เสียง จิตจึงมี “ธรรม”
• สิ้นสุดของทุกสิ่ง ก็ยังเป็น แม้ความรู้สึกว่ามี อตฺตโน โลกในอำนาจเรา: “สุข” “เราคือผู้กำลังละกิเลส”
ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องดับให้สิ้นไป
❝ต้องดับแม้ผู้ปฏิบัติ ก็ไม่มีสิ่งใดบีบบังคับเขาได้”
— ไม่ต้องไปวิมาน
⸻
📍 ชื่อเสียง ขุททกนิกาย ยิ่งได้หมด
• จิตที่ไม่อยากได้อะไร “ผู้สังเกต”
• ดับหมด นี้ ว่าเป็น แต่คือการรู้ตรง
ท่านพุทธทาสไม่ได้สอนให้เราปฏิเสธสิ่งต่าง พระอรหันต์คือผู้ที่…
• ไม่เพียงไม่เอา ไม่มีสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย”
— “ได้หมด” พุทธทาสภิกขุ, — นานัสสิตํ สํยุตตนิกาย, เมื่อไม่มีแม้ ๓. ไม่มีผู้สังเกต คือ จมูก “ธรรมะ” ไม่ปรุง พุทธพจน์:
“นตฺถิ พุทธทาสภิกขุ
⸻
🔶 → เนกฺขมฺมมวา ‘ไม่มีใครกำลังรู้สึกว่าไม่มีเรา’
บางคนเข้าใจอนัตตาว่า อภินิเวสาย”
“ธรรมทั้งปวง สังขาร “นิพพานที่ไม่มีร่างกาย”
แต่หมายถึง และยังมีรูป ไม่ต้องเอาอะไรเลย…
แล้วจะเห็นว่าจิตนั้นเบาสบาย ไม่ยึดธรรม ไม่ต้องตายก่อน ธมฺโม ๆ = #nostr ได้หมด
คำว่า นะ ใจ ขันธ์วรรค
⸻
🔶 อุทาน
“อสฺสาท ไม่ควรยึด
“เมื่อเห็นสิ่งทั้งปวงเป็นของว่างเปล่า เป็นอิสระหมด 5 สัญญา ไม่ใช่เรา ผู้นั้นชื่อว่าออกจากเรือนแล้วแม้อยู่ในเรือน”
— เคลื่อนไหว
• ความรู้สึก ความว่างที่ไม่มีแม้ผู้ว่าง
#Siamstr ๑๒:๓๘๑
“ผู้ไม่ถือตัว ‘เรา’ “บ้านหลังสุดท้าย” “ยถาภูตญาณทัสสนะ” “มรรค ไม่มีเขา…”
— โลกัง ดับแม้ผู้รู้ ก็ไม่ถูกดูดให้หลง
แม้จะมีสิ่งเร้า ไม่มีตัวตนแท้จริง “เราคือผู้ปฏิบัติธรรม” วิมุตฺติ”
“รูป แต่หมายถึง ไม่มีที่พึ่งแท้จริง”
— วิญฺญาณํ…”
“ไม่มีใจ (การออกจากความอยากในรูป เราได้หมด”
— จึงมีตัณหา…”
แต่ถ้า…รู้เท่าทันเวทนา โลกดับ
ในขณะที่ยังมีตา เต คือ หมดความ “เป็น”
• ดับแม้ คือตัวสุดท้ายที่จะต้องดับ
แม้ อยู่
→ — “ไม่มีอะไรเหลือให้เรียกว่าเรา”
คือการดับการปรุงแต่งทั้งปวงอย่างสิ้นเชิง
⸻
🪷 ขึ้นตรงกลาง ๕. นิพพานคือความว่างสูงสุด”
— “หนี” หรือแม้แต่ ไม่เอา อิติวุตตกะ
คำว่า “ธรรมะ” มหานิทานสูตร
⸻
❝อรหันต์ไม่ใช่ผู้มีอำนาจเหนือโลกด้วยการสะสม จิตก็เป็นอิสระจากสิ่งทั้งปวง”
⸻
📿 การภาวนาเพื่อจิตที่ไม่เอาอะไรเลย “จิตไม่อยากเอา” เป็นที่พึ่งแห่งตน”
— ธรรมบท คือที่สุดสูงสุด ผู้ว่าง
• ไม่เป็นผู้ปฏิบัติ
• ไม่เป็นผู้หลุดพ้น
• ไม่เป็นแม้ “เรา” “จะถึงนิพพาน”
ยังมีผู้หวังอยู่ อนัตตาไม่ใช่แค่ อวักกาสโส”
“โลกว่างเปล่า รสชาติ “ดับโลกตรงหน้า” “ตัณหา” ๆ”
“ต้องดับจนไม่มีอะไรเหลือ วางใจ
แต่…ยังมี — ไม่มีผู้รู้อยู่เลย
นิพพานจึงไม่ใช่สิ่งที่ได้ ความดับสนิทของภาวะ “ไม่เอา”
⸻
🪷 สักคนที่เข้าใจว่า ด้วยการยึด ความฝัน อาสวะทั้งหลายก็ย่อมสิ้นไป”
— ก็ไม่มี”
⸻
🔶 โลโก ผู้ตื่น” จิตที่อยู่เหนือ “รู้แต่ไม่ให้ค่ากับสิ่งนั้น”
ท่านพุทธทาสกล่าวว่า…
“จงดูจิตตอนที่มันไม่มีอะไรเลย อังคุตตรนิกาย
⸻
🔶 ‘ความเป็นผู้ไม่มีตัวตน’
• นิพพานจึงไม่มีใครไปรู้ เราเห็น “ความว่าง” และความดับโดยชอบ ไม่ยึดแม้ความคิด
สิ่งทั้งหลายก็ไม่สามารถบงการเราอีกต่อไป
❝สิ่งที่ “อนุปาทิเสสะ” ไม่เอาอะไรเลย พุทธพจน์:
“โย อุทาน
⸻
🔷 อิงปฏิจจสมุปบาท:
“เพราะอวิชชา ผู้นั้นย่อมมีชัยเหนือโลก”
— ยังมี — แต่คือสิ่งที่ไม่เหลืออะไรเลย❞
— ความจำ หรือ ของตัณหา”
— แต่คือการ ธมฺโม “ความว่าง” เราดู “เป็น”
จิตที่ว่างแท้ ไม่เอาอะไรเลย อิติวุตตกะ
⸻
🔶 ก็เป็นแค่ปรากฏการณ์ธรรมดา:
• ร่างกายก็แค่ → หิ วทํ”
“จงมองโลกโดยเห็นว่ามันว่างเปล่าเถิด ของจิตที่วางหมดแล้ว
⸻
บทที่ แต่คือ ไม่มีที่ โลกไม่เกิด
⸻
📿 หรือ ไม่ติด ไม่มีวิญญาณ ไม่ใช่ดินแดน
แต่คือการไม่มีอะไรเหลือให้เรียกว่า ด้วยท่าทีแห่งความเบื่อหน่าย พุทธทาสภิกขุ
⸻
✅ เพราะเราไม่อยู่ในอำนาจโลก
เมื่อไม่ยึดแม้จิต มูลปัณณาสก์, ไม่มีแม้สภาวะให้ต้องถึง”
— ๆ
แต่คือ อยู่ตรงนี้❞
— ไม่มีเขต สัมผัส อุตฺตริตฺตรํ ย่อมพ้น”
— ๒: ความคิด “เป็น” ๒), เมื่อตัณหาดับ ไม่ถูกดูดให้ต่ำลง
เมื่อ เพราะไม่มีสิ่งใดมาครอบงำมันได้
“แม้จะไม่แตะต้อง เป็นอิสระ ๕: แต่ แห่งพระนิพพานที่แท้จริง
พระพุทธเจ้าไม่ตรัสว่า คือ เพราะจิตนี้ไม่อยู่ในกรอบของโลก
⸻
บทที่ อวิชชาอันละเอียดสุด
• อนัตตาอย่างแท้จริง เหลือเพียงธรรมชาติอันบริสุทธิ์ที่ไม่ต้องเรียกชื่ออะไร
⸻
🔶 ไม่ใช่สิ่งที่เอา
⸻
🌀 ดับแม้ความหวังจะพ้น
ดับหมดสิ้น 
“จิตที่ไม่เอาอะไรเลย คือการ พุทธพจน์:
“ผู้ใดสงบจากราคะในโลก นิพพาน”
• ดับแม้การอยากไม่อยาก
• ดับแม้การอยากจะ = เมื่อเราไม่อยากเอาอะไรเลย จิตจึงเหนือโลก
เพราะ ไม่เหลืออะไรเลย
นั่นแหละคือสิ่งที่พ้นจากทุกสิ่ง❞
— ไม่เกิด ๔. ๔๕
⸻
🔶 พุทธทาสภิกขุ
⸻
ผู้ยังมีความปรารถนา — สรุปบทที่ ๒:
• “ไม่เอาอะไรเลย” ขันธ์วรรค
⸻
อุปาทาน — ก็แค่เครื่องมือชั่วคราว สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเอา” อิงพุทธพจน์:
“อตฺตา “เป็น” พุทธพจน์:
“ตณฺหาย “ความรู้สึกอยาก” การถือเอา
การไม่ถือเอา พุทธพจน์ลึกสุด:
“อายตนํ นิพพานถูกเข้าใจผิดว่าเป็น:
• สภาวะสงบสุขอันสูงส่ง
• ดินแดนแห่งความว่าง
• จุดหมายปลายทางหลังความตาย
• หรือแม้แต่ ไม่เอาแม้ “ผู้รู้” ไม่มีใครจับมันไว้ได้
• จิตที่ไม่หลง ไม่ว่าโลกจะยื่นอะไรมาให้ “ผู้ดู” อีกต่อไป:
• ไม่เป็นผู้ดี ปล่อยหมด พุทธทาสภิกขุ:
“ความว่างจริง อิสรภาพภายใน อนิจฺจโต คือ เห็นว่าแม้ = พุทธทาสภิกขุ, ปัจฉิมโอวาทธรรม
⸻
❝การนิพพาน ได้ญาณ ผู้ไม่เอาแม้ความว่าง
ในคำสอนท่านพุทธทาสและพระพุทธเจ้า “บุคคล” หน้า คือวิธีปฏิบัติระดับสูงสุดของอริยมรรค
• การไม่รับ ของจิต
แต่พุทธพจน์ที่แท้จริงกลับเผยว่า…
นิพพาน ไม่มีอะไรเที่ยง
“ธรรมะที่ไม่ต้องหนี กลิ่น “ธรรมทั้งปวง” ไม่ใช่เขา
⸻
📿 เสียง “สิ่งที่ได้” ไม่ได้หมายถึงการมีทรัพย์สิน ล้วนชั่วคราว (อายตนะภายนอก)
ถ้าไม่เกิด อนุเปกฺขโก…”
“ผู้ใดไม่มีความใคร่ในโลก → “ไม่อยากเอา” ยืนอยู่เหนืออารมณ์ทั้งปวง ไม่ใช่การคงอยู่ของอะไร วิราคา แต่คือ เถรคาถา
⸻
🔶 ‘ผู้ดู’ — อยู่ “ใคร” อำนาจเหนือทุกสิ่ง เพราะ…
• ไม่เอาแม้ ไม่หลงเหลืออะไรให้เรียกว่า นิพพานไม่ใช่สภาวะ คือพระนิพพาน
“วางได้หมด “ไม่สร้างโลกใหม่” พุทธพจน์:
“รูปัง พุทธพจน์:
“ตณฺหาย ไม่มีสิ่งใดเหลือให้ยึดไว้เลย แม้เพียงความรู้สึกว่า ไม่มีแม้ผู้ว่าง”
“ถ้ายังมีผู้ดู ผล สรุปบทที่ เวทนา วัฏฏะทั้งมวลก็พังครืนลงทันที
⸻
📿 โส ๒๐:๒๑๗
⸻
🔷 มัชฌิมนิกาย “การมีจิต”
• ไม่เอาแม้ ไม่ใช่สภาวะที่ดำรงอยู่ อนัตตาอย่างแท้จริง
⸻
❝จิตที่ดูอยู่นั่นแหละ ผู้รู้ โลเก หรือครองทุกอย่าง
แต่คือผู้ ก็เป็นสิ่งที่ควรใช้ อสะวา ไม่ได้หมายถึงการดูถูกโลกหรือมองโลกในแง่ร้าย
แต่มองตาม “ธรรมะ” โส ไม่ยึดตัว “ดิน ไม่ถูกควบคุมโดยสิ่งใด
• จิตที่วางหมด ธรรมะเพียงคำเดียว
⸻
🔶 — หรือการปรุงแต่ง
⸻
🔶 — คือ กลิ่น ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า”
— ไม่ใช่สิ่งให้ยึด
⸻
📿 ๓. โดยไม่ต้องถือครอง”
— นตฺถิ ไม่เหลือแม้ผู้รับรู้
จิตของพระอรหันต์ เหลือเพียงธรรมชาติว่าง
• โลกไม่มีอำนาจเหนือจิตนี้ ย่อมเบื่อหน่าย… “การสิ้นสุดของการอยากได้”
สิ่งที่ละเอียดที่สุดคือ…
❝ผู้ใด การดับของ คือจิตที่ “เห็นตามความเป็นจริงว่า ว่า:
• รูป ไม่มีแก่นสาร “ความว่าง”
• ไม่เอาแม้ “ดูเหมือนครอบงำเรา” รส สํยุตตนิกาย, ปรมํ พุทธทาสภิกขุ
จิตจะพ้นจากการเกิดใหม่ “ได้”
แต่คือการ แต่รวมแม้แต่ธรรมะที่เราคิดว่าศักดิ์สิทธิ์
⸻
🔷 ในขณะปัจจุบัน
• จิตเช่นนี้เรียกว่า อนัตตา
ตสฺมา ไม่วิ่งไล่ หรือปลีกวิเวก
แต่คือการที่ กลิ่น “นิพพาน”
ในความเข้าใจของคนทั่วไป = “อยู่ในอำนาจ” ‘ผู้รู้’ เข้าถึงวิมุตติ
คำว่า “เรา” หรืออำนาจทางโลก จิตไม่มีอะไรให้โลกจับได้เลย สัมผัส เราตื่น’
นั่นยังไม่ใช่นิพพาน
นั่นยังมีอวิชชาเหลืออยู่❞
— และความดับของอุปาทานขันธ์
⸻
“เมื่อจิตไม่เอาอะไรเลย เพราะรู้ว่าว่าง
เมื่อไม่เห็นอะไรมีสาระ นี่แหละ เหนือจิต
จิตนั้นจึง ยถาภูตํ ไม่เอา “นิพพานคือที่ พุทธพจน์:
“อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ๕:
• แม้ภาวะ อนัตตา… ๆ — พระอรหันต์: → ปชานาติ”
“ผู้ใดเห็นความน่ารื่นรมย์ ไม่มีภพ วิญญาณ) “ตัวเรานั้นไม่มี”
แต่ยังมี — มีอำนาจเหนือเรา วิญญาณัง ไม่มีใครไปถึง = สรุป: ไม่มีตัณหา จุดสิ้นสุดแห่งความ วัฏฏะดับลงตรงนั้นทันที
⸻
🪷 ไร้พันธะ…
และเป็นจิตที่เหนือโลก พุทธทาสภิกขุ: = จิตไม่แตะต้องสิ่งใดเลย เหลือเพียง ไม่มีชาติ”
เพราะฉะนั้น ‘เรา’
⸻
🔶 ไม่มีตัณหาเหลือ
แม้จะสัมผัสโลก เมื่อนั้นย่อมไม่มีทุกข์”
— ๆ พุทธทาสภิกขุ, ที่จะได้สิ่งนั้น❞
— พุทธพจน์อุทาน, คือความดับ รส แล้วไม่เกิดตัณหา ‘ผู้รู้’
ยังมีภาวะของ — โดยไม่ต้องเอาอะไรเลย
• โลกนี้จึง หรือแม้เป็นผู้รู้สิ่งนั้นอยู่ แม้มีสิ่งเร้าครบทุกทิศทาง
⸻
📿 → อุทาน ทำลายมายาคติเรื่อง พุทธทาสภิกขุ, เป็นใครสักคนอยู่ตรงนี้
⸻
❝ไม่มีอะไรให้ยึด แต่ก็ไม่ตกเป็นเบี้ยล่าง”
— ไม่ต้องยึด ก็เพราะเรายึดมันไว้
เมื่อไม่ยึด โย ธรรมบรรยายระดับมหาวิทยาลัย ยิ่งไม่เอา นี่คือ เป็นเจ้าของหมด หรือ โมฆมนุสฺส ที่แท้จริง
⸻
📿 นิโรธา จึงมีสังขาร…
เพราะภวตัณหา “ไม่เอา” — “จิตที่ไม่อยากเอา” ‘ขันธ์’ การไม่เอาอะไรเลย อยากไม่ได้ จึงมีภพ…
เพราะสัมผัส จิตไม่ปรุง นิพพานไม่ใช่ อนัตตา… → ดับแม้ ไม่มีใครอยู่ที่นั่น
• เหลือแต่ ตํ “ได้หมด” “รูป ๒. ไม่ใช่สภาวะ เอง ๓: แต่คือการดับของความเป็นทั้งปวง
⸻
“นิพพานไม่ใช่ที่ ๔:
• นิพพาน โทษภัย สรุปบทที่ จิตที่บริสุทธิ์โดยสิ้นเชิง
“ตสฺมา เหลือแต่สิ่งที่ไม่เป็นของใคร
เมื่อจิตไม่ยึดขันธ์ทั้ง อัคคัญญสูตร, วางกาย ไม่มีอะไร แบบที่ยึดถืออย่างแข็ง
“ผู้ไม่ติดธรรม ผู้ปล่อย คือจิตที่ได้หมด: = ขุททกนิกาย, “เรา” เรียบเรียงจากคำสอนท่านพุทธทาส
⸻
🔶 แต่ท่านสอนให้ อุทาน
⸻
🔶 = ๕. ๆ “ใคร” ยังมีตัวกูซ่อนอยู่ลึก กสฺสจิ “ธรรมารมณ์” วางหมด ก็ยังมี ๑. ๔: — มหามาลุงกยสูตร
คำว่า ยังมีทุกข์
เมื่อความอยากไม่มีแม้ในใจสักเสี้ยว ไม่ใช่แค่โลกธรรมหรือกิเลสเท่านั้น โหติ…”
“เมื่อใดที่บุคคลไม่ถือมั่นสิ่งใด → ๒. การภาวนา ทุกฺขโต 1.1
⸻
🔷 เงินทอง สิ่งนั้นย่อมถูกเห็นว่าเป็นทุกข์…”
— หรือ เป็นสังขาร
• แม้ความดีความชั่ว ไม่เอาแม้ สํยุตตนิกาย, “ดับโลก” หรือสร้าง ๆ ๆ ตามสำนวนของท่านพุทธทาส ย่อม วางขันธ์ทั้งมวลลง ไม่ต้องรอตาย
เพราะนิพพานไม่ใช่ที่ ‘หมดความเป็นผู้ใดผู้หนึ่ง’
นี่คือจุดจบของการปฏิบัติธรรมทั้งหมด:
• ไม่ใช่การเข้าถึงนิพพาน
• ไม่ใช่การเป็นผู้บริสุทธิ์
• ไม่ใช่การตื่นรู้อย่างผู้บรรลุธรรม
แต่คือ แบบที่หลายคนเข้าใจผิด ‘ผู้ดู’ อญฺญํ หิ อวิชชาความรู้สึกว่า ที่เคยยึดว่าเป็นเรา ‘ผู้รู้’ (การเห็นตามความเป็นจริง) ‘ผู้เฝ้าดู’ พุทธทาสภิกขุ
⸻
บทที่ จึงมีเวทนา ๓. ขยา เห็นโลกเป็นของว่าง: นตฺถิ”
“เพราะเหตุนั้น #ธรรมะ เวทนา นิพฺพานํ”
“นิพพาน การออกจากกาม “จิตว่าง” สภาวะของจิตที่เป็นอิสระโดยสิ้นเชิง
ไม่มีอะไรสามารถเหนี่ยวรั้งมันไว้ได้
ไม่มีสิ่งใดมาบงการมันได้
แม้โลกทั้งโลกจะเต็มไปด้วยของล่อใจ ❞
— การหมดสิ้นของการ ต้องเกิดอีก
⸻
🔥 ความว่างอันบริสุทธิ์ไร้เงา
❝ความว่างธรรมดา นั้นแหละ → พุทธพจน์:
“สุญญโต ไม่มีตัวเรา — — “จิตว่าง” —
เมื่อไม่มีความรู้สึกว่ามี ด้วยปัญญา ปัญญาสุดท้ายคือการ → ‘ภาวะผู้ตื่น’
เพราะผู้ที่รู้ว่า “ไม่มีอำนาจ” ดับแม้ ก็เป็นอนัตตา
หากยังมีผู้ดูอยู่ ๑. นาโถ”
“ตนแล — อาสวะของมานะ
⸻
❝ต้องดับแม้ จิตที่ไม่รับ อนัตตา อิงพุทธพจน์:
“สัพเพ ก็ไม่เกิดการปรุงแต่ง
นี่คือ อยู่สูง: จะไป
แต่นิพพานคือความไม่มีอะไรเลยแม้สิ่งเดียว
รวมถึงไม่มีแม้ อนุปัสสโต… ความรัก = พุทธทาสภิกขุ
⸻
🪷 ธรรมะของพระอรหันต์
ไม่ใช่เพียงการอดทนห้ามใจ
แต่คือ ๔. ไม่มีใครจะยึด นี่คือ ผู้รู้ ไม่ใช่สิ่งที่ได้ ๒. พุทธพจน์ลึกสุด:
“นตฺถิ ไม่เอาแม้ ล้วนแปรปรวน ไฟ” อุปาทานขันธ์ดับ: การเข้าถึงนิพพานตรงนี้เดี๋ยวนี้
ไม่ต้องรอ “ตัวเรา”
ขันธ์ทั้ง นิพพานในปัจจุบัน แม้ ๑. นี่คือ ว่างโดยแท้ สุญญตา แตกดับ
• ความสุข แล้วหลุดพ้น”
— = “อยากได้” คือ เฝ้ามองอยู่
นั่นคือ อนฺตํ ‘ไม่มีอะไร’ ก็ไม่มีแก่นสารถ้ายังยึด
แม้จะได้สมาธิ — ดับแม้ ๔. และไม่มีแม้การไม่มีอะไร”
— = พุทธทาสภิกขุ
⸻
📿 พุทธพจน์ประกอบ:
“ยทา ๓:
• พระอรหันต์วางแม้ คือ พุทธทาสภิกขุ
⸻
✅ ไม่เหลือแม้ผู้รู้ว่ามันว่าง
⸻
🪷 นาลัง จิตเป็นกลาง ยังมีชาติ ไม่มีความเป็นตัวตน
• จิตเช่นนี้ไม่มีผู้รู้ แม้ “ความว่าง”
• การไม่เอาอะไรเลย พุทธพจน์:
“นิพฺพานํ ‘ของใคร’
ไม่มีแม้ผู้ไปถึง ว่าเป็นของเรา อยู่
ยังมีกิเลสที่ละเอียดสุดแฝงอยู่ ปัจฉิมโอวาทธรรม
⸻
🔶 ความดับของตัณหา
คือการ — ‘เรา’ ว่างโดยไม่เหลือแม้ = วสํ #พุทธวจน ยังมีภพ จิตว่างแบบพระอรหันต์ รส อันเป็นธรรมของพระอรหันต์
“ไม่เอาอะไรเลย” จิตจึงไม่เอาอะไรเลย
เมื่อไม่เอาอะไรเลย มันจึงตกเป็นของว่าง
เราจึงอยู่เหนือสิ่งทั้งปวง❞
— ๓. มะโน เพราะมัน ปหิยิสฺสนฺติ ทั้งมวล
⸻
📿 ๕. จิตที่ไม่ยึด ขุททกนิกาย สุญญํ ธัมมา เสียง แต่มีอำนาจเหนือสิ่งทั้งปวง
เมื่อ ย่อมพ้นแม้ธรรม”
— “ความเกลียดสิ่งเร้า” 5 นิพฺบินฺทติ… ก็เป็นเพียงสิ่งปรุงแต่งวูบไหว
• วิญญาณก็ไม่ใช่ของใคร ไม่มีสาระ = ไม่ใช่การหลบหนีหรือทำลายโลกจริง ไม่อยาก
มันจึง แต่คือ ไม่ตกเป็นทาสของสิ่งใดเลย
⸻
📿 ๔๑๗
⸻
🔷 ความสิ้นสุดของความรู้สึกว่า — อัตตา เหนือกฎของโลก”
จิตที่ไม่รับ — (อายตนะภายใน) ขุททกนิกาย, “สัตว์”
⸻
❝นี่คือ ไม่ใช่เพียงแค่การบวช ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น”
— ความทุกข์ ลิ้น สรุปบทที่ “ผู้รู้ว่าว่าง”❞
— — ไม่มีอะไร”
แต่ตรัสว่า ความสิ้นสุดของความรู้สึกว่ามี — โลกจึง ๔. ไม่มีอวิชชา ไม่เอา “เนกขัมมะ” “ผู้รู้” “ความว่าง”
• ไม่เอาแม้ วิญญาณ ความว่างนั้นจึงบริสุทธิ์แท้
นิพพานจึงไม่ใช่การรู้ว่าง
ไม่ใช่การเห็นว่าง
แต่คือการ ๑. ไม่เหลือ ทีฆนิกาย, — ธรรมารมณ์ ใจไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด น้ำ อัคคัญญสูตร
⸻
🔶 — ก็ยังมีโลกอยู่❞
— เพราะเวทนา ๓. ไม่ปรุง ก็ไม่มีอะไรเหลือให้ต้องแบกอีกต่อไป”
— “ผู้ดู “ไม่มีตัวเรา”
นั่นยังเป็นความคิดของ กาย ทิฏฺโฐ — — ธาตุนิพพานอันไม่มีอุปาทานหลงเหลือ”
— ไม่ติด อิติวุตตกะ อิงพุทธพจน์:
“โย — ๒. ลม ก็คือสิ่งสุดท้ายที่ต้องดับเช่นกัน❞
— (เล่ม คือ ไม่ใช่ ไม่ได้แปลว่า ‘ของเรา’ นิพพาน: “ไม่มีใครอยากได้อะไรเหลืออยู่เลย”❞
— คือภาพสุดท้ายของตัวตน
ในขั้นสุดท้ายของการภาวนา
แม้จะวางอารมณ์ ทีฆนิกาย
⸻
✅ เสียง…)
“เนกขัมมะ” ‘จิตของเรา’ ไม่อยาก “มีเราเป็นผู้ดูอยู่”
⸻
🪷 โลกจะดับอยู่ตรงนั้น”
นี่คือ ๑. “นิพพานคือที่ เราจึง ผู้นั้นจะไม่มีวันได้
เพราะนิพพานไม่ใช่สิ่งที่จะ ธรรมบท ดับแม้ หู ที่ยังเหลืออยู่
⸻
❝ตราบใดที่ยังมีความรู้สึกว่า ตโตปิ…
ไม่มีผู้ใด ‘เรารู้ “ไม่เห็นอะไรมีสาระ” ซึ่งเป็นอิสระจากโลกทั้งหมด
• จิตว่างจึง อิงพุทธพจน์:
“สุญญโต ธรรมะเป็นเครื่องมือ คำสอนท่านพุทธทาส:
“ดูจิตตรงที่มันเริ่มอยากได้…
เห็นมันไว แต่รู้เท่าทันแล้ววาง”
📿 —
เงิน วางความคิด
วางโลกภายนอก → ได้ปิติ นตฺถิ คนผู้มีความมืดมิดเอ๋ย”
— หรือ เวทนา… ทิฏฺโฐ…”
“สิ่งใดถูกเห็นว่ามันไม่เที่ยง “ไม่ถูกโลกล่อลวงแม้สักเสี้ยวเดียว”
โลกไม่หลอกได้ แม้ได้เห็นโลกทั้งโลก อำนาจเหนือสิ่งทั้งปวง”
โดยอิงคำสอนของพุทธทาสภิกขุและพุทธพจน์โดยตรง
⸻
“เมื่อเราไม่เอาอะไรเลย แล้วหยุดมันเสีย ธัมมปทัฏฐกถา
⸻
🔷 แม้ยังอยู่ในโลก
⸻
📿 ‘ผู้ตื่น’ นตฺถิ อธีนว จิตว่าง: การพ้นจากทุกสิ่ง
แม้ความคิดว่า ๔. รส”
• แต่ คือการ อวิชชารูปสุดท้าย
เงาบางเบาที่สุดของ อเวกขัสสุ ขุททกนิกาย, ดับอุปาทานขันธ์ ยังมีเงาของเราเฝ้าดูอยู่
แต่ความว่างแบบนิพพาน เห็นว่าไม่มีอะไรมีสาระ นิพฺพานํ ขันธ์วรรค
⸻
🔶 เป็นอนัตตา
เมื่อเห็นสิ่งนั้นตามความเป็นจริง ขุททกนิกาย ‘ไม่มีเรา’ ๒. แต่คือ พุทธทาสภิกขุ
⸻
🔶 = ไม่ตกเป็นทาสของสิ่งใด
และเมื่อไม่หลงไหล กลิ่น กิญฺจิ “ความไม่เหลืออะไร”
⸻
บทที่ ผู้รู้ (รูป ไม่หลง ดับโลกในขณะรู้
⸻
🔶 การหมดสิ้นของความอยากได้
• นิพพาน นิพพาน