เมื่อวางปืนลงเสียได้ดวงใจของข้าพเจ้านั้น

ก็พบกับความเป็นอิสระอันแท้จริง.......

#นายพรานป่า

ในวันที่ข้าพเจ้าก็ยังไม่รู้ว่าตัวข้าพเจ้านั้น

จะเติบโตไปเป็นใคร

ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีที่แล้วในยุคสมัยที่ข้าพเจ้าเพิ่งกลับบ้านมาสร้างป่ายุคแรกๆ ข้าพเจ้าจะบอกกับเพื่อนฝูงเสมอว่างานปลูกต้นไม้นั้นเป็นงานอดิเรกส่วนงานหลักนั้นคือการเดินป่าท่องเที่ยวป่า

นัดแล้วนัดเล่าที่ข้าพเจ้าเหนี่ยวไกปืน

ตัวแล้วตัวเล่าที่ข้าพเจ้าปลิดชีพสัตว์ป่ามาทำอาหารเพื่อการดำรงชีวิต

แต่นั่นก็เป็นไปด้วยการพึ่งพาธรรมชาติด้วยความเคารพ มิใยต่อโลภ โกรธ หลง

ซึ่งจริงแท้แล้วนั้นคงเป็นเพียงแค่คำปลอบประโลมดวงใจของตัวเอง ซึ่งกำลังตกอยู่ในความหลง

ร้อยป่าพันป่าร้อยเขาพันเขาภูผาสูงมิหวั่น

บุกตะลุยไม่เคยกลัวภัยอันตรายยามค่ำคืน

แม้จะเป็นการเดินป่ากลางคืนเพียงลำพัง

จากค่ำยันเช้าหรือค้างแรมในป่าหลายคืน

นอนกลางดินกินกลางทราย

ปืนแก๊ปเก่าคร่ำคร่าด้วยสนิมกับสุนัขคู่ใจห้าตัว พร้อมด้วยสะเบียงและเปลสนาม ก็มากพอจะทำให้ป่าทั้งป่า ตกอยู่ในความโกลาหก เสียงป่าแตก เสียงหมาเห่า พร้อมด้วยเสียงปืนที่ดั่งสนั่นไปทั้งหุบเขา

ยิ่งข้าพเจ้าเหนี่ยวไกปืนปลิดชีพสัตว์ป่ามากขึ้นเท่าไหร่ ความรู้สึกที่อยากจะเหนี่ยวไกปืนเพื่อปลิดชีพสัตว์ป่าก็ลดน้อยถอยลงขึ้นทุกที

จนในที่สุดความรู้สึกที่อยากจะเหนี่ยวไกปืนปลิดชีพสัตว์ป่ามาทำอาหารเพื่อการดำรงชีวิตนั้น ก็หมดสิ้นสูญไปจากดวงใจของข้าพเจ้า

เมื่อต้นไม้ที่ข้าพเจ้าปลูกเริ่มเติบโตเป็นป่าใหญ่ เมื่อความอุดมสมบูรณ์เริ่มกลับคืนมา เมื่อสัตว์ป่าต่างๆเริ่มมาพึ่งพาอาศัยในสวนป่าของข้าพเจ้า

ยิ่งต้นไม้ที่ข้าพเจ้าปลูกเติบโตมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่าตัวของข้าพเจ้านั้นเล็กลงขึ้นเท่านั้น เริ่มมองเห็นความงดงามอันจริงแท้ของธรรมชาติ เริ่มมองเห็นความเชื่อมโยงต่างๆในระบบนิเวศน์

“และเริ่มรู้ว่าอะไรเป็นอะไร”

เมื่อวางปืนลงเสียได้ แล้วดวงใจของข้าพเจ้าก็พลันหลุดพ้นจากห้วงพันธนาแห่งกาลอดีต

ในวันนี้ข้าพเจ้ารู้แล้วว่าตัวข้าพเจ้านั้น

เติบโตมาเป็นใคร......

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.