ต้มไข่ยังไงให้อร่อย และมีประโยชน์สูงสุด
ทีมผู้วิจัยเฉลยว่า สาเหตุที่เทคนิคการต้มไข่แบบใหม่ได้ผลดี อาจเป็นเพราะไข่แช่อยู่ในอุณหภูมิระหว่าง 35-100 องศาเซลเซียสตลอดเวลา ซึ่งส่งผลให้ไข่แดงได้อยู่ในระดับอุณหภูมิคงที่ 67 องศาเซลเซียส ตลอดกระบวนการทำให้สุก
ผลการวิเคราะห์ทางเคมียังเผยว่า ไข่แดงที่เหลวและข้นเยิ้มซึ่งได้จากการต้มด้วยเทคนิคใหม่ มีสารกลุ่ม "โพลีฟีนอล" (polyphenols) ซึ่งเป็นสารอาหารโมเลกุลขนาดเล็กที่ส่วนใหญ่พบในพืชชนิดต่าง ๆ และเชื่อกันว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก ในปริมาณสูงยิ่งกว่าไข่ที่ถูกทำให้สุกด้วยวิธีอื่น
โพลีฟีนอลนั้นมีชื่อเสียงในฐานะสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) และมีคุณสมบัติต้านการอักเสบในร่างกาย ทำให้สามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น โดยพืชใช้โพลีฟีนอลเป็นเกราะป้องกันสภาพแวดล้อมที่ก่อความเครียดในระดับเซลล์ อย่างเช่นรังสียูวี, ความแห้งแล้ง, หรือการถูกแมลงศัตรูพืชกัดกิน
ปัจจุบันมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ช่วยยืนยันว่า สารกลุ่มโพลีฟีนอลมีประโยชน์ต่อมนุษย์ด้วยเช่นกัน เช่นงานวิจัยทางระบาดวิทยาชิ้นหนึ่งระบุว่า การกินอาหารที่มีสารกลุ่มโพลีฟีนอลในปริมาณสูง มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการลดระดับความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งบางชนิด รวมทั้งโรคจากความเสื่อมถอยของสมองและระบบประสาท
