"เราต้องแลกเงินไหมครับ"
"ก็ควรนะ"

ผมถามพี่ป็อป(ดร.นที) ที่หน้าเคาท์เตอร์เช็คอินหมายเลข 4 ท่าอากาศยานดอนเมือง หลังจากที่ผมกับพี่ป็อปประสบความสำเร็จกับการเช็คอินด้วยตู้อัตโนมัติ ทิ้งอาจารย์ต้ำไว้ในแถวยาวเหยียดอันเป็นผลจากความล้มเหลวในการพยายามใช้ตู้เช็คอินที่อยู่ข้างกัน (ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นผลจากการที่ตู้นั้นกระดาษหมด)
ผู้ประสบความสำเร็จในการเช็คอินทั้งสองพากันย้ายตัวและสัมภาระไปทางเคาท์เตอร์แลกเงินสีเขียวที่อยู่ใกล้เคียง พี่ป็อปประเดิมด้วยการขอแลกห้าพันบาท พนักงานในตู้ตอบกลับด้วยการยื่นเครื่องคิดเลขอันเขื่องกลับมาให้ดู บนหน้าจอแสดงตัวเลขเกินห้าพันไปเล็กน้อย เป็นมูลค่าของเงินบาทที่จะแลกเงินรูเปียห์อินโดนีเซียได้ลงตัวกลมๆ
ในขณะที่พี่ป็อปสาละวนกับถุงซิปใส่เงินสดที่เตรียมมา ผมก็กดเงินจากตู้ ATM ที่ตั้งอยู่ข้างๆ ตั้งใจว่าจะแลกสักสามพัน คิดในใจว่าโหลดบิตคอยน์ใส่กระเป๋าไลท์นิ่งไว้ก็อีกหลายพัน คงไม่ต้องพึ่งพาเงินเฟียตท้องถิ่นมากนัก
เช่นเดียวกัน พนักงานยื่นเครื่องคิดเลขกลับมา หน้าจอแสดงตัวเลข 3060 "สามพันหกสิบบาทแลกได้แปดแสน"
ผมคุ้ยแบงค์ 50 บาทกับเหรียญ 5 บาทออกมาอีก 2 เหรียญ วางทับบนกระดาษสีเทา 3 ใบที่ยังอุ่นจากตู้ เซ็นชื่อรับกระดาษหน้าตาแปลกตามาจากพนักงาน มองเลขบอกมูลค่าที่มีศูนย์ต่อท้ายมากกว่าเงินบาทที่คุ้นเคย
ไม่กี่นานนักหลังจากนั้นเราหิ้วเทนโดที่เช็คอินออนไลน์แล้วออกมาจากแถวที่ไปต่อทำไมก็ไม่รู้ และมีอาจารย์ต้ำตามมาสมทบ ผมถามอาจารย์กับเทนโดแบบเดียวกับที่ถามพี่ป็อปก่อนหน้านี้ อาจารย์ก็มุ่งไปที่ตู้แลกเงินสีม่วงโดยมีเทนโดตามไปติดๆ
ปรากฎว่าอาจารย์กลับมาพร้อมกับธนบัตรดอลลาร์สหรัฐ
"เค้าบอกว่าเงินอินโดฯ มันไม่มี liquidity แลกดอลลาร์ไปเปลี่ยนเป็นเงินอินโดฯ ที่โน่นได้เยอะกว่า
"แค่เอาเงินบาทแลกเงินอินโดฯ แล้วแลกคืนตรงนี้เลย มูลค่าก็หายไปครึ่งหนึ่งแล้ว"
ผมกับพี่ป็อปมองหน้ากัน สำนึกรู้ตัวว่าเราเพิ่งขาดทุนฟลอเร็กซ์ -50%
อย่างไรก็ตาม ณ ขณะที่พิมพ์อยู่นี้ ผมอยู่เหนือท้องทะเลที่เป็นเขตแดนของประเทศใดก็มิอาจทราบได้ เงินรูเปียห์ส่วนหนึ่งของพี่ป็อปได้กลายเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปแล้วเรียบร้อยแล้วกับรถเข็นขายอาหารบนเครื่องบิน
หากทุกคนได้อ่านข้อความนี้แสดงว่าพวกเราเดินทางถึงบาหลีได้โดยสวัสดิภาพ และเชื่อมต่อตัวเองเข้ากับระบบอินเตอร์เน็ตได้สำเร็จด้วยดี
#Siamstr
#RSxBali2023