ถ้าไม่เกิด inflation ..ระบบจะพัง ...ถ้าเกิด hot inflation ..มันก็พังเหมือนกัน💸🤔
บทความของ Charles Hugh Smith
หลายคนให้เหตุผลว่าเงินเฟ้อมีความสำคัญต่อสถานะเศรษฐกิจยังไง ดังนี้
1. ระบบเศรษฐกิจและการเงินของสหรัฐอยู่ได้ด้วยการเพิ่มขึ้นตลอดเวลาของ เครดิต/หนี้ ธนาคารเพิ่มการปล่อยเงินกู้ใหม่ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียน ..นักการเงินก็ทำกำไรจากการซื้อขายตราสารหนี้ ตลอดถึงเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ
คนทั่วไปก็สามารถซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ เช่นบ้าน รถยนตร์ ได้โดยใช้เครดิตจากแบงค์
เราลองมาคิดเล่น ๆ ดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับระบบการเงินและเศรษฐกิจของสหรัฐบ้างนะ ถ้าเรื่องของเครดิตเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ..ทุกอย่างจะต้องเป็นระบบเงินสดเท่านั้น รัฐบาลไม่สามารถสร้างหนี้เพื่อใช้งบขาดดุลได้ การซื้อบ้านหรือรถของประชาชนต้องเป็นเงินสด
ธนาคารไม่สามารถสร้างเงินปล่อยกู้ใหม่ได้อีก 19 เท่าจากเงินฝากที่มีแค่ 1 (fractional reserve)
เราก็รู้ว่า ระบบการเงินและเศรษฐกิจของประเทศน่ะพังแน่ ๆ ลองคิดดูว่า จะใช้เวลาเท่าไหร่ ที่จะทำงานหาเงินเก็บออมเงินสดจนสามารถซื้อบ้าน หรือรถของตัวเองได้
2. อีกปัญหานึงของเครดิต/หนี้ ก็คือดอกเบี้ยพอกพูนค้างจ่าย เพราะเมื่อยิ่งกู้มาก ดอกเบี้ยก็ยิ่งเพิ่มมาก
ถ้ารายได้ไม่เพิ่มพอที่จะจ่ายดอก พอถึงจุดหนึ่ง ก็ต้องใช้เงินเก็บ (discretionary income) ซึ่งเหลือไว้เพื่อการลงทุน มาจ่ายดอกเบี้ย แถมจะกู้เพิ่มก็ไม่ได้
ถึงตอนนั้นเศรษฐกิจก็รอวันพัง เป็น recession
3. มีนโยบายหลายข้อที่จะเลี่ยงลิมิตของการเพิ่มเครดิต/หนี้
3.1 รัฐบาลสามารถกู้เงินได้หลาย trillion dollars และแจกจ่ายเงินสดให้ทุกบ้านได้ถึง 80% ...แต่ปัญหาคือ รัฐบาลก็จะต้องเจอกับปัญหาดอกเบี้ยพอกท่วมหัวเหมือนกัน จนทำให้ไม่อาจกู้เพิ่มได้อีก
3.2 Fed สามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำติดศูนย์ได้ ลูกหนี้แบงค์สามารถ refinance หนี้เดิมได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด ๆ
3.3 Fed สามารถเพิ่มเงินและเครดิต (สภาพคล่อง) เพื่อสร้างเงินเฟ้อ โดยการเพิ่มปริมาณ money supply และเครดิต ดันราคาสินค้าขึ้นไป
💥Inflation’s Distortions
อย่างช้า ๆ เงินเฟ้อจะเป็นตัวช่วยลดภาระหนี้ด้วยค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่หนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่มั่นคง ค่าแรงจะขึ้นอย่างช้า ๆ ไปพร้อม ๆ กับการเติบโตของผลผลิต ถ้าการเติบโตเกิดขึ้น 1% ต่อปี เงินเฟ้อในระบบจะเกิดแบบมั่นคงทั่วถึง และเป็นการลดภาระหนี้ในวงกว้าง
จากการคำนวณแบบคร่าว ๆ ของเงินเฟ้อที่เป็นทางการ สองในสามของค่าแรงที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากเงินเฟ้อ อีกหนึ่งในสามเท่านั้นที่เป็นผลจากการเติบโตของผลผลิต
ทีนี้เราก็เห็นแล้ว ว่าทำไมเงินเฟ้อถึงเป็นเรื่องสำคัญต่อเศรษฐกิจแบบที่ขึ้นอยู่กับเครดิต ...เพราะถ้าไม่มีเงินเฟ้อ ในไม่ช้าผู้บริโภคและรัฐบาลก็จะต้องเอาแต่เร่งหารายได้ เพราะไม่สามารถกู้เพิ่มมาได้
💥What About Savers?
แล้วผู้ออมเงินล่ะ จะเป็นยังไง? คนพวกนี้แหละที่ต้องบูชายัญตัวเองให้กับเงินเฟ้อที่กัดกร่อนมูลค่าของเงิน อัตราดอกเบี้ยก็ถูกกดให้ต่ำ เพื่ออำนวยให้รัฐบาลกู้ได้มากขึ้น (financial repression)
ผู้ออมเงินที่ไม่ได้ผลตอบแทนพอใช้จ่าย จึงต้องหันเข้าหาความเสี่ยงจากตลาดหุ้น อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ
เงินเฟ้อเป็นตัวหล่อเลี้ยง”การเก็งกำไร” เงินเฟ้อในยุคของดอกเบี้ยต่ำทำให้ผู้ออมเงินต้องเข้าหาความเสี่ยง ที่หลายคนไม่ได้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้าเลย
เงินเฟ้อเป็นตัวทำลายคนทั่วไปอยู่สองเรื่อง มันทำลายค่าเงินจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเขา และบีบให้ต้องใช้เงินกับความเสี่ยง ในขณะที่พวกคนรวยมากๆก็ไปนั่งเป็นเจ้ามือที่ได้เปรียบกว่า
แต่ถ้าไม่มีเงินเฟ้อ ระบบเศรษฐกิจและการเงินก็พังเหมือนกัน
การค่อย ๆ กัดกร่อนที่คนส่วนใหญ่ 80% ต้องรับไว้ เป็นต้นทุน (systemic cost) ที่จะรักษาระบบเศรษฐกิจแบบ credit-dependent นี้ไว้ การต้องพึ่งเงินเฟ้อให้เครดิตขยายตัวไปเรื่อย ๆ อย่างนี้น่ะ ทำให้มีทั้ง winners กับ losers ว่าแต่คุณเหอะ เป็นฝ่ายไหนล่ะในบ่อนตลาดหุ้นนั้น
เรื่องที่เลวร้ายก็คือ การพึ่งเงินเฟ้อแบบนี้ มักจะทำให้เงินทุนไหลไปหาการเก็งกำไร หรือการหากินง่ายๆ มากกว่าที่จะลงทุนเพื่อสร้างผลผลิตจริง ๆ มันไม่ไปหา productivity
💥A Failed Formula
ในขณะที่ทุนส่วนใหญ่ไปแสวงกำไรในตลาดหุ้น ระบบไฟฟ้าที่กำลังเป็นพื้นฐานของภาคการผลิตแท้จริงก็เสื่อมโทรมลงเรื่อย ๆ รอวันพังทลาย
แต่ไม่มีอะไรอยู่ได้ตลอดไปหรอก ในที่สุดทุนทั่วโลกก็เรียกหาผลตอบแทนที่มากกว่า 0
และนั่นทำให้บอนด์ยีลด์สูงขึ้น ต้นทุนเครดิตที่เคยกินฟรีเริ่มจะแพงขึ้น
ในที่สุดการเพิ่มปริมาณเงินและเครดิตก็ไปสร้างเงินเฟ้อแบบเห็นกันชัด ๆ ทั่วโลกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความขาดแคลน เงินปริมาณมหาศาลแย่งกันซื้อสินค้าที่ทั่วโลกมีอยู่อย่างจำกัด
แล้วเมื่อเงินเฟ้อพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง ระบบก็จะต้องพังลง เมื่อดอกเบี้ยที่สูงลิ่วจะมาหยุดการกู้ยืม วงจรเครดิตที่ธนาคารเคยปล่อยกู้แบบหมู ๆ ก็ไม่มีใครกู้ได้แล้ว ทุกอย่างจะหยุด ....เกิดเป็น recession รายได้ของผู้คนที่เคยเข้ามาหนุนระบบก็จะชะงัก
💥Goodbye, Goldilocks
ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจถูกปรับให้เหมาะสม (Goldilocks) ด้วยโลกาภิวัฒน์ที่มี deflationary force ทำให้ตะวันตกปั้มพ์เงินกินของฟรีอยู่ได้ตลอด เรียกให้เพราะว่า financialization แต่มาวันนี้ มันกำลังจะหมุนกลับ
globalization ไม่สามารถมาช่วยลดต้นทุนให้ได้อีกแล้ว ทุกอย่างในโลก กำลังจะเป็น commoditized financialized ไม่เอา free money ของพวกท่านแล้ว
เงินเฟ้อที่เกิดไปทั่วโลกทำให้การใช้จ่ายเริ่มมีเหตุมีผล หลังจาก Covid เงินออมก็หมดเกลี้ยง ไม่ช้าฟองสบู่การเก็งกำไรก็จะแตก
⭐️สรุปปัญหาก็คือ ระบบที่ผ่านมาอยู่ได้ด้วยการปรับค่าเงินเฟ้อให้คงอยู่แบบ goldilocks moderate inflation แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว กระแสเปลี่ยนไปแล้ว
กลุ่มผู้ที่คุมเกมเดิม ๆ ที่ทำนาอยู่บนหลังคนทั้งโลก ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำต่อไป ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันพังแน่ จนมันพังคามือ
การบิดเบือนเศรษฐกิจและระบบการเงินของโลก ด้วยการกำหนดดอกเบี้ยแบบผิด ๆ ที่ทำให้มันส่งสัญญาณผิดมาหลายทศวรรษ แต่ระบบก็ยังคงอยู่ได้ เรายังสามารถ "สร้างความเติบโตต่อไปในท่ามกลางปัญหา"
ผู้วางนโยบายสร้างปัญหามาตลอด แต่ไม่เคยเกิดอะไรตามมาเลยหลังจากนั้น แต่ในที่สุด โลกแห่งความจริงกำลังใกล้เข้ามาแล้วครับ
GN นะครับทุกคน #siamstr #nostr 