*ดวงดาวและแรงดึงดูด*
.
"แรงดึงดูด"
.
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
และจะดึงดูดสิ่งมลสารรอบตัววัตถุนั้นเข้ามาหา
ไม่ว่าวัตถุนั้นจะมีมวลใหญ่ หรือเล็กขนาดไหน
แรงดึงดูดระว่างวัตถุสองชนิด
เกิดขึ้นต่อเนื่องและหลึกเลี่ยงไม่ได้
หากแต่จะสัมผัสได้หรือไม่
ขึ้นกับธรรมชาติของวัตถุนั้นๆ
.
อย่างไรก็ดี
แม้แรงดึงดูดจะมีทิศทางที่ตรงไปตรงมา
แต่เมื่อเกิดการดึงดูดระหว่างวัตถุมากกว่าหนึ่ง
ทิศทางของแรงย่อมถูกเบี่ยงไปตามมวลที่มากกว่า
ท้ายที่สุด ในจักรวาลที่ประกอบไปด้วยอนันต์วัตถุ
ก่อให้เกิดรูปแบบการหมุนแบบเป็นเกลียว
ที่วัตถุจะโคจรหมุนลักษณะคล้ายกังหัน
อันเรียกว่า "สนามแรงโน้มถ่วง"
.
ภายใต้การหมุนของสนามแรงโน้มถ่วงนี้
ได้ก่อกำเนิดกฏแห่งการโคจรของวัตถุต่างๆ
ที่จะหมุนวนวัตถุหน่วยเล็กให้มีลักษณะเป็นกังหัน
หมุนรอบวัตถุหน่วยใหญ่
และวัตถุหน่วยใหญ่หมุนรอบ หน่วยที่ใหญ่กว่า
.
.
.
"ดาว"
.
วัตถุโดดเดี่ยวที่ลอยเคว้งคว้างไหลอยู่บนเส้นใยของอวกาศ
คอยดึงดูดสิ่งโดยรอบตามธรรมชาติของแรงดึงดูด
ดาวแต่ละดวงมีลักษณะจำเพาะแตกต่างกัน
อันขึ้นกับต้นกำเนิดและการเจริญเติบโต
เกิดการหมุนรอบตัวเองในอัตราที่พึงมี
.
ภายใต้เส้นใยของอวกาศอันไร้ขอบเขตและเต็มไปด้วยวัตถุ
เป็นเรื่องที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวันนึง
ดาวที่ลอยเคว้งคว้างอยู่จะโคจรมาเจอกับดาวอื่น
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ต้องการหรือไม่
เมื่อเข้ามาในวงแรงดึงดูด
การลอยเคว้งคว้างไหลไปเรื่อยย่อมเปลี่ยนแปลง
.
เกิดเป็นการโคจรวนรอบซึ่งกันและกัน
ดาวเล็กโคจรรอบดาวใหญ่
เช่นเดียวกันกับดาวบริวารโคจรรอบดาวเล็ก
เกิดการโคจรเป็นลักษณะชั้นๆ
ภายใต้สนามแรงโน้มถ่วงของดาวใหญ่
ที่จะรั้งไม่ให้ดาวเล็กหลุดออกนอกวงโคจร
จากแรงดึงดูดภายนอก
และรวมกันเป็นโครงสร้าง "ระบบดวงดาว"
.
.
.
"วัตถุแปลกปลอม"
.
วัตถุแปลกปลอม หรือวัตถุหน้าใหม่
เมื่อเคลื่อนที่ผ่านเข้ามายังระบบดวงดาวที่มีอยู่
เส้นการเดินทางย่อมถูกรบกวน
ด้วยสนามแรงโน้มถ่วงจำเพาะของระบบดวงดาว
หากวัตถุนั้น มิได้เคลื่อนที่ด้วยโมเมนตัมที่เพียงพอ
มันจะถูกดึงให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบดาว
ไม่ว่าจะในฐานะดาวบริวารหรือดาวเล็กดวงใหม่
ระบบดวงดาวจะมีการปรับมาตรฐานตามดาวที่เพิ่มขึ้น
.
ในทางกลับกัน หากมีโมเมนตัมที่แข็งแรง
และมีสนามแรงโน้มถ่วงเฉพาะตัวสูง
จะทำให้ระบบดวงดาวที่มีอยู่ถูกสั่นคลอน
การจัดเรียงโครงสร้างของระบบดวงดาวเปลี่ยนไป
ดาวบริวารอาจเปลี่ยนการโคจรไปหมุนรอบดาวเล็กอื่น
หรือแม้ดาวบางดวงถูกทำลายจากการปะทะซึ่งหน้า
.
ไม่ว่าจะการเคลื่อนที่นั้นจะเป็นอย่างไร
โครงสร้างระบบดวงดาวจะถูกรบกวนเพียงใด
หรือถูกทำลายจนสนามแรงโน้มถ่วงเปลี่ยนไป
ระบบดวงดาวนั้นก็ยังหมุนในทิศทางของมันเอง
และเคลื่อนที่ไปในทิศทางกังหันของกาแล็คซี่
ภายใต้การเป็นไปของโครงข่ายที่ใหญ่กว่า
.
.
.
"กาแล็คซี่และเส้นใยจักรวาล"
.
กาแล็คซี่
กลุ่มของระบบดวงดาวที่หมุนวนลักษณะกังหัน
จากกลุ่มก้อนของดาวใหญ่นับไม่ถ้วน
โคจรหมุนรอบกันและกัน
ก่อกำเนิดเป็นสนามแรงโน้มถ่วงขนาดใหญ่
ที่คอยกำหนดทิศทางการเคลื่อนที่ของระบบดวงดาว
.
จริงหรือ?
แท้จริงนั้นกาแล็คซี่ ไม่ได้เป็นสิ่งกำหนดทิศทางการเคลื่อนที่
แต่เป็นการทำให้เส้นทางนั้นชัดเจนมากขึ้น
เส้นทางดังกล่าวเป็นสิ่งตกค้าง
ในช่วงเริ่มต้นจักรวาลจากความไม่สมบูรณ์แบบ
ก่อกำเนิดเป็นรอยตำหนิบนผืนผ้าของจักรวาล
.
การหมุนวนหรือการเคลื่อนที่ของสรรพสิ่ง
เต้นระบำอยู่บนร่องเส้นใยของจักรวาล
หากแต่สนามแรงโน้มถ่วงที่เกิดขึ้น
จากแรงดึงดูดระหว่างวัตถุนับอนันต์
สะสมพลังก้าวข้ามผ่านกาลเวลา
แปรเปลี่ยนรอยตำหนิเป็นร่องลึก
ก่อกำเนิดเป็นโครงข่ายเส้นใย
ที่กำหนดทิศทางการเคลื่อนที่ของดาวนับล้าน
.
.
.
สนามแรงโน้มถ่วงของระบบดาว หรือดาวเพียงหนึ่ง
ไม่อาจเปลี่ยนแปลงทิศทางของดาวอื่นนับล้าน
บางดวงโคจรในระบบดาวเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบ
หรือเพื่อรักษาสนามแรงโน้มถ่วงของระบบให้สืบไป
.
สนามแรงโน้มถ่วงจากดาวมากมายหลายระบบ
จากทั่วทุกมุมบนผืนผ้าของจักรวาล
จะสำแดงให้เห็นเส้นใยของจักรวาลที่ชัดเจน
แม้อาจเป็นเส้นใยที่ผิดร่อง
แต่การสนามแรงโน้มถ่วงที่สั่นอย่างต่อเนื่อง
สะสมพลังและสั่นสะเทือนผืนผ้าก้าวผ่านกาลเวลา
และเปิดเผยเส้นใยโครงสร้างที่ซับซ้อน
อันเป็นต้นกำเนิดของกาลจักรวาล
เพื่อเป็นเส้นทางให้ดาวรุ่นถัดไปได้โคจร
.
.
.
.

.
ขอขอบคุณ
เพลง: เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ, เฉลียง
รูปภาพ: Wenger, C. (2022, December 21). The cosmic web. STRUCTURES Excellence Cluster.
.
Bob, the red panda
#siamstr