Bolck reward ?

มันคือความกาวระดับ bitcoiner ขั้นสูงสุด เกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าใจ คนทั่วไปเขาไม่รู้หรอกว่าไอเจ้า btc เนี่ย กว่าจะออกมาแต่ละเหรียญ ณ เวลานี้ (3.125) ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเท่าไหร่ ต้องมีการลงทุนเท่าไหร่ คนที่จะรู้จัก btc ได้ในยุคแรกๆ คุณสมบัติแรก คุณต้องเป็น geek คนหนึ่ง และดันเป็น geek ที่สนใจในการลงทุน

ส่วนตัวผมเองนั้นรู้จัก btc ครั้งแรก ก็คิดในใจว่า กูจะใช้ไอเหรียญเหี้ยนี้ ที่ใครที่ใหนไม่รู้เป็นคนสร้าง ในการโอนเงินข้ามประเทศทำไม ใช้ paypal ไม่ดีกว่าเหรอ และต่อมาอีกประมาณ 3 ถึง 4 ปี (ยุค GTX 1080Ti) มีพวกgeek บางกลุ่ม นำการ์ดจอไปทำเหมืองขุดเหรียญต่างๆ ก็คิดในใจว่ามันจะบ้าบออะไรนักหนา ไอเหรียญบ้านี้มันทำให้การ์ดมจอขาดตลาดราคาปั่นป่วน

จนกระทั่งประมาณ ช่วงปี 2022เพื่อนผม

คนนึงบอกว่าลองฟังคลิปนี้ดู เป็นอาจารย์สถาปัตย์ ชื่อ พิริยะ ผมก็ลองฟังดูโดยที่ในใจก็คิดว่าเพื่อนผมมันคงฟั่นเฟือนไปแล้วไปเชื่ออะไรพวกนี้ เมื่อฟังจบ ทำให้ผมรู้จักกับ pow pos node แบบกระจายศูนย์ ที่ใช้แค่ rasberry pi ก็runได้แล้ว จากเมื่อผมกลายเป็น bitcoiner แบบเข้มข้นก็เริ่มทำการ stack sats ช่วงหลังจาก ftx ล่ม ในตอนนั้นเข้าใจแค่เพียงว่า ทุกรอบการ halfving ที่ราคาของ btc พุ่งขึ้นก็เพราะแค่ว่าซัพพลายมันน้อยลงเท่านั้น แต่พอได้ฟัง อาจารย์พิริยะ และ คุณท็อป อธิบายเกี่ยวกับการ halfving ทำให้เข้าใจว่าไม่เพียงแค่ supply เท่านั้นที่ลด แต่ต้นทุนในการที่จะขุดให้ได้ reward ในแต่ละ block หลัง halfving ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ต้องมีการใช้พลังไฟฟ้าเพิ่มขึ้น มีการลงทุนเครื่องขุดเพิ่มขึ้น ถ้าหากว่า ณ เวลา นี้ block reward คือ 3.125 ราคา ปัจจุบัน 80000 usd หนึ่ง block reward ก็จะเท่ากับ 250,000 usd ถ้าไม่มีเหตุการณ์ล้างโลกอะไรเกิดขึ้น คิดง่าย ๆ แบบไม่ต้องสนใจเรื่องการที่เหล่านักขุดจะใช้ต้นทุนไฟฟ้าเท่าไหร่เพื่อที่จะขุดให้ได้แต่ละ block ในปี 2044 หนึ่ง block reward เท่ากับ 0.09765625 = 250,000 usd แต่เมื่อ btc มันเสกขึ้นไม่ได้ มันมีราคาที่ต้องจ่ายในการที่จะได้มันมา และไอราคาที่เหล่านักขุดต้องจ่ายมันก็เพิ่มขึ้นทุก 4 ปี มันคงไม่มีนักขุดคนใหนยอมขายขาดทุน ยิ่ง btc เป็นระบบที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเยอะขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งปลอดภัยต่อระบบของมัน และยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งในเรื่องราคา

0.1btc ในวันนี้ คือ 2,500,000 usd ในปี 2056ที่เคยสาปส่ง btc กับ พวกที่เคยนำการ์ดจอไปขุด กลับเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้ที่พวกเขาทำมันจะมาเปลี่ยนโลก และได้รับรู้ถึงความอัจฉริยะของ satoshi nakamoto

เมื่อผมกลายเป็น bitcoiner แบบเข้มข้นก็เริ่มทำการ stack sats ช่วงหลังจาก ftx ล่ม ในตอนนั้นเข้าใจแค่เพียงว่า ทุกรอบการ halfving ที่ราคาของ btc พุ่งขึ้นก็เพราะแค่ว่าซัพพลายมันน้อยลงเท่านั้น แต่พอได้ฟัง อาจารย์พิริยะ และ คุณท็อป อธิบายเกี่ยวกับการ halfving ทำให้เข้าใจว่าไม่เพียงแค่ supply เท่านั้นที่ลด แต่ต้นทุนในการที่จะขุดให้ได้ reward ในแต่ละ block หลัง halfving ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ต้องมีการใช้พลังไฟฟ้าเพิ่มขึ้น มีการลงทุนเครื่องขุดเพิ่มขึ้น ถ้าหากว่า ณ เวลา นี้ block reward คือ 3.125 ราคา ปัจจุบัน 80000 usd หนึ่ง block reward ก็จะเท่ากับ 250,000 usd ถ้าไม่มีเหตุการณ์ล้างโลกอะไรเกิดขึ้น คิดง่าย ๆ แบบไม่ต้องสนใจเรื่องการที่เหล่านักขุดจะใช้ต้นทุนไฟฟ้าเท่าไหร่เพื่อที่จะขุดให้ได้แต่ละ block ในปี 2044 หนึ่ง block reward เท่ากับ 0.09765625 = 250,000 usd แต่เมื่อ btc มันเสกขึ้นไม่ได้ มันมีราคาที่ต้องจ่ายในการที่จะได้มันมา และไอราคาที่เหล่านักขุดต้องจ่ายมันก็เพิ่มขึ้นทุก 4 ปี มันคงไม่มีนักขุดคนใหนยอมขายขาดทุน ยิ่ง btc เป็นระบบที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเยอะขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งปลอดภัยต่อระบบของมัน และยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งในเรื่องราคา

0.1btc ในวันนี้ คือ 2,500,000 usd ในปี 2056

#siamstr #btc #bitcoin #blockreward #thaibitcoiner

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.