตัวชี้นำ”
ให้เห็นทิศทางของสภาพคล่องโลกได้อย่างไม่เป็นทางการ
และสะท้อน “กระแสของความเชื่อ” ในสินทรัพย์ดิจิทัลเทียบกับตลาดโลก
⸻
7. มองไปข้างหน้า : ฉากทัศน์ในไตรมาสถัดไป
1. Scenario 1: BTC.D ยืนเหนือ 61.5–62% ได้อย่างมั่นคง
→ แนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง มีโอกาสแตะ 64–65%
→ Altcoin market อาจยัง underperform ต่อไป
2. Scenario 2: BTC.D ถูกขายลงต่ำกว่า 59% อีกครั้ง
→ ตลาดอาจกลับเข้าสู่ภาวะ “Speculative Rotation”
→ Altcoin กลับมานำตลาดระยะสั้น
โดยสรุป แนวโน้มปัจจุบันยังอยู่ในเฟสของการสะสมพลังขาขึ้นของ BTC.D
ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนเฟสจาก “Trust” สู่ “Fear” —
และมักเป็นช่วงที่การลงทุนต้องเน้นการจัดสรรสินทรัพย์ (Portfolio Allocation) อย่างระมัดระวังที่สุด
⸻
8. บทสรุป
BTC Dominance คือกระจกสะท้อนวัฏจักรความเชื่อของนักลงทุนทั่วโลก
เมื่อมันเพิ่มขึ้น แปลว่าตลาดกำลังปิดรับความเสี่ยง
เมื่อมันลดลง แปลว่าความโลภกลับมา
และเมื่อมันนิ่ง แปลว่าความเชื่อมั่นเริ่มเสถียร
ปัจจุบัน BTC.D ที่ 60–61% กำลังบ่งบอกถึง “การกลับเข้าสู่ศูนย์กลางทุน”
ซึ่งมักเกิดก่อนการเปลี่ยนรอบของตลาดใหญ่เสมอ
#Siamstr #nostr #BTC #bitcoin